หน้าแรก บล็อก

พยายามลุกขึ้นยืนสู้แม้ร่างกายจะเจ็บหนักจนยืนแทบไม่ไหว แต่เพราะเป็นแค่จรจึงต้องช่วยเหลือตัวเอง

หากในวันนี้เพื่อนๆคิดว่าตัวเองไม่มีใครอยากให้ลองมองดูรอบๆตัวหรือสิ่งมีชีวิตเล็กๆเหล่านี้ที่พวกเขานั้นไม่มีใครเลยจริงๆแม้สักคนเดียว เพราะด้วยชีวิตที่เกิดมาเป็นแค่เพียงสัตว์จรไร้ญาติขาดมิตรไม่เหมือนกับมนุษย์ที่อย่างน้อยๆก็ยังไม่สามารถที่จะตัดกันขาดได้ แต่ด้วยความเป็นสัตว์เล็กจะให้ไปร้องบอกใครเขาก็คงจะไม่มีใครฟัง เมื่อไม่นานมานี้ผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า สราวุธ ตรีประพันธ์กิจ หลังจากที่พบน้องถูกรถชนเข้าอย่างจังแต่ทว่าน้องก็ยังคงพยายามต่อสู้เพื่อที่จะยื้อชีวิตของตัวเองด้วยการลุกขึ้นยืนเดินหลายครั้ง ราวกับว่ายังอยากที่จะมีชีวิตอยู่ต่อเขาจึงได้มาโพสต์ลงในแฟนเพจ Thai Love Animal ช่วยสัตว์ สุนัขและแมวจรจัด เพื่อที่จะร้องขอความช่วยเหลือ ซึ่งน้องนั้นถูกชนเข้าแถว พิกัดเส้นถนนกาญจนา ตรงดีทัวร์ตรงหน้าคลาดรถตลาดรถยนต์ดีชัวร์ ซึ่งเขาได้ขอความช่วยเหลือมาโดยด่วนเพรา่ะตัวผู้โพสต์เองได้จอดรถกันเอาไว้เพื่อที่จะไม่ให้น้องโดนรถชนซ้ำสองอีกครั้ง เพราะด้วยความที่ยังอยากจะมีชีวิตจึงต้องดิ้นรนตะเกียดตะกายเพื่อที่จะเอาชีวิตรอด โดยเป็นภาพที่บาดตาบาดใจของคนรักแมวเป็นอย่างมาก ด้วยเป็นเพียงแค่สัตว์ตัวเล็กๆจะไปร้องบอกใครๆเขาให้ช่วยเหลือก็คงไม่มี แต่ก็ยังโชคดีที่เจอคนใจดีรายนี้จอดรถและลงมาช่วยเอาไว้ ซึ่งในเวลาต่อมาน้องก็ได้มีคนเข้าช่วยเหลือและรับเคสเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยทางคุณหมอก็ได้แจ้งว่าน้องทีอาการบาดเจ็บรุนแรงและต้องแอดมิทเพื่อทำการรักษาและก็คงต้องดูอาการกันต่อไปซึ่งหากเพื่อนๆคนไหนสนใจอยากจะรับน้องไปเลี้ยงหรือติดตามเรื่องราวของน้องต่อก็สามาถติดตามไปที่พี่คนที่รักเคส Jesika Sika Sitthiket คนนี้ได้เลยนะคะ ยังไงก็ขอให้น้องรอดพ้นและปลอดภัยจากอันตรายเถอะนะ ขอขอบคุณข้อมูลจาก สราวุธ ตรีประพันธ์กิจ

เคยมีเจ้าของแต่ถูกนำมาเทไว้ จึงต้องแอบอาศัยในศูนย์เด็กเล็ก ไม่วายยังโดนมนุษย์แอบเอาน้ำร้อนราดทุกวี่วัน

