แบกสังขารคลานมาขออาหารประทังความหิว ด้วยขาหลังใช้การไม่ได้ หากไม่พบเจอคงไม่รอดเกินอาทิตย์

หากวันนี้ได้เกิดมาเป็นมนุษย์แต่ไม่เหลือใครสิ่งหนึ่งที่เรายังทำได้คือการร้องขอความช่วยเหลือจากเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเองหรือแม้แต่ญาติพี่น้องก็ยังคอยอยู่เคียงข้างในวันที่ล้ม แต่ถ้าเกิดมาเป็นแมวจรที่ไร้แม้จะมีใครมาเหลียวแลจะหันหน้าไปร้องบอกใครหรือญาติพี่น้องก็คงจะไม่มี เช่นเดียวกับเรื่องราวนี้เมื่อผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า Thanaporn Jiamtong ได้โพสต์เล่าเรื่องราวของเจ้าเหมียวรายนี้หลังจากที่เธอได้พบน้องกระเสือกกระสนคานมาร้องขออาหารเพื่อที่จะประทังความหิวตน ด้วยขาหลังทั้งสองนั้นหักและใช้การไม่ได้จึงไร้แม้แต่วิธีที่จะหาอาหารเหมือนดังใครเขา เลยได้แต่เฝ้าร้องขอความเมตตา โดยเธอได้นำเรื่องราวมาโพสต์ลงยังในกลุ่มชมรมแมวสายดาร์กและเล่าว่าในครั้งแรกที่เธอนั้นได้เห็นน้องแมวตัวนี้คือน้องนั้นผอมมากๆก็แลยกะจะไปซื้ออาหารแบบในสภาพมาไว้ให้น้องเพื่อที่จะประทังชีวิต แต่พอกลบับมาน้องก็หายไป ประมาณ 3-4 วันแล้ว มาวันนี้น้องขาหักต้องเดินลากขาประทังมาร้องขออาหาร เธอก็อยากจะช่วยเหลือเลี้ยงดูน้องแต่ก็ทำได้เพียงเท่านี้ จึงอยากจะฝากถามเพื่อนๆในกลุ่มคนใดพอจะรับน้องไปดูแลได้ เพราะด้วยการเป็นแมวจรที่ต้องลากแบกสังขารตัวเองเช่นนี้    อาจจะมีชีวิตอยู่ได้เพียงไม่เกินหนึ่งอาทิตย์เพราะไหนจะรถที่วิ่งผ่านไปมาไหนจะหมาหรือสุนัขเจ้าถิ่นที่เป็นจร ไหนจะคนที่ไม่ชอบแมว โดยพิกัดที่เธอได้ลงเอาไว้ที่สุรินทร์ อ.เมือง และหากเพื่อนๆคนใดอยู่ในบริเวณพื้นที่และได้พบน้องก็ช่วยกันแจ้งให้เธอทราบทีเพราะหากปล่อยเอาไว้แบบนี้ก็คงไม่รอดต้องสิ้นใจ ขอขอบคุณข้อมูลจาก Thanaporn Jiamtong

ถูกเขาปล่อยลอยแพให้หากินตามยถากรรม หนีเตลิดไปหลายวันไม่เคยเจอโลกภายนอก ใยมาเทกันไม่เอาไปด้วย

