หน้าแรก บล็อก

ที่สุดของแมวจร9ชีวิต กับการต่อสู้เพื่ออยากมีชีวิตอยู่ต่อแม้จะต้องทนแต่ก็ขอให้มีชีวิต

ชีวิตหนึ่งชีวิตมีค่ามากถ้ารู้ว่าเราจะอยู่ในโลกอันสวยงามนี้ได้อีกไม่นาน ชีวิตและวงจรของหมาแมวจรจัดไม่โสภาอย่างที่คิด ไม่สวยงามเหมือนในโลกนิยาย มันเจ็บปวด ไร้ซึ่งความปลอดภัยในชีวิต และสัตว์พวกนี้ไม่สามารถเปลี่ยนชะตาชีวิตของตัวเองได้เพราะชีวิตได้ถูกกำหนดมาแล้ว . แต่ในทั้งนี้...ชีวิตของหมาแมวจรได้ถูกคุณกำหนดชีวิตพวกมัน มนุษย์ผู้มีเมตตาและเป็นได้ทุกอย่างของพวกมัน เป็นครอบครัว เป็นเพื่อน เป็นทาส อย่างนั้นเองพวกคุณสามรถช่วยเปลี่ยนชีวิตเปลี่ยนชะตาให้กับพวกเขาได้ เพียงแค่อย่ามองข้ามพวกเขา พวกเขาคือรอยยิ้มของคุณในวันข้างหน้า ผู้ใช้เฟสบุ๊กคุณ : หวานเจี๊ยบ กะ ดริฟท์ซี่ ‎โดยเจ้าของโพสต์ได้เผยเรื่องราวของเจ้าอึด ผมแวะเข้ามาต้องการกำลังใจจากผู้เป็นทาสแมวด้วยกันครับ พี่อึด...แมวอึดไม่ยอมสิ้นใจ ชื่อนี้ได้มาจากความอึดของน้องที่ต้องการมีชีวิตอีกครั้ง การต่อสู้เพื่ออยากมีชีวิตอยู่ต่อ เรื่องราวของพี่อึดน้องได้รอดจากการโดนรถชน อาการสาหัส คุณหมอเก่งมากได้พยายามช่วยน้องสุดฝีมือ หมอบอกแต่แรกว่าน้องยังเด็กมากกระดูกที่แตกมีหายไปบางส่วน น้องต้องเย็บปากส่วนบนและล่างให้ติดกันจนสนิท กันกรามเคลื่อน แล้วหมอจะเจาะตรงคอไว้ให้เราใส่อาหารเข้าทางสายยางค่ะ ต้องอดทนให้น้องอยู่อย่างงี้ประมาณ 1-2 สัปดาห์ สงสารมากตอนหน้าน้องบวมจากการมีแผลผ่าตัด ก่อนหน้านั้นเราได้รอฟังจากคลินิกที่แนะนำให้ฉีดยาให้น้องได้สิ้นใจไปแบบไม่เจ็บปวด แต่เราทำไม่ได้เราอย่างให้น้องฟื้นขึ้นมาเจอเราและเรียกเราว่า ( เจ้าทาส )น้องเจ็บปวดมาทุกรูปแบบ ..รอดจากการใส่ยาสลบเพื่อให้จากไปอย่างช้าๆแบบไม่เจ็บปวด..รอดจากการกินอะไรไม่ได้ร่างกายขาดน้ำ..รอดจากการร่างกายใส่ยาสลบเพื่อทำการผ่าตัด พี่อึดโชคดีมากมีคนเห็นค่าของชีวิตช่วยเหลือค่ารักษา และโชคดีที่เจอคุณหมอที่ รพ.มหิดล ทางรพ. ที่เห็นค่าของชีวิตแมวจรตัวหนึ่ง และรักษาสุดฝีมือ หลังจากนี้จะมีชีวิตที่ดีขึ้นไม่ต้องกลับไปเป็นแมวจรเหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว อึดเอ๋ยอึด (เป็นกำลังใจให้พี่อึดด้วยนะคะ) ที่มา หวานเจี๊ยบ กะ ดริฟท์ซี่  