เพราะด้วยชีวิตที่เลือกเกิดมาไม่ได้ทำให้ต้องต่อสู้และดิ้นรนเพื่อที่จะสู้ชีวิตให้มีชีวิตรอดไปในแต่ละวัน ซ้ำเป็นสัตว์ที่ไม่สามารถจะพูดหรือบอกใครเขาได้ว่าตนโดนอะไรมา จึงได้แต่ก้มหน้ารับกรรมที่โดนกระทำจากน้ำมือของมนุษย์ เพราะหนูไม่สามารถจะไปฟ้องหรือบอกใครเขา เช่นเดียวกับเรื่องราวนี้โดยเมื่อไม่นานมานี้ผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า ฐานิตย์ บุญณะ ได้โพสต์บอกเล่าเรื่องราวของเจ้าเหมียวรายนี้หลังจากที่เดิมทีแมวตัวนี้อาศัยอยู่ที่ศูนย์เด็กเล็กที่มีคนนำมาเทไว้ เธอจึงได้นำอาหารไปให้กับน้องในทุกวันซึ่งบางทีก็ฝากเพื่อนเอาไปให้ ด้วยที่ได้พาน้องไปทำหมันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ทว่าเจ้าเหมียวกลับหายตัวไปจนเกือบหนึ่งอาทิตย์แล้วจนมาในวันนี้โรงเรียนแห่งนี้ได้เปิดเทอมเป็นวันแรก ซึ่งพอน้องได้ยินเสียงรถของเธอน้องๆก็ออกมาให้เห็นด้วยความหวาดระแวงอยู่แค่แว๊บเดียว ด้วยสภาพที่เธอได้เห็นน้องเหมือนกับโดนเอาน้ำร้อนราดใส่มา เพราะเพื่อนของเธอนั้นได้บอกว่า ก่อนหน้านี้ก็ได้เอาอาหารมาให้กับน้องๆและเห็นน้องตัวเปียกทุกวันเลย จึงคิดว่าน่าจะถูกคนใจร้ายแอบกระทำน้องเข้าแน่นอน ซึ่งในตอนนี้น้องก็มีแผลและเริ่มส่งกลิ่น ซึ่งเธอก็ไม่รู้ว่าใครได้แอบมาทำน้องเขาเพราะด้วยน้องไม่ได้มีบ้านอยู่เป็นหลักแหล่ง จึงอยากที่จะหาบ้านที่อบอุ่นให้กับน้องได้อยู่ซึ่งพวกเด็กๆนั้นมีกันอยู่หลายตัวและสภาพแต่ละตัวก็น่ารักๆทั้งนั้นแต่ด้วยการหาบ้านที่ยากเย็นจึงไม่มีใครรับน้องไปเลี้ยงอย่างเป็นจิจะลักษณะ โดยทั้งนี้เองหากเพื่อนๆคนไหนสนใจอยากจะรับน้องไปเลี้ยงก็สามารถติดต่อไปได้ที่ต้นโพสต์เลยนะคะ และก็อยากจะฝากเพื่อนๆเอาไว้ว่าหากไม่รักไม่ชอบพวกเขาก็อย่าไปรังแกพวกเขาเลยพวกเขาก็มีหัวใจและเจ็บได้ไม่ต่างจากคนและยิ่งการทำแบบนี้เวรกรรมมันจะตามทันเอานะ ขอขอบคุณข้อมูลจาก ฐานิตย์ บุญณะ และชมคลิป https://www.facebook.com/100009074856576/videos/2536179233361214/

เจ้าเพนกวินแมวขาเป๋อดีตแมววัด ที่ขาดความรักมาตลอดทั้งชีวิตกับความฝันที่เป็นจริงที่มีบ้านเหมือนใครๆ

