หน้าแรก บล็อก

สาวหัวจะปวดขอคำปรึกษาหลังฉ้มตัวแสบ ชอบมูลี่เรียนแบบน้องแกล้งตาบอด

แม้แต่การเป็นแมวที่เราคิดว่าพวกเขานั้นไม่มีความรู้สึก แต่ในความเป็นจริงพวกเขารู้สึกแต่ทว่ามันจะไปทางดีหรือทางร้ายมากกว่ากัน เหมือนกับในเคสนี้ที่หลายคนเข้ามาแสดงความรู้สึกกันที่บางก็ว่าเจ้าฉ้มนั้นก็มีความรักน้องเหมือนกันแต่บางคนก็บอกว่าน้องอาจจะร้ายกาจมากกว่า เหมือนกับเรื่องราวนี้เมื่อผู้ใช้เฟ๊สบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า น้ำ' แข็ง- ได้โพสต์เล่าเรื่องราวที่เธอนั้นไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงดี เลยมาขอคำปรึกษาลงในกลุ่มทาสแมวหลังเจ้าฉ้มหรือแมวส้มของเธอนั้นชอบแกล้งมูลี่น้องตัว ซึ่งเป็นรูปที่เธอลงมาให้ชมคือเป็นแมวสองตัวและเธอได้ก็บอกว่าน้องแมวตัวหลังนั้นตาบอดจริงๆ ส่วนไอเจ้าส้มตัวหน้านั้นไม่ได้เป็นอะไรเลยแค่แกล้งทำตาบอดเหมือนกับน้องหรือเรียนแบบน้องแม้ในตอนแรกเธอก็ยังคิดว่าเขาตาเจ็บหรือเปล่าเลยพยายามจะดูแต่พอสักพักเจ้าส้มก็กลับมาทำตาปกติ เธอเลยคิดว่าน้องน่าจะแกล้งเรียนแบบเฉยๆ แม้หลังจากการโพสต์ลงไปนั้นก็มีเพื่อนๆเข้ามาคอมเม้นต์กันว่าน้องอาจจะไม่ได้มูลี่ก็ได้แค่เอาจะทำเป็นเพื่อนด้วยหรือเปล่า ซึ่งตัวเธอเองก็คิดว่าน้องน่าจะทำให้น้องของเขารู้ว่าพี่ก็เป็นเหมือนกันและให้กำลังใจน้องของตัวเอง หรือเป็นการให้กำลังใจน้องตัวเองว่านี่พี่ก็เป็นนะอย่าเฉร้าไปเลย ซึ่งแม้ในการทำแบบนี้อาจจะเป็นการให้กำลังใจของเขาแต่เราเองคนเป็นพ่อเป็นแม่ก็ไม่ควรจะนิ่งนอนใจและรีบพาน้องไปหาหมอเพื่อที่จะให้ตรวจเช็คดูเผื่อว่าถ้าพวกเขาเป็นอะไรขึ้นมาเราจะได้รีบทำการรักษาได้ทันเวลา แต่ในกรณีของเจ้าส้มนั้นก็อาจจะเป็นการให้กำลังใจจริงๆ ที่มา น้ำ' แข็ง-