ทนอยู่อย่างทุกข์ทรมาน ได้แต่มาขออาศัยขอข้าวกินประทังความหิว ด้วยเป็นจรจึงไร้ผู้คนจะช่วยรักษา

หากในโลกนี้มีเรื่องของบุญกรรมเก่าที่ได้ทำมา ก็คงจะเกี่ยวข้องกันมาในชาตินี้ๆเพราะในขณะที่คนบางคนนั้นได้เกิดมาอยู่อย่างสุขสบายกับในบางคนแล้วกลับต้องเกิดมาพบเจอแต่ความทุกข์ยากไร้แม้ที่จะพึงพิง และก็คงจะเป็นเช่นเดียวกันกับสัตว์โลกที่ได้เกิดมาอยู่อย่างสุขสบายกับบางตัวที่ต้องเกิดมาเป็นจร เช่นเดียวกับเรื่องราวนี้หลังผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า Supangpak Chanloy ได้นำเรื่องราวของเจ้าเหมียวจรตัวนี้มาโพสต์ลงยังกลุ่มคน ช่วยเหลือสุนัขและแมว หลังจากที่เขานั้นได้พบน้องมาขออาศัยขอข้าวกินเพื่อที่จะประทังความหิวซึ่งด้วยความสงสารเขาก็ได้ให้ข้าวน้องอยู่เป็นประจำ แต่ทว่าเมื่อเขาได้สังเกตเห็นที่พุงของน้องกลับมีเหมือนกับอวัยวะภายในนั้นได้หลุดออกมาจากตัว ซึ่งเธอเองก็ไม่รู้ว่าควรที่จะช่วยน้องยังไงอีกทั้งน้องยังคงเป็นแมวจรที่ไม่สามารถจะจับตัวน้องได้ และด้วยเธอเองก็ไม่มีทุนทรัพย์มากพอที่จะช่วยเหลือน้อง จึงทำได้แต่สงสารเพราะด้วยว่า หนึ่งชีวิตนั้นต้องเกิดบนความทุกข์ซ้ำยังต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยความเจ็บปวดเธอจึงสงสารน้องมากๆและพยายามหาวิธีเพื่อที่จะช่วยเหลือบรรเทาให้กับน้องได้บ้าง เธอจึงอยากสอบถามราคาค่าใช้จ่ายในการรักษาหรือหากว่ามีหน่วยงานใดที่พอจะช่วยเหลือน้องได้เข้าช่วยเหลือน้องที โดยเธอได้ระบุพิกัดเอาไว้ที่ธรรมศาสตร์รังสิต โดยทั้งนี้หากเพื่อนๆคนไหนสนใจอยากที่จะเข้าช่วยเหลือน้องหรือรับน้องไปเลี้ยงก็สามารถติดต่อไปได้ที่ต้นโพสต์ได้เลยนะคะ ขอขอบคุณข้อมูลจาก Supangpak Chanloy

เลี้ยงดีแค่ไหนสุดท้ายก็ถูกว่าอยู่ดี สาวทาสแมวเผยถูกเขาว่าเลี้ยงแมวไม่ดีขาดตกบกพร่อง