เมื่อไม่นานมานี้ผู้ใช้เฟสบุ๊กคุณ : Paravatee Seango ได้เผยเรื่องราวของเจ้าเพนกวิน อดีตแมววัดขาเป๋ที่ทางสาวผู้โพสต์รับเลี้ยงน้องมา มาดูแลรักเหมือนกับลูกเจ้าเพนกวินเองผ่านโลกมาเยอะมากด้วยร่างกายที่บอบช้ำ และไม่ไว้ใจผู้ใดนอกจากทางเจ้าของคนใหม่ที่รับน้องมาเพียงแค่คนเดียว . โดยเจ้าของโพสต์ได้เล่าว่า ชีวิตน้องน่าสงสารเอามากๆและคงผ่านเรื่องราวอะไรมาเยอะจริงๆ..เวลานางกินก็คำราม เวลามีแมวตัวอื่นเข้ามาใกล้ๆนางจะแปลงร่างเป็นคางคกขู่คำรามพร้อมสู้ และนางขาดความรัก พยามออดอ้อนขอความรักอยู่ตลอดเวลา นางจะสีทุกสิ่งที่ขวางหน้ากะมังหม้อไหนางสีหมดเมื่อเจอหน้าคน เริ่มต้นชีวิตใหม่กะพวกเรานะเพนกวิน และเธอยังได้อัพเดทเพิ่มเติมอีกว่าแมวขาเป๋จากแมววัดสู่แมวบ้านตัดสินใจเลี้ยงเองกลัวน้องไปอยู่แบบถูกกักกลัวเค้าไม่มีเวลาหอมกอดจูบเค้าแบบเรา น้องชอบขอความรักชอบให้หอมให้จูบหน้าผาก พยามจะเลี้ยงให้ดูที่สุดที่ทำให้เค้าได้คะ และล่าสุดความบันเทิงเกิดขึ้นแล้วจ้า เจ้าแมวขาเป๋ดันไปคลอดลูกในตู้เสื้อผ้า ได้ลูกแมวมาเพิ่มอีก 4 เพราะแม่แมวขาเป๋คงหาพื่นที่ที่อบอุ่นให้กับลูกน้อย แต่อย่างว่าแหละเนอะทางสาวผู้โพสต์ที่รับเลี้ยงน้องมาก็คงไม่ได้เตรียมตัวรับมือกับลูกในท้องด้วยแหละ รับตัวแม่แมวมาแต่กลับได้ลูกของนางมาเพิ่มถึง 4 ตัว เป็นบุญของแกและลูกๆนะลูกเอ้ย   ที่มา Paravatee Seango

เป็นแมวตัวอ้วนอายุก็มากแล้ว แต่จู่ๆก็ต้องกลายเป็นแมวไร้บ้านเพราะเจ้าของจำต้องปล่อยน้องไป

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 ผู้ใช้เฟสบุ๊กคุณ : Warin Tongjumrus ได้เผยเรื่องราว ของเจ้าแมวอ้วนทั้งสอง ทั้งสองเป็นแมวของชาวต่างชาติอายุ 7 กับ 14 ขวบ แต่ด้วยความจำเป็นที่เจ้าของต้องกลับต่างประเทศทำให้ทั้งสองต้องไร้บ้าน . โดยเจ้าของโพสต์ได้เล่าว่า เด็กๆกำลังจะกำพร้าผู้เป็นเจ้าของน้องเป็นแมววัย 7ขวบ กับ 15 ขวบ เจ้าของเขาเป็นชาวต่างชาติที่กำลังจะต้องกลับบ้าน เลยจำต้องปล่อยเด็กๆไป ด้วยน้องแมวทั้งสองถูกเลี้ยงดูมาอย่างดีเพราะเจ้าของคนรักน้องทั้งสองมาก แต่ด้วยความจำเป็นที่ตัวเขานั้นจะต้องกลับบ้านกลับต่างประเทศ แมวทั้งสองจึงต้องไร้เจ้าของไปโดยปริยาย และทางผู้โพสต์ยังช่วยประกาศตามหาบ้านให้กับเจ้าแมวอ้วนทั้งสอง หวังลึกๆว่าทั้งสองจะได้บ้านในเร็ววันเพราะเจ้าของเองก็คงเจ็บไม่น้อยที่ต้องลาจากน้องไปกะทันหันแบบนี้ และทางผู้โพสต์ยังได้มาอัพเดทเพิ่มเติมอีกว่า ตอนนี้มีคนสนใจเด็กๆเยอะมากเลย การคัดบ้านเป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะเราไม่รู้ใครเป็นใครเลยตอนนี้ เรารู้ว่าทุกคนรักแมว แต่เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าใครจะสามารถดูแลน้องได้ตลอด ขอเวลาเราคัดบ้านแป๊บนะขอบคุณทุกคนที่สนใจในตัวเด็กๆ ที่ทักมามากๆค่ะ เราหวังว่าน้องจะได้บ้านในเร็ววันนะ เพราะทั้งสองก็เป็นแมวมีอายุค่อนข้างมากแล้วด้วย แถมน้ำหนักตัวก็ไม่ธรรมดาเลย หากท่านใดอยากอ่านข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดตามไปยังต้นโพสต์ได้เลยนะ ขอบ้านที่อบอุ่นให้กับน้องทั้งสองด้วย ไม่อยากให้น้องทั้งสองต้องแยกจากกัน ที่มา Warin Tongjumrus