เคยมีคนบอกเอาไว้ว่าแมวนั้นไม่สามารถร้องไห้หรือมีความรู้สึกได้เหมือนกับมนุษย์ เพราะเพียงแค่เชื่อว่าการที่เขามีน้ำตาออกมาเพียงเพราะพวกเขาแสดงความเจ็บปวดจากบริเวณท้องเท่านั้น ไม่ได้หมายถึงว่าพวกเขาจะมีความรู้สึกหรือมีจิตใจเช่นเดียวกับมนุษย์เรา แต่ทว่าก็ได้มีหลายๆเรื่องราวที่เรามักจะได้เห็นว่าในความจริงแล้วพวกเขาก็มีจิตใจและความรู้สึกและจิตใต้สำนึกเหมือนกับคนเรา เช่นเดียวกับเรื่องราวนี้เมื่อผู้ใข้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า ศุภมน แก้วจวนตา ได้โพสต์เล่าเรื่องราวของเจ้าเหมียวสองรายนี้มีชื่อว่าเจ้า สีทองและตาโต โดยเขาได้เล่าเรื่องราวผ่านลงกลุ่มชมรมคนรักแมวเหมียวแห่งประเทศไทย เอาไว้ว่า ถ้าช่วยไม่ได้ก็คงจะต้องนำกลับไปปล่อยไว้ที่เดิม ใครทีคิดว่าแมวไม่มีหัวใจ...น้ำตาแมวคงไม่ใช่เพราะคิดถึงเจ้าของ 2 เหมียวถูกเจ้าของย้ายบ้าน ปล่อยไว้ไม่แลเหลียว สีทองเป็นแมวเพศชายอายุประมาณ 2 ปี สีทองหนีออกจากบ้านไปเกือบปี กลับมาด้วยการต่างๆนาๆนอนซมไม่กินข้าวกินนมจนผู้โพสต์ต้องพาไปหาหมอและในวันรุ่งขึ้นเจ้าของเก่าก็ย้ายบ้านไป ตาโตเป็นเพศเมียอายุประมาณ 3 ปีเจ้าของบอกเอาไว้ว่าจะเอาไปด้วยแต่เมื่อถึงเวลาก็ไม่เอาไปถูกปล่อยลอยแพให้หากินตามยถากรรม ตาโตไม่เคยได้พบเจอกับโลกภายนอกก็เลยหนีเตลิดไปหลายวัน เพิ่งจะกลับมาเมื่อวานค่ำด้วยจากการที่คงจะเสียใจที่ถูกปล่อยเอาไว้ให้อยู่เพียงลำพัง ผู้โพสต์จึงอยากจะหาบ้านให้กับเด็กๆในระบบที่ปิด เพราะพวกเขาก็บอกช้ำทางด้านจิตใจมาพอสมควรแล้วจึงอยากจะขอบ้านที่จะเป็นหลังสุดท้ายจะได้ไม่ต้องมาถูกทำร้ายจิตใจเช่นนี้อีกต่อไป...

หลงทิศหลงทางเดินเร่ร่อนใช้ชีวิตหิวโซ แอบหลบนอนใต้ท้องรถ ด้วยเนื้อตัวที่ผอมมากมั้ง

ทุกๆครั้งที่เราย้ำบอกกับเพื่อนๆไว้ ในการเลี้ยงสัตว์ในระบบปิดเพราะจากการสูญหายของสัตว์เลี้ยงมากกว่าห้าสิบเปอร์เซ็นมาจากการที่เราได้เลี้ยงพวกเขาในระบบเปิด ทำให้มีโอกาสที่พวกเขาจะหายไปได้มากกว่า เพราะสิ่งอันตรายจากภายนอกทำให้พวกเขานั้นไม่สามารถที่จะกลับมาบ้านได้อย่างปลอดภัย เช่นเดียวกับเรื่องราวนี้เมื่อผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า Nana Hana ได้โพสต์เล่าเรื่องราวของเจ้าเหมียวตัวอ้วนนี้ลงในกลุ่ม ประกาศหมาแมวหายในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งหลังจากที่เขาได้พบน้องเดินเร่ร่อนหาอาหารประทังความหิวอยู่แถวหน้าธนาคารออมสิน วิชิต โดยน้องมีลักษณะหน้าตาหน้ารัก และตัวอ้วนกลมโดยเขาได้เห็นน้องมาสักระยะหนึ่งแล้ว แต่ก็ไม่ทราบว่าเป็นแมวใครและคาดว่าน่าจะพลัดหลงมาจากผู้เป็นเจ้าของจึงได้มาโพสต์ช่วยตามหา เพราะคาดว่าแมวจรในระแวกนั้นก็คงจะต้องอดเพราะน้องน่าจะกินเก่งด้วยดูจากลักษณะตัวของน้อง และด้วยชีวิตที่ต้องแอบนอนใต้ท้องรถเมื่อรถออกตัวก็ต้องหลบไปนอนอีกคัน ทั้งเป็นแมวที่เคยได้ถูกเลี้ยงดูมาเป็นอย่างดีจึงอยากในการทีจะอาหารประทังความหิวของตน แต่ด้วยลักษณะของน้องค่อนข้างจะเชื่องและไม่กลัวผู้คน แต่ผู้โพสต์ก็กลัวว่าน้องจะได้รับอันตรายจากสุนัข ด้วยตัวไม่รู้ว่าสุนัขจะสามารถทำอันตรายให้กับตนได้จึงได้นอนอย่างนิ่งนอนใจไม่ได้มีความกระวนกระวายแต่อย่างใด จึงอยากฝากเอาไว้หากใครรู้จักกับเจ้าของหรือคุ้นหน้าคุ้นตา หรืออยู่ในบริเวณดังกล่าวก็อยากจะให้ช่วยตามหาผู้เป็นเจ้าของให้น้องทีเพราะอ้วนกลมแบบนี้เจ้าของคงจะคิดถึงแย่แล้ว ที่มา Nana Hana