เมื่อไม่นานมานี้ผู้ใช้เฟสบุ๊กคุณ : Aum Chophaka ได้เผยเรื่องราวของเจ้าแมวอ้วนสุดน่ารักที่เธอได้เลี้ยงเอาไว้ โดยตัวเธอนั้นเป็นทาสแมวตัวยงและยังคงเป็นนักศึกษาอยู่ แต่ก็ถูกเขาตำหนิมาว่าจะเลี้ยงแมวทำไม ไม่มีเวลาให้ก็อย่าเลี้ยง (แต่เธอก็เลี้ยงแมวกินดีอยู่ดีจนน่ารักเหมือนกับในรูป) ...แต่ยังไงเขาก็ว่าเธออยู่ดี . โดยเจ้าของโพสต์ได้เล่าว่า เรากำลังศึกษาอยู่มหาลัยค่ะและทำงานธุรกิจเล็กๆไปด้วยในระหว่างเรียน ใช่ค่ะเราไม่ได้มีเวลาเลี้ยงน้องตลอดทั้งวันหรอกนะ แต่ทุกเย็นคืออยู่นอนกับน้องตลอด พอตอนเช้าเราก็ออกไปทำหน้าที่ของเราเหมือนทุกวัน เราโดนตำหนิเรื่องเวลาความพร้อมในการเลี้ยงน้องมาก(มีเวลาให้น้อย) คือเรางงมาก ต่อให้เราเรียนจบแล้ว เราก็ต้องมีอาชีพมีการมีงานทำที่ต้องทำมาหาเลี้ยงชีพ เราก็คงไม่ได้มีเวลาอยู่กับน้องทั้งวันอยู่ดีหรอก หรือเป็นเพราะเป็นนักศึกษาคะถึงมองว่าไม่มีความพร้อมในเรื่องนี้ พอถึงช่วงปิดภาคเรียนก็จะเอาน้องกลับบ้านไปด้วยนะคะไม่ได้ไว้หรือฝากใครเลี้ยง ส่วนเรื่องวัคซีน ถ่ายพยาธิ อาหารต่างๆเราไม่เคยขาดตกบกพร่องนะคะ เลี้ยงกินอยู่ดี แต่ก็โดนเขาตำหนิว่าไม่พร้อมอีก ชาวทาสมีความคิดเห็นยังไงบ้างคะ เชื่อว่ามีหลายคนค่ะที่เป็นนักศึกษาอยู่ เค้าคงอยากรู้เหมือนกันเนอะ ในกรณีที่เป็นนักศึกษาอยู่แล้วมีสัตว์เลี้ยงแบบนี้ (ปล.หอที่เลี้ยงน้องเป็นหอที่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้ค่ะ) ส่วนพันธุ์ของน้องมีหลายท่านถามกันเข้ามาว่าน้องพันธุ์อะไร น้องเป็นแมวไทยลายสลิดทั่วไปนี่แหละจ้า แต่น้องกินดีอยู่ดีจนตัวอ้วนจะเท่าเจ้าของอยู่แล้ว ที่มา Aum Chophaka

จากตัวผอมๆถูกเลี้ยงดูโดยหลวงพี่จนตัวอ้วน แต่พอน่ารักก็ถูกมือดีเขาขโมยหมาไปดื้อๆ

เมื่อไม่นานมานี้หลวงพี่ พระปลัดเริงศักดิ์ คงแดง‎ ได้เผยเรื่องราวหลังหมาของตนนั้นถูกมือดีขโมยหมาตัวอ้วนไปคาวัด โดยเจ้าตูบตัวน้อยนี้ถูกเลี้ยงดูอย่างดี พอพระท่านเลี้ยงดูให้เติบใหญ่มีอาหารการกินที่ดี แต่มาวันนี้เจ้าตูบตัวน้อยกลับถูกขโมยไปไม่มีบอกกล่าวสักคำ . โดยหลวงพี่ได้เล่าว่า ฝากถึงคนที่ขโมยจังโก้น้องหมาของอาตมาที่ได้ตั้งใจเลี้ยงไว้อย่างดี​ มาวันนี้ก็โดนมือดีมาขโมยจังโก้ไปเสียแล้ว​ คุณจะรู้บ้างมั้ยว่าเจ้าของเป็นห่วงจังโก้มากขนาดไหน​ พอพระเลี้ยงดีอ้วนท้วนสมบูรณ์​ ก็มาแอบขโมยไปเอาดื้อๆ​ ถ้าอยากได้ให้มาขอกันดีๆน่าจะโอเคกว่านะ​ ถ้าเอาไปเลี้ยงดีๆไม่หวงหรอก แต่กลัวอย่างเดียวว่า​ จะเอาจังโก้ไปอดๆอยากๆ​นะสิ เลี้ยงมันแบบตามยถากรรม​ ก็อดสงสารมัน อดคิดถึงมันไม่ได้จริงๆ​ เพราะจังโก้ชอบแอบมานอนซ่อนตัวที่ใต๊ะบูชาเป็นประจำ​ พอเรียกปุ๊บก็จะโผล่หัวออกมาจากใต้ฐานโต๊ะหมู่ในทันที เป็นห่วงน้องมาก​ ใครจะว่าอย่างไรก็ช่างเถอะหนา​ ภาวนาขอให้คนที่ขโมยเอาจังโก้ไป​ ให้เขากลับใจเอาจังโก้มาคืนในสภาพที่ดีๆด้วยเถิด ถือว่าเห็นใจเจ้าของจังโก้นะครับ.. ถึงเขาจะเป็นสัตว์เดรัจฉาน แต่เขาก็น่ารักสำหรับเจ้าของเสมอ   ที่มา พระปลัดเริงศักดิ์ คงแดง‎