เจ้าของแกะส้มแต่แมวที่เลี้ยงไว้กลับทำหน้าไม่พอใจขั้นสุด แถมประชดหนักต้องรีบเข้าไปง้อเป็นการใหญ่

เมื่อไม่นานมานี้ผู้ใช้เฟสบุ๊กคุณ : Naraphorn Sunthonvit ได้เผยเรื่องราวของเจ้าเหมียวที่เธอนั้นได้เลี้ยงเอาไว้ โดยเจ้าเหมียวตัวนี้มีชื่อว่าอากะ อากะเป็นแมววัย 6 เดือนที่มีพฤติกรรมไม่เหมือนกับแมวตัวอื่นๆ เพราะนางไม่ชอบส้มนี่แหละ พอเห็นส้มก็จะชอบทำหน้าเหมือนกับในภาพในทันที . โดยเจ้าของโพสต์ได้เล่าว่า ส้มไม่หยุดแต่ฉันต้องหยุด เพราะลูกฉันเกลียดส้ม!! คือเราคิดว่าน้องน่าจะไม่ชอบกลิ่นส้มเอามากๆเลยอ่ะค่ะ ตอนแรกก็นอนอยู่ข้างๆกันนี่แหละ แต่พอเราแกะส้มเท่านั้นแหละ...หน้าตาน้องชัดเจนมากๆเลยค่ะ นั่งจ้องเรานานมาก เราก็กินแบบไม่คิดอะไรเลย น้องก็จะมุดโต๊ะคอมประท้วงเลยและก็ทำหน้าทำตามเหมือนกับในภาพ 555 แม่ขอโต้ดดดนะลูก รอบหน้าต้องไปหาที่แอบกินแล้วล่ะค่ะ โอ้ยยยย...ไม่รู้จะขำหรือสงสารน้องก่อนดี เพราะดูจากสีหน้าของน้องแล้วคงจะไม่ชอบอิส้มเอามากๆ จนเรื่องราวของน้องถูกโพสต์ในโลกออนไลน์จนมีชาวเน็ตในกลุ่มทาสแมวต่างพากันยิ้มไม่หุบ กับสีหน้าและแววตาของน้องที่ไม่ชอบส้มอย่างแรง และชาวเน็ตในกลุ่มได้กล่าวว่าแมวน่าจะไม่ชอบกลิ่นของส้มจริงๆนั่นแหละ น้องอาจจะไม่ชอบน้ำมันที่อยู่ในผิวส้มเวลาแกะจะมีละอองเล็กๆออกมาด้วยแถมมีกลิ่นฉุนนิดๆ   ที่มา Naraphorn Sunthonvit

ยอมอดให้ลูกอิ่มแม้ตนจะผอมแห้งไร้แม้เรี่ยวแรงจะเดิน แต่ก็ยังคงหาอาหารมาให้ลูกไม่ขาด