หอบลูกหอบหลัวมาขออาหาร อิหลัวก็นอบน้อมที่สุดไม่กล้าแม้จะเหยียบเข้าบ้านก้มหน้าก้มตาด้วยความหิว

หากมีคำโบราณได้กล่าวไว้ว่าถ้ามีภรรยาให้เชื่อฟังหรือให้ภรรยาเป็นคนจัดการจะเจริญ นั้นอาจจะเป็นเรื่องที่จริงและก็ไม่ใช่เพียงแค่กับมนุษย์แม้แต่แมวเองในบางครอบครัวก็อาจจะให้ภรรยาเป็นหัวหน้า เพราะคำที่ว่าเชื่อภรรยาแล้วจะเจริญ เช่นเดียวเจ้าเหมียวครอบครัวนี้ เมื่อผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า Sunti Tiemwan ได้โพสต์เล่าเรื่องราวของเจ้าเหเมียวพ่อแม่ลูกครอบครัวนี้ หลังจากที่น้องได้หอบลูกหอบหลัวมาขออาหารกินประทังความหิว ซึ่งการมาของพวกเขานั้นก็ไม่ใช่แค่ธรรมดาเพราะเมียมาร้องขออาหารส่วนหลัวของนางก็ก้มหน้าก้มตาทำเจียมเนื้อเจียมตัว อย่างสุดๆเหมือนกับเมียสั่งเอาไว้ให้ก้มหน้าเข้าไว้เดี๋ยวมนุษย์ก็จะให้ข้าวและเมตตากับเราเอง ส่วนลูกก็เดินเล่นตามประสาเด็ก ซ้ำยังไม่กล้าแม้จะเหยียบเข้าบ้านจึงได้ก้มหน้าก้มตาประทังความหิว แต่ทว่าผู้โพสต์เองก็เป็นทาสแมวงานนี้ก็เลยเสร็จตามที่ครอบครัวนี้วางแผนการเอาไว้ เพราะในที่สุดผู้โพสต์ก็รับเด็กๆมาเลี้ยงทั้งครอบครัว จนทำให้ตกเป็นทาสแมวสมใจและไปไหนไม่ได้ แม้แต่เรื่องราวที่เราได้เขียนไปเมื่อวันก่อน ที่มีหนุ่มรายหนึ่งได้แขวนอาหารเอาไว้หน้าบ้านเพราะต้องไปธุระต่างจังหวัด 2 วันก็เป็นเจ้าเหมียวพวกนี้แหละที่เป็นต้นเหตุ โดยทั้งนี้เองก็อยากจะฝากเอาไว้ถึงความใจอ่อนของมนุษย์และเร่เหลี่ยมของพวกเจ้าเหมียว ด้วยในตอนแรกพวกเขาก็จะมาทำให้เหมือนกับว่าน่าสงสารมากที่สุดแต่เมื่อได้ยึดและเข้าบ้านมาอาศัยอยู่แล้วพวกเขาก็จะทำตัวเป็นนายของเราและเราก็จะต้องตกไปเป็นทาสของพวกเขาโดยปริยาย ที่มา Sunti Tiemwan

ลาก่อนนะเจ้าโค้ก ขนาดถนนในหมู่บ้านเขายังไม่เว้น จิตใจทำด้วยอะไรทั้งๆที่น้องไม่ได้ทำอะไรผิด