ระหว่างทางกลับฐานเจอลูกแมว นอนหายใจโรยรินกลางถนน คาดน่าจะถูกชนแต่ก็คงจะปล่อยเอาไว้ไม่ได้

ด้วยชีวิตที่ได้เกิดมาในบางครั้งคนไทยเราก็มีควา่มเชื่อกันว่า เมื่อได้เกิดมาต้องพบเจอกับวิบากกรรมที่ได้ทำไว้ในอดีตชาติทำให้ชาตินี้จึงต้องเกิดมาชดใช้กรรมที่ต้องพบเจอ แต่ทว่าหากเป็นสิ่งมีชีวิตเล็กที่ต้องเกิดมาพบเจอยิ่งแล้วใหญ่เพราะจะไปร้องบอกใครเขาก็ไม่มีใครช่วย แต่ถ้าเกิดโชคยังดีหน่อยได้เจอผู้คนที่เขานั้นใจดีช่วยเอาไว้ก็ถือเป็นบุญที่ได้ทำร่วมกันมา เช่นเดียวกับเรื่องราวนี้หลังผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า Re Va ได้โพสต์บอกเล่าเรื่องราวหลังจากที่เขานั้นได้กำลังอยู่ในระหว่างทางที่เขาจะกลับฐาน ซึ่งเขาก็ได้พบกับเจ้าเหมียวตัวหนึ่งนอนแน่นิ่งอยู่ที่กลางถนน ด้วยสภาพร่างกายที่หายใจโรยริน แต่ก็ยังคงกระเสือกกระสนคลานเข้าริมฝั่งของถนน เพื่อที่จะให้ชีวิตตนนั้นรอดพ้นจากอันตราย ซึ่งผู้โพสต์ได้เห็นก็จึงได้ตัดสินใจจอดรถลงไปดูและเข้าช่วยเหลือ เพราะหากว่าปล่อยน้องเอาไว้ไม่วายคงจะถูกซ้ำไม่รอดอย่างแน่แท้ เขาจึงตัดสินใจลงไปดูและกลับขึ้นมาบนรถเพื่อที่จะหาผ้าไปอุ้มตัวน้องขึ้นมาอย่างปลอดภัย โดยทั้งนี้ในเวลาต่อมาเขาได้ทำการพาน้องไปพบสัตวแพทย์เพื่อดูอาหารเบื้องต้นและทำการรักษา โดยทางคุณหมอก็ได้แจ้งกับเขาว่าน้องมีอาการหนักเพราะจากด้วยสภาพของน้องแล้วแต่ก็ยังดีที่รีบพานำมารักษาได้อย่างรวดเร็ว แต่ทว่าก็ยังคงจะเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิดเพราะด้วยน้องยังเล็กและสิ่งที่น้องได้พบเจอมา โดยผู้โพสต์เองก็ไม่ได้ย่อท้อแต่อย่างใดยังคงให้คุณหมอทำการรักษาน้องอย่างเต็มที่แม้คุณหมอเองจะบอกว่าน้องมีโอกาสรอดเพียงแค่ 50 50 เพียงเท่านั้น และเพื่อนๆในเฟสก็ต่างพากันชื่นชมต่อความมีน้ำใจที่ผู้โพสต์นั้นไม่เลือกที่จะเมินต่อชีวิตตัวน้อยๆ ขอขอบคุณข้อมูลจาก Re Va และคลิป https://www.facebook.com/re.va.982/videos/737767570309606/