หากจะบอกหรือพูดถึงหัวอกคนเป็นแม่แล้วเชื่อว่าทุกคนนั้นก็จะเข้าใจความหมายของคำๆนี้กันดีแน่ เพราะด้วยมนุษย์หรือสิ่งมีชีวิตทุกๆอย่างบนโลกใบนี้ล้วนแต่เกิดมามีผู้เป็นแม่ที่คอยดูแลและปกป้องยามที่ลูกต้องการความช่วยเหลือ และด้วยความรักความห่วงใยนี้แม้ตัวจะต้องยากลำบากแค่ไหนแม่ก็ยอมได้ เช่นเดียวกับเรื่องราวนี้เมื่อผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า Aek Tanathon ได้โพสต์บอกเล่าเรื่องราวของเจ้าตูบแม่ลูกอ่อนตัวนี้หลังจากที่เขานั้นได้พบน้องอยู่ในระหว่างทางที่เขาจะต้องำแทำงานในเวลา 8.00น. ซึ่งน้องได้กำลังเดินหาอาหารด้วยสภาพร่างกายที่หิวโหย บนถนนสายบายพาสหลังโรงงานห้องเย็นควนปริง จังหวัดตรัง ซึ่งแม่ตูบนั้นก็ได้เดินตามหาอาหารให้กับลูกน้อยที่กำลังหิว ซึ่งในบริเวณถนนดังกล่าวนั้นก็มีรถสัญจรไปมาเป็นอย่างมาก เขาจึงได้จอดรถและนำอาหารเม็ดที่ติดมาด้วยในรถลงไปให้กับแม่หมา โดยเขาได้เล่าอีกว่าเป็นภาพที่น่าจดจำมากๆ เพราะเมื่อเขาได้เอาอาหารไปให้กับแม่หมาแล้วเจ้าตูบตัวน้อยก็ดูดนมแม่อย่างไม่ห่าง และที่น่าจดจำมากกว่านั้นคือสภาพของเจ้าสุนัขตัวน้อยไม่ได้ผอมลงเลยมีแต่เพียงผู้เป็นแม่เท่านั้นที่ผอมแห้งไร้แม้เรียวแรงจะยืน เพราะด้วยหัวอกแม่ก็คงจะหาอาหารและให้ลูกได้กินอิ่มตลอด แม้ว่าตัวจะอดก็คงจะไม่เป็นอะไรแต่ก็ขอเพียงแค่ให้ลูกได้กินอิ่มนอนหลับเพียงเท่านั้น ซึ่งหลังจากเรื่องราวนี้ได้ถูกเผยแพร่ออกไปยังกลุ่ม ชมรมคนเลี้ยงหมาแมวจังหวัดตรัง ก็ได้มีผู้คนใจดีรับอาสารับน้องไปเลี้ยงแล้วแต่ทว่าก็น่าเสียใจที่แม่ลูกไม่ได้อยู่ด้วยกันเพราะด้วยคนที่รับเลี้ยงไม่สามารถที่จะดูแลได้ทั้งคู่ แต่ทั้งนี้พวกน้องๆก็จะได้อยู่กับแบบไม่ต้องอดอีกต่อไป ขอขอบคุณข้อมูลจาก Aek Tanathon

ผูกถุงปุ๋ยมัดปากนำมาเทไว้ คนงานโยนเข้าเครื่องอัดขยะ ได้ยินเสียงร้องหวิดไม่รอดยกครัว