เมื่อไม่นานมานี้ผู้ใช้เฟสบุ๊กคุณ : ธัญรัต กิตติชยาภัทร ได้เผยเรื่องราวสุดเศร้าของน้องหมาที่เธอได้เลี้ยงเอาไว้ โดยเจ้าตูบของเธอ ถูกรถที่ขับมายังเส้นทางหมู่บ้านขับมาด้วยความเร็วและชนน้องเข้าอย่างจัง จนน้องนอนแน่นิ่งไป แถมคนที่กระทำยังไม่คิดลงมาดูเลยแม้แต่น้อย . โดยเจ้าของโพสต์ได้เล่าว่า RIP นะลูกโค๊ก น้องถูกรถชนเป็นรถฟอร์จูนเนอร์ขับมาเร็วมากๆทั้งๆที่มีน้องหมา 4-5 ตัวเดินอยู่กลางถนน เป็นถนนในหมู่บ้านไม่ใช่ถนนเส้นหลักถนน 2 เลน มันไม่น่าจะขับรถเร็วขนาดนั้นเลย แถมชนแล้วหนี ไม่จอด ไม่ลงมาดู ไม่แตะเบรค มีคนเห็นว่ามันตั้งใจชน "โค๊กเป็นหมาพันธ์ไทยหลังอาน ตัวใหญ่"...

หอบลูกหอบเต้ามาเฝ้าขออาหาร ฝนก็จะตกลูกก็ร้องหิว แม้ต้องแบกหน้าส่งเศร้าแววตาขอมนุษย์ช่วยเหลือ

หากเราจะเอื้อนเอ่ยถึงหัวอกคนเป็นแม่ที่ยอมแม้จะสละชีพชีวีเพื่อลูก คงจะไร้แม้สิ่งใดจะเปรียบกับความรักลูกที่แม่ได้ให้กำเหนิดเกิดมาได้ ด้วยสิ่งไหนแม้ยอมได้ก็จำยอมทำด้วยคนที่ได้เกิดมาเป็นแม่จะรู้อยู่เต็มอก แม้ยอมลูกหลบนอนไม่อิ่มท้องหัวอกแม่นี้ก็กระวนใจจะวายชีวา ยิ่งได้เกิดมาเป็นเพียงจรที่ไร้แม้ที่จะซุกหัวนอนให้กับลูกน้อย เช่นเดียวกับเรื่องราวนี้เมื่อผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า อ้ายมัน คนซั่ว ได้โพสต์เล่าเรื่องของแม่แมวจรที่ตัวเขาได้พบเจอขณะที่ฝนก็กำลังจะตก เขาได้เดินอยู่ในสวนของหลังบ้านโดยไม่รู้ว่าน้องมาจากที่ไหน แต่หอบลูกหอบเต้าทำหน้าเศร้ามาขอความเมตตา ด้วยตัวข้านั้นเป็นเพียงจรจึงไร้แม้ที่อยู่อาศัย ฝนก็กำลังจะตกพายุกำลังจะกระหน่ำขอเพียงแค่ให้ลูกได้พื้นที่หลบภัย ส่วนตัวนั้นไม่เป็นไรแม้ยอมทน ด้วยน้องก็ได้เดินพาลูกน้อยมาพร้อมกับส่งสายตาแบบนี้ให้กับเธอ เธอจึงได้มาโพสต์ถามเพื่อนๆในกลุ่มว่าควรจะต้องทำยังไงกับน้องดี เพราะลูกก็ร้องส่งเสียงด้วยความหิว ตัวแม่ก็ไร้แรงที่จะหาอาหารเธอจึงได้นำน้องเก็บเข้ากระท่อมบ้านสวนพร้อมกับหาข้าวหาน้ำให้กินประทังความหิว เพราะก็เข้าใจหัวอกคนเป็นแม่ดีเมื่อเวลาที่ยามลูกต้องทุกข์แม่ก็ยิ่งจะทุกข์มากยิ่งกว่าเดิม โดยเธอก็ได้บอกเอาไว้ว่าอย่างน้องทั้งแม่ลูกคืนนี้ ก็ไม่ต้องมาอดทนนอนตากฝนทั้งแม่และลูก เพราะตัวเธอเองก็คงจะปล่อยน้องๆเอาไว้ท่ามกลางสายฝนไม่ได้จริงๆ โดยจากเรื่องราวนี้เราก็จะเห็นได้ว่าแม้แต่ในแมวก็มีความเป็นแม่หรือหัวอกของผู้เป็นแม่ไม่ได้ต่างอะไรไปจากมนุษย์อย่างเราเลย จึงอยากจะฝากเพื่อนๆหลายๆคนที่ไม่ชอบแมวหรือสุนัขถ้าไม่รักไม่ชอบกันก็อยากที่จะให้ปล่อยผ่าน อย่าไปเบียดเบียนพวกเขาเลย ที่มา อ้ายมัน คนซั่ว