สาวโพสต์เล่าประสบการณ์อุทาหรณ์ หลังน้องแมวสุดที่รักแอบกินตะขาบเข้าไป

เพราะการเลี้ยงหรือดูแลแมวหนึ่งชีวิตก็ไม่ได้ต่างอะไรไปจากการเลี้ยงเด็ก ด้วยบางครั้งเราก็ไม่ได้อยู๋ดูแลพวกเขาตลอดก็อาจจะทำให้พวกเขาบาดเจ็บเพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ได้ แม้แต่การที่เราเลี้ยงหรือดูแลพวกเขาในระบบปิดแล้วก็ตามแต่ก็อาจจะทำพวกเขาเจ็บตัวได้ เหมือนกับเรื่องราวนี้เมื่อผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า พี่พะโล้กับน้องพะแนง ที่ได้โพสต์เล่าเรื่องราวที่เธอได้มาแชร์ประสบการณ์และถือเป็นอุทาหรณ์หลังจากน้องแมวของเธอนั้นได้กินตะขาบเข้าไป ในช่วง 3-4 วันนี้น้องพะแนงชื่อแมวของเธอไม่ยอมที่จะกินอาหารเลย เธอก็แปลกใจมากว่าน้องเป็นอะไรเพราะในตอนแรกก็คิดว่าน้องน่าจะเกิดจาอาการไม่สบาย แต่ทว่าน้องก็ยังเล่นสนุกได้เป็นปกติ เธอก็ไปปรึกษากับทางคุณหมอแล้วก็ว่าอาจจะเป็นเพราะในช่วงนี้เป็นวัยติดเล่นเลยไม่ยอมที่จะกินข้าว จนในเมื่อวานอยู่ดีๆเธอก็หันไปเห็นเหมือนผงอะไรหล่นเต็มพื้น สรุปว่ามันคือขาตะขาบ เป็นลูกตะขาบพอเห็นแล้วเธอก็ใจหาว๊าบเลย เพราะกลัวเด็กๆจะโดนงับเธอก็เดินหาตัวมันทั้งห้องแต่กหาไม่เจอ สักพกเห็นพะแนงงับอะไรเล่นสักอย่างหันไปก็คือร่างที่ไร้วิญญาณที่เธอตามหาอยู่ ใจหายว๊าบเธอเลยรีบโทรหาคุณหมอเพราะกลัวว่าลูกจะโดนงับ สรุปลูกเธอกินเข้าไปน้องแนงแดกตะขาบ เธอเลยเอ๊ะใจแล้วจับอ้าปากดูหึๆ ตามภาพเลยจ้าเหงือกแดงไปหมดเลยรีบพาไปหาหมอเลยโดนฉีดยาไป 2 เข็ม อาหารดีๆสรรหามาประเคนให้ลูกไม่กินจะะแดกตะขาบค่า ปล.พะแนงชอบเล่นแมลงกับสัตว์ทุกชนิดเล่นไม่พอกินน้องด้วย แม้เธอจะเลี้ยงในระบบปิดมิดชิดและในปกติก็จะปิดประตูหน้า่างมิดชิดมาก แต่ตะขาบน่าจะมาตามซอกช่วงนี้อากาศหนาสัตว์มีพ ิษอาจจะเข้ามาหลบอากาศหนาวในบ้านได้ก็ฝากทุกคนระวังตัวกันด้วย . ที่มา พี่พะโล้กับน้องพะแนง

หนุ่มหัวจะปวดหลังพาลูกไปหาหมอเท้าบวมเป็นฝี หมอบอกคนดีจะซึมสักสามสี่วัน

แม้แต่คนเป็นหมอก็ยังไม่สามารถที่จะคาดการณ์ได้กับสิ่งมีชีวิตที่ขึ้นชื่อว่าแมว แม้หมอจะดูแล้วจะต้องเจ็บมากหรือจะมีอาการซึมตามที่เขาได้คาดไว้ แต่พอกลับมาบ้านมาถึงไม่ทันไรลูกฉันหายไวเพราะถ้าใจเราไม่อ่อนแอผ้าพันแผลก็แค่เครื่องประดับดีๆนี่เอง เหมือนกับเรื่องราวนี้เมื่อผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า Surachai Singhasiri ได้โพสต์เล่าเรื่องราวสุดหัวจะปวดของลูกตัวเพราะจากอาการเจ็บที่เท้าบวมเป่งและเขาก็ได้พาน้องไปหาหมอเพื่อที่จะทำการรักษาแม้ก่อนกลับมาหมอก็ได้แจ้งว่าน้องจะซึมเดินไม่ปกติสักสามสี่วัน แต่นี่พอกลับมาถึงยังไม่ทันไรน้องก็กลับมาเดินพริ้วไหวเหมือนแมวปกติเลย แม้แผลยังไม่ทันหายลูกก็กลายเป็นลิงปีนปายจะหนีออกไปเที่ยวแล้ว เขาก็หัวจะปวดแล้วไหนบอกจะไม่ซนซึมเหมือนอย่างที่เขาว่าหรือว่าลูกฉันเห็นผ้าพันแผลเป็นแค่เครื่องประดับมาเลยคิดว่าตัวแต่งหล่อเลยจะออกไปเที่ยวเล่น ซึ่งทางผู้โพสต์ก็ได้เข้ามาบอกเพิ่มเติมกับอาการของน้องว่าน้องนั้นดีขึ้นตามลำดับเพราะเท้าเป็นฝี แต่ก็โชคดีมากๆที่ถึงจะซนขนาดนี้น้องก็ยังกินยาง่ายดีแต่ไม่ยอมให้หายเลยก็คงจะเป็นธรรมดาของเจ้าแมวส้มสุดแสบและถ้าใครเลี้ยงแมวส้มก็คงจะรู้นิสัยว่าแสบและฉลาดเกือบทุกตัวเลย แม้เขายังมาโพสต์เล่าเพิ่มเติมด้วยว่าเขาก็สงสารมากเพราะในตอนที่น้องได้ทำแผลนั้นน้องก็แหกปากร้องลั่นคลีนิค แต่พอกลับมาถึงบ้านก็แสบเหมือนเดิม ที่มา Surachai Singhasiri