เพราะยังมีอีกหลายๆชีวิตนั้นต้องดิ้นรนเพื่อที่จะต่อสู้ชีวิตจริงๆ เรียกได้ว่าต่อสู้ยิ่งกว่ามนุษย์อย่างเราๆเสียอีกเพราะพวกสัตว์ตัวน้อยๆเหล่านี้ต้องต่อสู้เพื่อให้มีชีวิตรอดในแต่ละวันไม่ใช่เพียงแค่ปากท้องให้ได้อิ่ม แต่นี่หมายถึงชีวิต ด้วยไม่มีปากมีเสียงเหมือนใครๆ จึงต้องก้มหน้าก้มตารับกรรมต่อสิ่งที่ได้เจอ เช่นเดียวกับเรื่องราวนี้หลังผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า ‎Aroonrung Jaiklom‎ ได้นำเรื่องราวมาโพสต์บอกเล่าหลังจากที่เขาได้พบน้องถูกนำมาเทเอาไว้ด้วยการนำใส่ถุงปุ๋ยและมัดปากมาวางกองไว้รวมกับขยะ โดยที่คนงานที่โรงงานนั้นก็ไม่รู้ว่าในนั้นคืออะไรจึงคิดว่าเป็นขยะปกติ และเมื่อคนงานกำลังจะจับโยนใส่เครื่องอัดขยะกลับได้ยินเสียงร้อง จึงได้เปิดดูกลับพบเป็นแมวตัวน้อยๆยกครอบครัว โดยในนั้นมีแม่ 1 ลูกอีก 2 อายุเพียงแค่ประมาณ 1.5 เดือน ซึ่งในตอนนี้ทางคนงานเองก็ได้ทำการเลี้ยงน้องไว้ชั่วคราวแล้ว เธอจึงได้นำเรื่องราวมาโพสต์ลงในแฟนเพจ มูลนิธิรักษ์แมวปันน้ำใจให้แมวจร เพื่อที่ต้องการจะหาบ้านที่อยู่เป็นหลักแหล่งให้กับน้องๆ โดยพิกัดที่ได้ลงเอาไว้คือที่ สุขุมวิท 101 กรุงเทพมหานคร ซึ่งตอนนี้ก็ได้ทำการหาบ้านให้กับน้องๆมาเป็นรอบที่ 6 แล้วแต่ก็ยังไร้แม้วี่แวว ซึ่งหากเพื่อนๆคนไหนสนใจอยากจะรับครอบครัวเจ้าเหมียวนี้มาเลี้ยงก็สามารถติดต่อไปได้ยังที่ต้นโพสต์ได้เลยะนะคะ ขอเพียงบ้านที่อบอุ่นให้กับเด็กๆจะได้ไม่ต้องถูกคนใจร้ายทำแบบนี้กับพวกน้องๆอีก เพราะชีวิตที่เลือกเกิดมาไม่ได้เขาเห็นว่ามีลูกออกมาก็คงจะไม่ต้องการอีกต่อไปด้วยอาจจะเลี้ยงไม่ไหวหรือเหตุผลอะไรทำไมถึงต้องขนาดพรากชีวิต ขอขอบคุณข้อมูลจาก ‎Aroonrung Jaiklom‎ 

สาวทักแชทผิด หลังแมวมีอาการผิดปกติจะแชทไปหาโรงพยาบาลสัตว์ปากเกร็ดแต่ดั้นทักไปหาโรงพยาบาลปากเกร็ด

ทาสแมวอย่างเราๆหรือคนเลี้ยงสัตว์คงจะรู้กันดีอยู่แล้ว หากสัตว์เลี้ยงของเรามีอาการผิดปกติแปลกไป เราจึงต้องพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้น้องกลับมาเป็นปกติโดยเร็วที่สุด ซึ่งก็เหมือนกับสาวทาสแมวรายนี้ที่พยายามทักแชทไปถามยังโรงพยาบาลสัตว์เพื่อหาทางช่วยน้อง . เมื่อไม่นานมานี้ผู้ใช้เฟสบุ๊กคุณ : An Domicat ได้เผยเรื่องราวของสาวทาสแมวที่มีต่อเหมียวที่เธอนั้นได้เลี้ยงเอาไว้ โดยเจ้าเหมียวของเธอเกิดมีอาการผิดปกติในช่องหู ซึ่งเธอรู้สึกเป็นกังวลใจเป็นอย่างมากจึงได้ส่งแชทไปถามที่โรงพยาบาลสัตว์ แต่ด้วยความรีบร้อนเธอจึงรีบทักไปหายังโรงพยาบาลสัตว์ แต่ด้วยความเบลอหนักมาก จะทักโรงพยาบาลสัตว์ปากเกร็ด เเต่ดันไปทักโรงพยาบาลปากเกร็ดเท่านั้นแหละ ความฮาจึงเกิดขึ้นในกลุ่มทาสแมว แต่ด้วยความที่เป็นแอดมินของโรงพยาบาลปากเกร็ด   แม้จะไม่ใช่โรงพยาบาลสัตว์แต่ทางแอดมินก็ตอบข้อความที่เป็นประโยชน์ให้แก่สาวทาสแมวรายดังกล่าวด้วยนะ จนเรื่องราวของเธอและแมวของเขาถูกโพสต์ในโลกออนไลน์ และเหล่าบรรดาทาสแมวต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นพร้อมยิ้มไม่หุบกับเรื่องราวดังกล่าว ที่มา An Domicat