นั่งเฝ้ามองรถผ่านทุกคันด้วยใจหวังว่าเจ้าของจะกลับมารับ ไม่วายซ้ำถูกขโมยแม้กระทั่งจานข้าว

เพราะเกิดมาเป็นสิ่งมีชีวิตที่ถูกเรียกว่ามีความซื่อสัตย์มากที่สุดในโลก แต่คนที่เคยรักเคยเมตตากลับไม่นึกถึงในจุดที่ว่าถ้าหากว่าไม่ได้อยู่ร่วมกันแล้วจะต้องมีชีวิตหรือต้องอยู่ต่ออย่างไร ในเมื่อถูกเลี้ยงดูมาตั้งแต่อ้อนแต่ออดด้วยใจที่ผูกพันแต่เมื่อยามที่ไม่ต้องการกันแล้วกลับไม่นึกถึงมันเลยแม้แต่น้อย เมื่อไม่นานมานี้ผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่าได้โพสต์บอกเล่าถึงเรื่องราวของความซื่อสัตย์ของเจ้าตูบสุนัขพันธุ์ตัวนี้หลังจากที่ถูกผู้เป็นเจ้าของนั้นนำมาปล่อยเอาไว้ ซึ่งน้องก็ทำได้เพียงแต่นั่งเฝ้ามองรถที่วิ่่งผ่านไปมาในทุกคืนวันเฝ้ารอด้วยใจหวังว่าสักวันผู้เป็นเจ้าของนั้นจะกลับมารับตนกลับไปด้วย โดยทางผู้โพสต์เองก็ทำได้เพียงนำอาหารมาให้กับน้องแต่ทว่าก็กลับไม่วายถูกคนใจร้ายลักจานข้าวของน้องเอาไว้ให้น้องกินไปอีก ด้วยไม่รู้ว่าจิตใจคนสมัยนี้ทำด้วยอะไรเห็นก็เห็นว่าน้องหมาก็ยังอยู่ตรงนี้แต่ก็เอาแม้กระทั่งจานข้าวของหมา ซึ่งทางผู้โพสต์เองก็ได้นำข้าวมาให้น้องแบบนี้ในทุกวัน แต่จานของน้องก็หายไปทุกวันเช่นเดียวกัน ซึ่งผู้โพสต์ก็ยังได้ระบุพิกัดเอาไว้ที่แยกไฟฟ้าสามพราน โดยก็ไม่แน่ใจว่าน้องหล่นรถหรือถูกนำมาปล่อยไว้กันแน่แต่ที่แน่ๆ ในคอมเม้นต์ของผู้โพสต์รายดังกล่าวได้มีเพื่อนในโลกออนไลน์บอกว่าน้องอยู่แบบนี้มาร่วมครึ่งปีแล้ว ซึ่งก็หมายความว่าน้องใช้ชีวิตด้วยการเฝ้ารอคอยอย่างมีหวังในจุดเดิมๆแบบนี้มาครึ่งปี โดยที่ไม่คิดแม้แต่จะไปไหนเลยแม้แต่น้อย ทั้งนี้เองก็อยากจะฝากถึงเพื่อนๆที่พอจะรู้จักกับสุนัขตัวนี้ หรือเคยได้พบเห็นหรือรู้จักกับผู้เป็นเจ้าของของน้องก็อยากจะฝากให้ช่วยติดต่อผู้เป็นเจ้าของของน้องที หรือหากใครที่อยากจะรับน้องไปก็สามารถติดต่อไปได้ที่ต้นโพสต์ได้เลยนะคะ ขอเป็นบ้านหลังสุดท้ายที่จะไม่ต้องเฝ้า่รอคอยแบบนี้ ขอขอบคุณข้อมูลจาก Gutu ArthurWar

ถูกเขาเอามาปล่อยไว้ ช่วยได้แค่จับใส่ตะกร้าด้วยป้าเป็นคนเร่ร่อน แต่ก็เลือกที่จะเมินชีวิตน้อยๆไม่ลง