เมื่อหนุ่มทาสแมวต้องไปธุระ แล้วหาคนดูแลแมวให้ไม่ได้ จึงฝากให้คนผ่านไปมาให้อาหารโดยมีค่าจ้างเป็นการตอบแทน

เพราะพวกเราเป็นคนไทยขึ้นชื่อในเรื่องของความมีน้ำใจหรือรอยยิ้มสยามของเรานั้น ทำให้ชาวต่างชาติต่างชื่นชอบในความมีน้ำใจที่ได้มาเมืองไทยเพราะคนไทยเห็นทุกคนเป็นสิ่งเท่าเทียบ แถมไม่เลือกที่จะช่วยเหลือผู้คนที่ตกทุกข์ได้ยาก อีกทั้งเรื่องของความซื่อสัตย์ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่หน้าชื่นชม และถ้าหากเพื่อนๆเองที่ได้เป็นทาสแมวหรือได้เลี้ยงแมวแล้วก็จะเข้าใจถึงการที่จะต้องไปเที่ยวต่างจังหวัดหรือการที่จะไปธุระและต้องไม่อยู่บ้านกันดี เพราะหากเราเลือกที่จะเลี้ยงพวกเขาแล้วเราก็มักจะไม่สามารถที่จะให้พวกเขาอยู่เพียงลำพังได้เลย เพราะมันจะมีความเป็นห่วงต่างๆนาๆเกิดขึ้นมาในหัวเวลาที่ ให้พวกเขาอยู่บ้านกันลำพัง เช่นเดียวกับเรื่องนี้เมื่อผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า Sunti Tiemwan ได้โพสต์เล่าเรื่องราวเมื่อเขาจำเป็นต้องไม่อยู่บ้านเป็นเวลา 2 วัน โดยเขานั้นได้ฝากให้คนที่ได้ผ่านไปผ่านมาให้อาหารกับเจ้าเหมียวจรที่เขาได้รับเลี้ยงเอาไว้ภายในรั้วบ้าน โดยการมีค่าจ้างเป็นการตอบแทนให้ในครั้งละ 50 บาท ซึ่งเขาได้เอาเงินไว้ในกระป๋องที่เขาได้จัดการเอาไว้ 200 บาทเป็นเวลา 2 ครั้งต่อหนึ่งวันนั้นก็คือค่าจ้างทั้งหมดเจ้าเหมียวจะได้กินเป็นเวลา 4 มื้อ เพราะการที่เขาเป็นห่วงแสนจะห่วงเจ้าเหมียวที่รัก จึงฝากคนที่ผ่านไปผ่านมาให้อาหารน้อง แถมคนไทยเราก็ได้มีความมีน้ำใจและซื่อสัตย์เพราะเงินในกระป๋องที่เข้าได้เตรียมเอาไว้ให้เป็นแบงค์ร้อยแถมมีแบงค์ยี่สิบถอนออกมาไว้ให้เสร็จสรรพอีกด้วย...

วุ่นวายทั้งหมู่บ้านกลางดึก หลังเข้าแล้วออกไม่ได้เหตุเพราะติดพุง ดึงแทบตูยสุดท้ายทุบ