ผิดที่วิ่งตัดหน้ารถ แต่ชนที่ท่ายางกลับเอาไปปล่อยให้สิ้นใจข้างถังขยะที่ชะอำ เพราะเห็นว่าเป็นแค่หมาจร

เพราะชีวิตที่เลือกเกิดมาไม่ได้ทำให้หลายๆชีวีตต้องเกิดมาดิ้นรนต่อสิ่งที่ตนนั้นได้เจอ ยิ่งถ้าเกิดมาเป็นสุนัขจรที่บางคนเห็นว่าเป็นเพราะสัตว์ตัวหนึ่งที่ไร้ค่าไร้ราคาทำเหมือนแม้กับไร้ชีวิต จึงไม่มองเห็นคุณค่าในการมีชีวิตที่ยากลำบากหรือผ่านไปได้ในแต่ละวัน โดยเมื่อไม่นานมานี้ผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า Oranuch Nuch Banyam ได้โพสต์บอกเล่าเรื่องราวของเจ้าตูบจรตัวนี้หลังจากที่พบน้องถูกนำไปปล่อยเอาไว้ให้สิ้นลม โดยผู้โพสต์รายหนึ่งได้บอกว่าตนได้ชนสุนัขตัวนี้หลังจากที่เขานั้นตั้งใจไปทำบุญให้อาหารสัตว์ แต่ทว่าสุนัขตัวนี้กลับวิ่งตัดหน้ารถ แต่คนนั้นกลับไม่เป็นอะไรแต่สุนัขนั้นไม่น่ารอด แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับมีผู้ใช้เฟสบุ๊คอีกรายพบน้องถูกนำมาไปปล่อยไว้อีกอำเภอซึ่งน้องก็ยังคงมีชีวิตอยู่ ด้วยสภาพหายใจรวยรินราวกับกำลังจะสิ้นใจ เหมือนกับว่าน้องจะถูกนำมาปล่อยให้สิ้นใจไปเอง โดยผู้โพสต์รายนี้จึงได้นำเรื่องราวมาโพสต์ลงในโลกออนไลน์เพื่อเตือนเพื่อนๆที่ได้ใช้รถใช้ถนนให้มีสติให้มาก อีกทั้งการทำบุญแล้วมาพบเจอสุนัขถูกชนแบบนี้ก็ควรที่จะพาน้องไปหาหมอ ไม่ใช่นำมาปล่อยไว้อีกที่แบบนี้ ซึ่งน้องก็ได้แต่นอนรอด้วยหวังว่าจะมีใครสักคนช่วยเหลือ ซึ่งหลังจากที่เรื่องราวได้เผยแพร่ออกไปผู้โพสต์ก็ได้ตัดสินใจนำน้องไปหาหมอเพื่อที่จะรักษา และก็ยังคงโชคดีที่ยังทันเวลาแต่ทว่าหลังจากการรักษาคุณหมอก็ได้แจ้งข่าวร้ายว่าน้องอาจจะต้องพิการไปตลอดชีวิต เนื่องจากบาดแผลที่น้องได้รับนั้นสาหัสเกินที่จะเยียวยา โดยหากเพื่อนๆคนไหนสนใจอยากจะติดตามเรื่องราวเพิ่มเติมก็สามารถติดตามไปได้ที่ต้นโพสต์ได้เลยนะคะ ขอขอบคุณข้อมูลจาก Oranuch Nuch Banyam