ติดกับรถเข้าไปหลบในห้องเครื่อง ถูกฟันเฟืองใบพัดบาดยังเฝ้าตามหาเจ้าของ

เพราะการเลี้ยงในระบบปิดนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้พวกเขาปลอดภัยกับโลกภายนอก เพราะภัยจากภายนอกนั้นเป็นสิ่งที่เรานั้นมองไม่เห็นและพวกเขาก็ไม่สามารถที่จะดูแลตัวเองได้เพราะเคยมีเราที่อยู่ดูแลและปกป้องเขามาตลอด ถ้าเกิดวันหนึ่งเราเผลอและปล่อยออกก็ไม่สามารถที่เราจะได้กลับคืนได้ เหมือนกับเรื่องราวนี้เมื่อผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า โม การยาง ที่ได้มาโพสต์เรื่องราวของเจ้ามิ้วตัวนี้ว่าเป็นแมวใครไม่รู้เป็นแมวสีขาวปลอกคอสีฟ้า และน้องได้เข้าไปหลบแอบอยู่ในห้องเครื่องแล้วเกิดโดนใบพัดลมจนบาดเจ็บ เขาเลยมาโพสต์ลงตามหาผู้เป็นเจ้าของให้กับน้อง เพราะจากการที่น้องถูกใบพัดมาจนทำให้น้องตกอยู่ในสภาพที่สาหัดอยู่ เขาก็เลยมาโพสต์ขอใครใจดีช่วยระดมทุนให้กับน้องก่อนเพราะเขาก็จะพาน้องไปหาหมอในเมือง แม้ในภายหลังเขาก็ได้มาอัพเดทอาการน้องไว้ว่าในตอนนี้อาการของน้องหลังจากการพาน้องไปหาหมอแล้วปลอดภัยดี พ้นจากขีดอันตรายและน้องก็มีอาการดีขึ้นตามลำดับและสดใสขึ้นแล้ว แต่น้องก็ยังต้องทำการรักษาต่อเนื่องอีก 2 อาทิตย์และต้องผ่าตัดเย็บผนังท้องในอีกครั้ง และเขาก็แจ้งว่าจะเลี้ยงน้องเอาไว้เองหรือส่งต่อเดียวจะแจ้งให้ทราบในภายหลังเพราะเห็นแล้วก็เกิดอาการสงสารเขา ที่มา โม การยาง

ถูกเขาขังทิ้งไว้หนีหนี้ในห้องเช่าไร้น้ำอาหาร ตัวแห้งมากเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูก

เพราะแม้แค่ความพร้อมก็คงจะไม่ใช่อาจจะเป็นด้วยเรื่องจิตใจสำนึกเพราะตัวอยากจะคึกอยากจะหามาเลี้ยงเอาไว้แม้พอตัวยามลำบาก ก็จะไม่สนดีหรือร้ายปล่อยให้อยู่เลยตามเลยหรือแม้ต้องทุกข์ทรมานจนหนึ่งชีวิตต้องเกือบจะสิ้นใจเพราะความเห็นแก่ตัวของมนุษย์เรา เหมือนกับเรื่องราวนี้เมื่อผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า Punnapha Kai Rukchue ได้โพสต์เล่าเรื่องราวหลังเจ้าของได้หนีหนี้และทิ้งน้องเอาไว้จนน้องเกือบจะต้องอดจนสิ้นใจ เพราะทางผู้เป็นเจ้าของนั้นได้ขังน้องเอาไว้ในห้องเช่าที่ไม่มีแม้น้ำหรืออาหารเป็นอาทิตย์ ซึ่งตัวน้องแมวก็ต้องอดทั้งน้ำและอาหารจนเนื้อตัวผอมแห้งและตกอยู่ในสภาพเหลือเพียงหนังหุ้มกระด ูก ท้องมีรอยเขียวช้ำน้องหายใจไม่ออกเลยเหมือนหายใจลำบาก น่าจะมีเสมหะติดที่หลอดลมเยอะมากแน่ๆ ซึ่งน้องก็กินน้ำและอาหารน้อยมากหรือกินแทบไม่ได้เลย ซึ่งทางผู้โพสต์ก็ไดบอกว่าในวันพรุ่งนี้เธอจะพาน้องไปหาหมอและจะมาขอระดมทุนค่้ารักษาน้องสักสองพัน เพราะตัวเธอเองก็ไม่มีสำรองที่จะจ่ายให้กับน้องหรือถ้าท่านใดสนใจจะติดต่อรับเคสต่อก็ยินดีที่จะส่งต่อน้องให้ได้ แม้ในภายหลังเธอก็ได้มาอัพเดทว่าน้องอาการหนักอยู่ถ้าไม่ได้หาหมอน่าจะไม่รอดแน่ๆ ซึ่งในภายหลังเธอก็ยังไม่ได้แจ้งความคืบหน้าหรือการอัพเดทใดๆว่าน้องเป็นยังไงบ้าง แต่เราก็ขอขอบคุณที่เธอไม่เลือกจะทิ้งหนึ่งชีวิตนี้เอาไว้ให้สิ้นลมและยื่นมือเข้าไปช่วยเขาแม้ตัวเธอเองก็ตึงมือแล้วก็ตาม ที่มา Punnapha Kai Rukchue

สาวโพสต์อุทาหรณ์หลังปล่อยให้แมวอยู่บ้านลำพัง 1 อาทิตย์กลับมาแทบขิตขารีบจนเดินไม่ไหว

แม้แต่การปล่อยให้อยู่บ้านเพียงลำพังเราเองคนที่เป็นทาสหรือเป็นผู้ปกครองเขาก็จะต้องรู้นิสัย ว่าแมวของเราเป็นอย่างไรในตอนที่เราไม่อยู่บ้านหรืออยู่ใกล้แล้วจะมีปัญหาไหม ถ้าเกิดต้องจากไปแบบกระทันหัน เพราะการปล่อยแมวตัวหนึ่งทิ้งไว้ภายในห้องแม้จะเป็นห้องปิดที่มิดชิด ก็มีสิทธิ์ที่จะทำให้เขาสามารถที่จะขิตหรือเป็นภัยได้เหมือนกับเรื่องราวนี้ เมื่อผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า สุดที่รัก ของฉันคือเธอ ได้โพสต์เล่าเรื่องราวที่เป็นประสบการณ์และอุทาหรณ์ที่ไม่อยากจะให้เกิดขึ้นกับใคร หลังจากที่เธอจะต้องไปต่างจังหวัดเป็นเวลา 1 อาทิตย์เลยปล่อยให้น้องอยู่บ้านตัวคนเดียว โดยที่ปิดห้องและขังน้องไว้ภายในห้อง และเตรียมน้ำอาหารเทน้ำไว้จัดที่อึฉี่เอาไว้ให้เรียบร้อยหมด แต่ทว่าพอกลับมาคิดว่าน้องนั้นจะกินนอาหารหมดแล้วเพราะเทไว้ไม่เยอะ ที่ไหนได้เมื่อเธอกลับมาถึงก็แทบใจสลายเพราะน้องกินอาหารที่เทเอาไว้ให้ไปเพียงแค่นิดเดียว แถมที่เท้าหน้าและเท้าหลังก็มีแต่แผลเล็บหลังก็หลุด เนื้อที่เท้าก็เปิดมีกลิ่นเหม็นส่วนเท้าหน้าเป็นแผลใหม่เกิดจากอะไรก็ไม่ทราบน้องเสียงแหบแห้งเดินยกขาเขย่งกระเผลกมาหา ไม่ยอมแม้จะห่างไม่ให้เธอคาดสายตาเลยคราวนี้ อาหารก็ไม่อยากจะทานแลผลก็อักเสบ แถมขนก็ยังร่วงผิดปกติ แต่ก็ไม่กล้าที่จะล้างแผลให้เพราะเมื่อเธอโดนทีไร้ก็ร้องไม่ยอมให้โดนแผลเลย เธอก็คิดหนักมากจนภายหลังก็ได้มีคนเข้ามาคอมเม้นต์ในเชิงให้ความรู้ว่าน้องน่าจะคิดว่าทางผู้เป็นเจ้าของทิ้งเขาเลยเกิดอาหารเสียใจและทำให้เขาเกิดอาการกังวนจนเครียดมากส่วนแผลนั้นน่าจะเกิดมาจากการที่น้องทำร้ายตัวเองหรือไม่ก็ไปตะกุยประตูจนตัวเองได้รับบาดเจ็บ เพราะแม้แต่แมวที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสัตว์ที่ไม่รักเจ้าของจริงๆแล้วพวกเขาก็มีเราคนเดียวที่เป็นโลกทั้งใบวันหน้าวันหลังจะไปไหนก็ควรจะพาไปด้วยมิเช่นนั้นก็ควรจะไปฝากคนรู้จักหรือใกล้ชิดเลี้ยงดู ที่มา สุดที่รัก ของฉันคือเธอ