ด้วยจากการที่เราเลี้ยงแมวแล้ว นอกจากที่เราจะได้ทั้งความรักความสุขหรือแม้แต่ความเสียใจ ในบางครั้งเราก็จะได้ความบันเทิงที่ไม่คิดว่าจะมีตามมา เพราะแมวนั้นเป็นสิ่งมีชีวิตที่มนุษย์ทั่วๆไปไม่สามารถที่จะคาดคะเนทิศทางความฉลาดหรือความซนของพวกเขาได้ เพราะบางครั้งพวกเขาก็มักจะทำให้มนุษย์อย่างเราได้เห็นว่าพวกเขานั้นไม่มีความฉลาดเลย แต่ในบางครั้งวินาทีที่เป็นหน้าสิ่วหน้าขวานพวกเขาก็แสดงความฉลาดออกมาอย่างหน้าตาเฉย เช่นเดียวกับเรื่องนี้เมื่อไม่นานมานี้ผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า Eka Aam ได้โพสต์เล่าเรื่องราวของน้องพลอย เจ้าเหมียวจอมซนตัวนี้ เมื่อได้เกิดเหตุขึ้นในกลางดึกด้วยเจ้าเหมียวตัวซนของเขาได้แอบย่องเข้าไปนอนในไหทองคำของแม่ด้วยความอิ้นดี ซึ่งทว่าเมื่อได้ตื่นขึ้นมาน้องพลอยก็ไม่สามารถที่จะออกมาจากไหทองคำของแม่ได้ และในตอนแรกพวกเขาก็ไม่ทราบว่าน้องพลอยนั้นได้หายไปไหน จนเมื่อได้ลองไปตามหาก็พบว่าน้องพลอยติดอยู่ในไหทองคำนี้ จนพวกเขาต้องพยายามช่วยกันอย่างยาวนาน แม้จะพยายามแล้วพยายามอีกที่จะดึงตัวของน้องพลอยออกมาจากไห แต่ก็ไม่มีแม้แต่จะขยับได้เลยแม้แต่น้อยไม่รู้ว่าน้องพลอยเข้าไปแอบกินอะไรในไหหรือป่าว ทำให้พวกเขาไม่สามารถที่จะนำตัวน้องพลอยออกมาจากไหได้ จนสุดท้ายแม่ต้องตัดสินใจที่จะทุบไหทองคำของแม่เอง เพื่อที่จะช่วยชีวิตเจ้าน้องพลอยตัวอ้วนออกมาจากไห งานนี้ผู้โพสต์จึงได้ RIP ไหทองคำของแม่และโพสต์เล่าเรื่องราวสุดป่วนของเจ้าเหมียวตัวซนลงในโลกออนไลน์ทำให้มีผู้คนเข้ามากดไลค์มากกว่าหมื่นคน ทั้งนี้ก็อยากจะฝากเอาไว้ว่ากรุณาเก็บไหให้ดีก่อนคิดที่จะเลี้ยงแมว ที่มา Eka Aam และชมคลิปการทุบไหทองคำของแม่ https://www.facebook.com/aam.eka.1/videos/2463565203691319/

สาวโวยตั้งแต่มีแมวเข้ามา ตัวเองก็เหมือนคนมาขออาศัยอยู่ แม้กระทั่งที่นอนหรือฝาชีจนตอนนี้ไม่เหลืออะไรแล้ว

หากเพื่อนๆที่ได้เลี้ยงแมวเองก็จะเข้าใจว่าในบางครั้งที่มีคนในครอบครัวของเราที่ในตอนแรกไม่ได้ชอบแมวหรือไม่เคยเลี้ยงแล้วเลยมักจะมีการกระทำที่ตอบโต้กับสิ่งที่เพิ่งเข้ามาใหม่ยังไง เพราะหากว่าได้สัมผัสหรือได้ลองเลี้ยงแบบเป็นจริงเป็นจัง คุณก็จะตกหลุมรักความเป็นทาสไปโดยปริยาย เช่นเดียวกับเรื่องราวนี้เมื่อผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า AP Ple ได้โพสต์เล่าเรื่องราวของเจ้าเหมียวที่เธอเองได้เลี้ยงไว้ ด้วยหลังจากการเข้ามาของเจ้าเหมียวก็ได้ทำให้ชีวิตของเธอได้เปลี่ยนไปอย่างฟ้ากับเหว เพราะจากเมื่อก่อนที่เธอได้ใช้ชีวิตร่วมอยู่กับแฟนของเธอนั้นก็มีความสุขกันมาตลอด แต่เมื่อมาในวันนี้เมื่อได้มีเจ้าเหมียวเข้ามาขั้นกลางชีวิตคู่ของเธอก็ได้เปลี่ยนไป เพราะวันนี้เธอได้บอกเล่าลงในกลุ่ม ชมคมคนรักแมวเหมียวเอาไว้ว่า ตั้งแต่มีเธอเข้ามาฉันก็เหมือนกับคนที่มาขออาศัยบ้านอยู่ เธอแย่งที่นอนของฉัน เธอแย่งสามีของฉันแย่งขนมของฉัน และมาในวันนี้ฉันก็ไม่เหลืออะไรอีกแล้ว พร้อมกับแนบรูปสามีกำลังขับรถพร้อมกับอุ้มเจ้าเหมียวที่ทำหน้าทำตาระลื่นราวกับเป็นการเยอะเย้ยว่าคนนี้เขาเลือกฉันแล้วย๊ะ ทำให้เธอเศร้าใจเล็กน้อยแต่เมื่อได้แลกกับความสุขที่ได้รับมาก็ยอมให้เข้ามาจนตัวเองไม่เหลืออะไรอีกเลย โดยภาพนี้ก็ได้เป็นที่ถูกใจสำหรับเพื่อนๆในกลุ่มคนรักแมวเอง แต่ทว่าก็มีหลายๆคนได้บอกเล่าเช่นเดียวกับเธอเอาไว้ด้วยว่าที่บ้านก็กำลังจะถูกเจ้าเหมียวตัวซนยึดสามีและทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตเพียงเพราะการแค่อยากจะเลี้ยงแมวเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ก็อยากจะฝากเอาไว้สำหรับใครที่คิดจะตกเป็นทาสแมวก็อยากจะให้คิดกันให้ดีๆเพราะไม่แน่ว่าคุณก็อาจจะโดนแย่งฝาชีไปเช่นเดียวกับเธอ ที่มา AP Ple