ขับรถมาเจอกระสอบดิ้นได้ เปิดข้างในพบเหมียวน้อยแม่ลูก 5 ชีวิต ทำตาแป๋วเหมือนยังไม่รู้ตัวว่าตนอยู่หนไหน

เพราะทุกครั้งที่ย้ำเรามักจะย้ำบอกกับเพื่อนๆเสมอว่า การนำสัตว์มาเลี้ยงเท่ากับเราจะต้องดูแลหนึ่งชีวิต เราจึงมักย้ำบอกกล่าวให้ทุกๆคนนั้นเตรียมความพร้อมกับสิ่งที่จะต้องพบเจอ มิเช่นนั้นปัญหาการถูกปล่อยปละละเลยจนต้องเป็นแมวจรก็มักจะตามมา เช่นเดียวกับเรื่องราวนี้หลังผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า ถิรนันท์ เอกมาตย์ ได้โพสต์เล่าเรื่องราวของเจ้าเหมียวเหล่านี้หลังจากที่เขานั้นได้พบถุงกระสอบดิ้นได้ เธอจึงหยุดรถและจอดรถดูเปิดดูพบเจ้าเหมียวน้อยแม่ลูกร่วม 5 ชีวิตแออัดกันอยู่ในถุงกระสอบดังกล่าวซึ่งเหล่าเจ้าเหมียวก็ได้แต่ทำตาแป๋วใส่ โดยที่ไม่รู้ตัวว่าตนนั้นกำลังถูกนำมาปล่อยเอาไว้ แต่ด้วยความที่พวกน้องๆยังเล็กและได้อยู่กับแม่จึงไม่ค่อยจะหวาดกลัวมากเท่าไหร่หนัก ด้วยหัวอกแม่นั้นคงจะรู้ดีอยู่แก่ใจว่าตนกำลังอยู่ที่ไหน ซึ่งเธอยังได้เล่าอีกด้วยว่าเมื่อเธอได้ขับรถต่อไปอีกประมาณเพียงแค่ 500 เมตร เธอก็ได้พบเจ้าเหมียวอีกหนึ่งตัวที่ตกอยู่ในสภาพหูเป็นโรคเรื้อนหนามากๆ ในตาสีฟ้าใสซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นเจ้าของเดียวกันนำมาปล่อยเอาไว้เพราะด้วยสภาพของน้องที่เป็นโรคเรื้อนและไม่อยากที่จะรักษา จึงตัดปัญหาด้วยการนำมาปล่อยไว้แบบนี้ โดยในระแวกดังกล่าวก็ไร้แม้แต่บ้านคน แต่ก็ยังโชคดีที่ผู้เป็นเจ้าของโพสต์รายนี้มาเจอเข้าเพราะถ้าเกิดว่าเป็นสุนัขจรในระแวกดังกล่าวได้พบเจอก่อนก็ไม่รู้ว่าสภาพพวกน้องๆจะเป็นอย่างไร จึงอยากวอนหาบ้านที่อบอุ่นให้กับเจ้าเหมียวเหล่านี้โดยพวกน้องเป็นแมวที่ถูกเลี้ยงดูมาโดยหากเพื่อนๆคนไหนอยากจะรับน้องไปเลี้ยงก็สามารถติดต่อไปได้ที่ต้นโพสต์ได้เลยนะคะ และก็อยากจะฝากถึงเพื่อนๆที่คิดจะเอาแมวนำใส่กระสอบไปปล่อยอยากให้นึกถึงว่าถ้าเกิดไม่ใช่คนไปเจอเข้าแล้วเป็นสุนัขพวกเขาจะหนีกันอย่างไร ขอขอบคุณข้อมูลจาก ถิรนันท์ เอกมาตย์ และชมคลิป https://www.facebook.com/100007212184780/videos/2656475281269519/ https://www.facebook.com/100007212184780/videos/2656482404602140/