ในทุกๆครั้งที่เรามักจะบอกกับเพื่อนๆผู้อ่านเสมอว่าการนำสัตว์เลี้ยงมาเลี้ยงนั้นเท่ากับเราจะได้รับภาระจากพวกเขาเพิ่ม นอกจากที่เราจะได้ความรักและความผูกพันรวมไปถึงความสุขแล้วสิ่งที่จะตามมานั้นก็คือภาระที่จะต้องรับผิดชอบต่อหนึ่งชีวิตยิ่งถ้าเกิดสัตว์ที่เพื่อนๆเอามาเลี้ยงนั้นเป็นตัวเมียแล้วด้วย เพื่อนๆเองก็ควรที่จะนำน้องไปทำหมันให้เรียบร้อยจะได้ไม่ส่งผลกระทบที่ตามมานั้นก็คือการตั้งท้อง เช่นเดียวกับเรื่องราวนี้เมื่อไม่นานมานี้ผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า Som Ramphaphak ได้โพสต์บอกเล่าเรื่องราวของเจ้าเหมียวเหล่านี้หลังจากที่ได้พบน้องเมื่อเขานั้นได้ไปเดินเยาวราช ซึ่งเธอก็ได้พบตะกร้าที่เต็มไปด้วยชีวิตน้อยๆทั้ง 5 โดยลูกเหมียวน้อย 5 ตัวนี้ที่เธอได้สอบถามจากป้าแถวนั้น ด้วยแกก็บอกว่ามีคนนำน้องเอามาปล่อยเอาไว้ และใครที่อยากจะอุปการะน้องก็สามารถมาขอไปได้ โดยตัวคุณป้าเองนั้นเป็นคนเร่ร่อนแถวนั้นและได้พบน้องเข้า แต่ก็ไม่สามารถที่จะเลือกเมินชีวิตน้อยๆเหล่านี้ได้ จึงทำได้เพียงแค่นำพวกน้องๆมาใส่ตะกร้าเอาไว้เพราะป้าก็ทำได้ดีที่สุดเท่านี้ และคุณป้ารายนี้ก็ยังบอกอีกด้วยว่าถ้าปล่อยน้องๆเอาไว้แถวนี้คงจะอยู่รอดไปอีกแค่ไม่กี่วัน เพราะด้วยแถวนั้นก็มีสุนัขจรเป็นจำนวนมากไหนจะรถไหนจะคนอีกเยอะแยะ อีกทั้งลูกแมวที่ได้ขาดแม่ไร้แม้กำลังจะปกป้องกันตัวด้วยโลกกว้างใบใหญ่และยังคงเล็กไม่รู้ว่าสิ่งไหนอันตรายกับตัวสิ่งไหนปลอดภัย จึงอยากฝากหาบ้านให้กับพวกน้องๆ ซึ่งน้องๆก็น่ารักมากๆโดยพิกัดที่ผู้โพสต์ได้กำหนดเอาไว้คือที่ วัดคณิกาผล ตรงข้ามกับสน.พลับพลาไชย ปล.น้องอยู่ข้างกำแพงวัดด้านนอก ซึ่งหากเพื่อนๆคนไหนสนใจอยากจะรับอุปการะน้องๆก็สามารถเข้าไปติดต่อสอบถามได้ที่ต้นโพสต์ ขอขอบคุณข้อมูลจาก Som Ramphaphak

กระเสือกกระสนแบกสังขารคลานมาขอความช่วยเหลือ ด้วยซีกซ้ายใช้การไม่ได้นอนแน่นิ่งรอวันสิ้นลม