ให้อยู่ห้องลำพังแค่ลงไปอาบน้ำ ขึ้นมาลมแทบจับน้ำตาไหลพรากยังเฝ้าโทษตัว

เพราะแม้แต่การเผลอให้อยู่ลำพังทาสแมวบางคนยังต้องพยายามจะหากล้องติด เพราะเราไม่คิดว่าแม้แต่การให้อยู่ในบ้านนั้นจะทำให้ลูกได้รับกับภัยอันตราย แต่ในความจริงแล้วพวกเขาก็สามารถจะเป็นภัยได้เพราะต่อให้อยู่ในห้องหรือบ้านที่ปิดมิดชิดแค่ไหนก็อาจจะบาดเจ็บได้เพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ก็คงจะเหมือนกับการปล่อยเด็กที่มาอายุเพียงสามขวบเอาไว้ลำพัง เหมือนกับเรื่องราวนี้เมื่อผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า Siri Siri ได้มาโพสต์เรื่องราวเล่าถึงประสบการณ์ที่เขาได้พบเจอมาจนทำให้ลมแทบจับ เพราะบอกตรงๆเลยว่าเธอนั้นช็อกมากและตกใจขั้นสุด เพราะไม่เคยคิดว่าการที่น้องแมวเล็บหลุดจะทำให้ไหลเยอะมากขนาดนี้ แล้วตัวของเธอเองก็ดันเป็นคนกลัวมากด้วย ลมแทบจับเลยด้วยเพราะเธอบอกว่าเธอได้ปล่อยให้น้องอยู่ในห้องเพียงลำพังเพราะตัวจะต้องลงไปอาบน้ำ ขึ้นมาก็ไม่รู้สาเหตุเลยว่าน้องไปถูกหรือโดนอะไรมาอิท่าไหน ถึงได้เล็บหลุดขนาดนี้ ก็เลยมาโพสต์เตือนเอาไว้ลงในกลุ่มทาสแมว ว่าแม้แค่การลงไปอาบน้ำก็ทำให้ลูกของเรานั้นเจ็บตัวได้ ซึ่งก็มีหลายคนเข้ามาคอมเม้นต์ว่าคงจะไปวิ่งเล่นหรือไปตะกุยอะไรเข้าเพราะเล็บแมวนั้นเป็นสิ่งที่เบาะบางแค่การวิ่งหนีหรือใช้งานมากๆก็ทำให้พวกเขาสามารถเล็บหลุดได้ไม่ต้องตกใจ และจะขึ้นมาใหม่โดยใช้เวลา แต่ทว่าในระหว่างนี้ทางผู้เป็นเจ้าของก็จะต้องทำแผลใส่ยาโดยล้างน้ำเกลือและเบตาดีนเพื่อที่จะฆ ่าเชื้อโรคให้กับน้อง และในระหว่างนี้ก็อย่าให้แผลของน้องโดนน้ำเพราะอาจจะทำให้หายช้า หรือถ้าแมวใครเป็นแล้วเกิดอาการไม่หายก็สามารถที่จะพาไปหาหมอให้ทำแผลได้และอย่าปล่อยเอาไว้นาน และในระหว่างนี้เขาก็อาจจะมีอาการเจ็บแผลหรือเดินขากระเผลกได้เราก็ต้องระวังอย่าให้เขาปีนปายหรือวิ่งเล่นจนเกินกำลังตัวอีก ที่มา Siri Siri