จากหมาพันธ์ดีเคยอยู่ดีมีสุข ต้องพลันตัวมาเป็นจรนอนแร่ร่อน หาที่หลบอาศัยไม่มีใครเขาจะมาเหลียวแล

เพราะความอยากจะได้อยากจะมีของมนุษย์นั้นเป็นสิ่งที่ทำให้หลายๆชีวิตต้องทนอยู่อย่างอยากลำบาก เพียงเพราะการตัดสินใจเพียงชั่วครู่ ในเมื่อคิดอยากจะเลี้ยงแต่ก็ไม่ได้เตรียมความพร้อมหรือความคิดให้ถี่ถ้วยหรือเอาง่ายๆว่าก็คิดเพียงแค่ตนนั้นอยากจะได้มาโดยไม่สนใจว่าถ้าเกิดวันหนึ่ง สิ่งที่ตนอยากจะได้กลับมาเป็นภาระให้จะมีความรับชอบมากเพียงใด เมื่อผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า Bew Wongnarat ได้โพสต์บอกเล่าเรื่องราวของเจ้าตูบไซบีเรียนฮัสกี้ตัวนี้ เมื่อเขาได้พบน้องต้องใช้ชีวิตทนอยู่ในสภาพที่เป็นสุนัขจรจากที่เคยมีเจ้าของได้รับความรักดั่งดุดดวงใจ ยามในวันนี้แก่ลงไปไร้แม้ใครจะพึ่งพา จากที่เคยรักเคยดูแลตอนนี้ต้องใช้ชีวิตหาประทังชีวิตในแต่ละมื้อ เมื่อเป็นหมาพันธ์ดีเคยมีคุณค่าในวันนี้มาไร้แม้ที่หลับนอน ซึ่งน้องเคยมีเจ้าของแต่เจ้าของก็ปล่อยให้ใช้ชีวิตเยี่ยงสุนัขจรเดินออกหากินไม่มีแม้ที่หลบอาศัยแดดฝน แต่ก็ต้องอดทนเพราะด้วยเขาไม่ต้องการเราแล้ว อีกทั้งสภาพในตอนนี้ก็เป็นโรคผิวหนังเรื้อรังด้วยตัวลำพังเป็นหมาพันธ์อากาศหนาวแต่เมื่อไม่มีใครต้องการชีวิตนี้จึงต้องอยู่อย่างตามมีตามเกิด โดยผู้โพสต์ก็ยังได้บอกว่าได้พบเห็นอีกสองตัวสีดำชอบมาเดินหากินด้วยกัน โดยพิกัดที่น้องได้อยู่นั้นผู้โพสต์บอกเอาไว้ว่าแถว มหาสารคาม จึงอยากหาเพื่อนๆท่านไหนที่อยู่ในบริเวณดั่งกล่าวเข้าช่วยเหลือหรือพอจะมีหน่วยงานใดพอจะเข้าไปประทังชีวิตต่อลมหายใจ และในวันต่อมาทางผู้ต้นโพสต์ก็ได้มาอัพเดทเพิ่มเติมว่าในวันนี้ไม่ได้พบน้องอยู่ตรงที่เดิมแล้วไม่รู้ว่าเดินเร่ร่อนไปที่ไหนแล้ว ที่มา Bew Wongnarat