ด้วยชีวิตที่ได้เกิดมาเป็นแมวจรทำให้หลายๆชีวิตต้องดิ้นรนต่อสู้กับสิ่งทีตนได้เจอ ซึ่งหากถ้าเป็นคนไทยเราแล้วก็จะเชื่อกับสิ่งที่เรียกว่าวิบากกรรมที่ได้ทำมาแต่ชาติปางก่อน ทำให้ชาตินี้ต้องเกิดมาชดใช้กรรมเพราะแม้แต่แมวเองบางตัวก็ได้เกิดมาอยู่ดีมีสุขเพราะด้วยมีผู้เป็นเจ้าของที่ดีแต่บางตัวก็กลับต้องเกิดมาเป็นจร ไร้แม้ผู้คนจะแยแสแม้ตกทุกช์ได้ยาก เชกเช่นเดียวกับเจ้าเหมียวรายนี้เมื่อไม่นานมานี้ผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า กิติ สุวรรณกาญจน์ ได้บอกเล่าเรื่องราวของเจ้าเหมียวตัวนี้หลังจากที่ได้พบเจ้าเหมียว แบกสังขารตัวเองคลานมาร้องขอความช่วยเหลือด้วยสภาพซีกซ้ายไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ แต่ก็ยังดิ้นรนต่อสู้ชีวิตเพื่อที่จะมาร้องขอความช่วยเหลือ แม้ตัวจะหมดเรี่ยวแรงก็ตาม ซึ่งผู้โพสต์เองก็ได้พบน้องมานอนแน่นิ่งอยู่ที่หลังบ้านของตน แต่ก็ไม่รู้ว่าจะช่วยเหลือน้องได้ยังไงเพราะด้วยตัวก็ไม่มีทุนทรัพท์มากพอที่จะสามารถช่วยเหลือน้องได้จึงได้นำเรื่องราวมาโพสต์ยังโลกออกไลน์ จนภายหลังเพื่อนๆในโลกออนไลน์ก็ได้พากันช่วยแนะนำวิธีช่วยเหลือน้องข้างตนเอาไว้ด้วยว่า ให้นำภาชนะที่สามารถจะใส่น้องได้มาใส่น้องเอาไว้ก่อนแล้วค่อยช่วยกันหาคนรับน้องไปดูแลเพื่อที่จะพาน้องไปหาหมอและทำการรักษาอีกต่อไป โดยทั้งนี้ผู้โพสต์ก็ได้ทำตามที่เพื่อนๆในโลกออนไลน์ได้บอกไว้ และได้ระบุพิกัดที่น้องได้อยู่เอาไว้ที่ ถนนเพชรเกษม ตำบลควนลัง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยทั้งนี้เองก็ยังคงหวังว่าจะพอมีใครที่สามารถยืนมือเข้ามาช่วยเหลือได้เข้ามาช่วยที เพราะหากปล่อยเอาไว้ไม่รู้ว่าคืนนี้น้องจะอยู่รอดต่อไปถึงพรุ่งนี้ไหม ขอขอบคุณข้อมูลจาก กิติ สุวรรณกาญจน์