ระหว่างทางกลับเห็นถูกสุนัขรุมทึ้งเป็นฝูง ลงไปไล่ให้ถามคนดูตัวแทบล้มทั้งยืนไม่ไหว

เพราะในความพร้อมที่เราพยายามจะย้ำบอกเสมอว่าให้คำนึงก่อนที่จะรับหนึ่งชีวิตน้อยๆนี้มาไว้ข้างกายหรือดูแลเขา เพราะถ้าวันหนึ่งเกิดถ้าคุณเลี้ยงด้วยความไม่ตั้งใจหรือดูให้ดีชีวิตเหล่านี้จะต้องตกเป็นเป ้าแม้ไม่สามารถที่จะช่วยเหลือตัวเองได้ในวันที่คุณทิ้งเขาจะต้องรอเพียงเวลาหมดสิ้นลมหายใจ เหมือนกับเรื่องราวนี้เมื่อผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า Chusannah Khan Bhichaisongkram ได้โพสต์เล่าเรื่องราวที่ทำให้เขาต้องเสียน้ำตาหลังในช่วงบ่ายของเมื่อวานนี้เขาได้เจอกับน้องในระหว่างทางกลับบ้านในอำเภอห้วยยอดที่ตกอยู่ในสภาพสะบักสะบอมเพราะตอนนั้นน้องกำลังจะโดนสุนัขแถวนั้นรุมฟัด และก็โชคดีที่เขาไปเจอทันเลยไล่สุนัขจรไปได้ทัน และชาวบ้านแถวนั้นก็บอกว่าน้องโดนรถชนมาก่อนหน้านี้ ซึ่งตอนที่เขาเจอนั้นเขาเห็นน้องกรามหักเบี้ยวไป 1 ข้างตาก็ออกเหมือนจะบอด เขาเลยอุ้มน้องกลับมาและได้มาอัพเดทว่าตอนนี้ได้รักษาพยาบาลน้องในเบื้องต้นแล้ว และพาน้องไปหาสัตวแพทย์เพื่อที่จะทำการรักษาและทางคุณหมอก็ได้เย ็บแผลที่ตาและกราม 1 ข้างและทราบเรื่องราวเพิ่มเติมจากคนแถวนั้นได้บอกว่าแต่ก่อนหน้านี้น้องเคยมีเจ้าของแต่เจ้าของได้ย้ายบ้านไปแล้วน้องก็เลยต้องกลายเป็นแมวจรแทน เขาเองก็อยากที่จะเลี้ยงน้องเอาไว้นะแต่เนื่องด้วยที่บ้านมีสุนัขด้วยแล้วก็เลี้ยงนกด้วย เลยไม่สะดวกแต่ตอนนี้ก็รักษาน้องให้หายจากอาหารให้น้องรอดก่อนแล้วก็จะหาผู้ใจบุญรับน้องไปดูแลซึ่งถ้าใครสะดวกที่จะเลี้ยงน้องก็สามารถติดต่อหาเขาได้เลย ที่มา Chusannah Khan Bhichaisongkram

พามาเลี้ยงไว้สองวันหายไป 4 วันอุ้มไม่บอก ตัวก็เฝ้ารอกลับมาเลยเขียนบอกจะได้ไม่หาย

เพราะการเลี้ยงแมวในระบบเปิดก็อาจจะทำให้พวกเขาเลยเถิดหรือหนีหาย แม้โชคดีก็อาจจะมีคนอุ้มไปเลี้ยงดูแต่ถ้าโชคร้ายก็อาจจะไม่พ้นภัยอันตรายจากโลกกว้างที่มีอยู่เต็มไปหมดและเราก็มองไม่เห็น ซึ่งบางคนก็อาจจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเลี้ยงพวกเขาไว้ในระบบปิดเลยพยายามจะคิดและหาทางเพื่อที่จะให้น้องไม่หาย เหมือนกับเรื่องราวนี้เมื่อผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า ดาม เป็นคนติสท์ติสท์ ได้โพสต์เล่าเรื่องราวที่ทำเอาทาสแมวหลายคนที่เข้ามาเห็นอดหัวเราะไม่ได้ เพราะเขาได้พาน้องแมวมาเลี้ยงเอาไว้ที่บ้านแต่ทว่าน้องแมวก็กลับไปๆมาๆ 2 วันหายไป 4 วันเพราะมีคนใจดีที่เป็นทาสคิดว่าน้องเป็นแมวจร เลยชอบอุ้มน้องไปเลี้ยงไปนอนกอดหายไปร่วม 4 วันเขาก็หาน้องแล้วไม่พบเจอเขาก็เลยไม่รู้ว่าจะแก้ยังไงเพราะที่อยู่นั้นไม่สามารถที่จะเลี้ยงเขาไว้ในระบบปิดได้ เลยตัดสินใจเขียนป้ายติดแมร่งเลย แม้หลายคนก็เข้ามามีดราม่านิดหน่อยด้วยห่วงเรื่องของน้องจะเลียตัวและสารเคมีจะเข้าปาก ซึ่งเขาก็ได้ออกมาแจ้งไว้ว่าไม่ต้องเป็นห่วงเพราะหลังจากที่ได้มีคนเข้ามาเตือนเขาก็ได้ทำการลบออกให้น้องแล้ว ก็ถือเป็นการแสดงความเป็นห่วงน้องและไม่อยากจะให้ใครเขาอุ้มไปอีกของคนเป็นทาส ก็ได้สร้างรอยยิ้มให้กับคนในกลุ่มแมวจ๋าทาสมาแล้วเป็นอย่างมาก ที่มา ดาม เป็นคนติสท์ติสท์

ระหกเร่หาท้องแก่มาหางยังคาก้น ไปไม่ถูกอยากจะช่วยเจ้าของก็ไร้ทุนพาไปรักษา

แม้ในความพร้อมที่เราพยายามจะบอกให้มีก่อนจะหาหรือนำพามาไว้ เพราะถ้าเกิดเราเลี้ยงเพียงแค่สงสารด้วยจิตใจวันหนึ่งเกิดป่วยไข้ก็ไร้แม้ทุนจะพาไปรักษา ตัวของน้องแมวเองก็จะต้องเกิดความทุกข์ทรมาณอย่างแสนเจ็บปวด แม้อาจจะต้องรอจนพวกเขานั้นหายจากอาการเหล่านั้นไปเอง แต่ทว่าเกิดเป็นหนักบางตัวก็คงจะรอไม่ไหวเหมือนกับเรื่องราวนี้เมื่อผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า ต้นทุนน้อย กำไรไม่มี ที่ได้มาโพสต์เล่าเรื่องราวเพื่อที่จะพยายามขอให้คนช่วยเหลือ เพราะพอดีพีข้างบ้านมาร้องไห้สงสารแมวท้องแก่คะตอนนี้น้องท้องใหญ่มากและมีน้ำคล้ำถุงใสๆแตกออกมาน้องก็หายใจเร็วและเหนื่อยมากๆคะวิ่งร้องปวดทั้งวันทั้งคืนเลย และยังวิ่งไล่ฟัดแมวไปทั่วเลยด้วยเหมือนว่าน้องจะไม่มีแนงเบ่ง เธอก็ช่วยน้องแปปนึงลูบท้องให้พอสักพักหางลูกแมวน้อยก็โผล่ออกมานิดนึงตั้งแต่บ่ายแต่แม่แมวไม่ยอมเบ่งออก เธอก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงหรือช่วยเหลือยังไงเพราะเจ้าของแมวเขาก็ไม่มีเงินเลย เลยมาขอความเมตตาให้กับน้องแม้ในตอนนี้น้องก็แย่คะไม่มีแม้แรงเลยแต่ก็ยังพยายามวิ่งร้องและคราง ซึ่งถ้าพี่ๆคนไหนเมตตาเธอก็มาขอข้าวสารอาหารแมวบริจาคให้น้องก็ได้ แต่เธอไม่ขอรับเป็นเงินนะคะเป็นอาหารพอคะแมวมีเยอะมากเกือบ 20 ตัว แม่แมวเองก็เคยถูกคนใจร้ายทำร้ายจนตอนนี้ต้องตาบอด แม้ในภายหลังเธอก็ได้มาอัพเดทว่าตอนนี้น้องได้คลอดออกมาแล้วเธอแอบเดินไปดูเห็นแต่แม่แมวท้องแฟลบลงเยอะแล้วแต่ไม่เห็นลูกและเหมือนจะมีน้ำไหลออกมาจากก้นเขาไม่หยุด ส่วนลูกของน้องแมวยังหาไม่เจอเธอก็ได้แต่เอาอาหารเทเอาไว้ให้น้องกันหิว ที่มา ต้นทุนน้อย กำไรไม่มี