ความสุขและการช่วยเหลือ ณ ริมทางกับชายพิการกับหมาตัวผอมที่ส่อเค้าคดีพลิก

เมื่อไม่นานมานี้ผู้ใช้เฟสบุ๊กคุณ : เอ้ สหายบาว ได้เผยเรื่องราวหลังเขานั้นได้ขับรถผ่านมาเจอกับชายพิการ ที่ต้องใช้ไม้ค้ำเพื่อเดินอยู่ตลอดเวลา ส่วนในระหว่างเดินอยู่นั้นก็มีหมาน้อยเดินอยู่เคียงข้าง โดยหนุ่มรายดังกล่าวเมื่อพบเจอเข้าก็เลยเข้าไปสอบถามพร้อมช่วยเหลือในเบื้องต้น แต่...เรื่องราวของชายและหมาตัวนี้กลับส่อคดีพลิก . โดยเจ้าของโพสต์ได้เล่าว่า ง่ายๆแต่มีความสุข..!! เจอพี่ผู้มีขาที่พิการเขาเดินที่ข้างทางที่ริมถนน สาย ระยอง-บ้านเพ พร้อมกับน้องหมาแสนรู้หมาคู่ใจ ผมมีข้าวผัดกุ้งกับน้ำเปล่าและปัจจัย 100บาท แบ่งปันกันไป ส่วนน้องหมา ก็ก้มลงคำนับผมก่อนจะจากลากันอย่างมีความสุข แม้จะเป็นสิ่งเล็กๆน้อยๆ แต่ ผมเองก็ทำให้ใจผมเบิกบานอย่างมีความสุขใด้เช่นเดียวกัน คุณๆทุกๆท่านที่รักหมาจร ก็สามารถที่จะทำอย่างผมได้นะครับ เพราะมันคือความสุขบนเส้นทางแห่งการแบ่งปันของพวกเราตลอดไป นี่แหละนะคนรักหมา มีอะไรช่วยเหลือกัน จนเรื่องราวถูกโพสต์ในกลุ่มคนรักหมา ชาวเน็ตเองหลังได้รับชมเรื่องร่าวต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นพร้อมกล่าวว่า จากคดีนี้มีส่อพลิกมาก จากภาพที่เห็นก็คือหนุ่มพิการขาคนดังกล่าวมักนำหมาตัวผอมๆมาเดินเร่อยู่อย่างนี้เพื่อเรียกร้องความสงสาร และจะเดินอยู่ริมถนนอยู่อย่างนี้เพื่อหาเงินเข้ากระเป๋า เพราะชาวเน็ตคนดังกล่าวได้เข้าไปช่วยเหลือน้องหมาตัวที่เห็นในภาพ(หมาคอกนี้มีหลายตัวน้องมีลายคล้ายๆกัน) ขนาดหมาขาเจ็บเดินแทบไม่ไหวก็ยังทนฝืนพาน้องหมาเดิน เห้อ...เราก็ได้แต่หวังว่าจะมีคนช่วยพาน้องหมาออกมา และดูจากรูปภาพและลายของน้องน่าจะเป็นน้องหมาคอกเดียวกันเลย ฝากคนจังหวัดระยองช่วยติดตามเคสนี้ด้วย   ที่มา เอ้ สหายบาว

ถ้าแม่เผลอเป็นอันไม่รอด ลูกซุกซนกับเจ้าเหมียวสมยอมเผลอเป็นไม่ได้มีสีให้เลอะแทบทุกวัน

เมื่อไม่นานมานี้ผู้ใช้เฟสบุ๊กคุณ : Thanrada Numkaew ได้เผยเรื่องราวสุดปวดหัวของเจ้าเหมียวน้อยที่เธอได้เลี้ยงเอาไว้ โดยเจ้าเหมียวและลูกสาวของเธอมักเล่นซน บางวันตัวแดงเพราะลิปสติก บางวันตัวขาวเพราะแป้ง บางวันก็ตัวม่วงม่วงไปทั้งตัวซะอย่างนั้น . โดยเจ้าของโพสต์ได้เล่าว่า ถ้าแม่เผลอ บางวันพี่ก็ตัวแดงๆแดงทั้งหน้าเลยก็มี บางวันตัวขาวๆขาวเพราะแป้งขาววอกไปทั้งตัว บางวันก็ม่วงๆม่วงจนไม่เห็นลายสลิด นุดน้อยโดนแม่บ่นตลอดแหละจ้า ตัวพี่ก็โดนบ่นด้วย มันคือศิลปะแม่ไม่เข้าใจหรอก ไม่รู้จะสงสารคนเป็นแม่หรือสงสารน้องแมวก่อนดี ถ้าเผลอเมื่อไหร่เป็นอันได้สีแทบทุกวัน จนเรื่องราวของน้องถูกโพสต์ในโลกออนไลน์จนกลายเป็นเรื่องเฮฮาในกลุ่มทาสแมว โดยชาวเน็ตได้กล่าวว่าทั้งสองเข้าขากันดีซะเหลือเกินเด็กก็น่ารักซุกซน ส่วนเจ้าเหมียวแกเองก็ยอมเสียทุกอย่าง ไม่มีอาการขัดขืนเลยแม้แต่น้อย เจ้าเหมียวเองก็คงคิดในใจว่าเมื่อลูกเอ็งจะเข้าโรงเรียนสักที ตัวพี่นั้นจะได้ไม่ต้องมาเลอะสีอยู่อย่างนี้แทบทุกวัน โอ้ยยยยย...อิตัวแม่เองก็คงต้องอาบน้ำวนไปจ้าทั้งคนทั้งแมวเลย   ที่มา Thanrada Numkaew