หน้าแรก บล็อก หน้า 2

มาร้องเรียกแหกปากลั่นหน้าบ้านขอเข้าด้วย ตัวก็สวยอุ้มเข้ามาก่อนแล้วแมวใครเขา

ด้วยในความเคยชินเมื่อพวกคุณเป็นเหมือนโลกทั้งใบของพวกเขา เลยทำให้ยามเดือดร้อนตัวก็พยายามจะหาเข้าบ้านที่เคยปกป้องตัวมาจากภัยจากโลกกว้างใหญ่ข้างนอก เลยมีคำคำหนึ่งที่ว่าเราก็เปรียบเสมือนกับโลกทั้งใบของพวกเขา ยามตัวหลงเข้าก็เลยจะพยายามหาเจ้าของหรือคนเป็นพ่อแม่ปกป้องตัว เหมือนกับเรื่องราวนี้เมื่อผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า Pooklik Apinya Salakkam ได้โพสต์เล่าเรื่องราวเพื่อที่จะพยายามตามหาเจ้าของให้กับน้องหลังเจอน้องมาร้องแหกปากลั่นที่หน้าบ้านและพยายามจะขอให้เปิดประตูให้ตัวเข้าบ้านที่ซึ่งคาดว่าน้องน่าจะหลงออกมาจากบ้านแล้วกลับบ้านไม่ถูก และคิดว่าบ้านหลังนี้เป็นบ้านของตัวหรือไม่ก็มาร้องเพื่อที่จะขอความช่วยเหลือกับเธอเพื่อที่จะได้กลับบ้าน เธอก็เลยมาโพสต์ช่วยน้องตามหาเจ้าของลงในกลุ่ม หวังให้พ่อหรือแม่ได้เห็นและมาพาน้องกลับไปเพราะเขาน่าสงสาร เป็นแมวพันธุ์หน้าตาสวยมีปลอกคอใส่เป็นโบว์สีแดงอยู่ พิก ัดที่ลงบอกเอาไว้เป็นหมู่บ้านเจริญทรัพย์ 7 เธอก็สงสารน้องมากเพราะน้องจะเดินไปมาวนเวียนอยู่ตรงหน้าบ้านเธอ ซึ่งแม้ในตอนนี้ก็ยังไม่มีใครติดต่อเข้ามาแสดงตัวว่าเป็นเจ้าของน้องเลย แต่ก็มีเพื่อนๆเข้ามาบอกว่าเหมือนกับน้องแมวตัวในข่าวเลยที่เจ้าของเขาพยายามตามหา แล้วมีเงินรางวัลให้ด้วยตั้ง 1 แสนบาท ซึ่งถ้าใครคิดว่าเป็นเจ้าของน้องก็สามารถที่จะติดต่อไปหาเธอได้เลย หรือถ้าใครเห็นโพสต์นี้แล้วก็วอนขอให้ช่วยกันแชร์เพื่อที่จะให้น้องได้มีโอกาสกลับบ้านอีกทางหนึ่งเพื่อว่าพ่อแม่ของเขาจะมาเห็นโพสต์ที่เราแชร์ลงไปในกลุ่มต่างๆ ที่มา Pooklik Apinya Salakkam

เดินร่อนเร่ใช้ชีวิตเป็นจรแม้เป็นแมวพันธุ์มีเจ้าของ กินไก่ย่างเศษมะละกอใช้ต้นไม้เป็นที่กำบังฝน

เพราะในชีวิตที่เกิดมาเป็นเพียงแมวตัวน้อยๆที่คอยอาศัยแม้เป็นแมวพันธุ์และมีเจ้าของเลี้ยงไว้แต่กลับต้องทนใช้ชีวิตเหมือนแมวจร แม้ที่หลบแดดฝนหลังคาไม่เคยได้มีต้องอาศัยร่มเงาของต้นไม้กินไก่ยางเศษมะละกอเพราะเขาขายมรสิ่งนอนแม้เห็นทุกวันก็ยังคิดไม่ตกเพราะเจ็บหัวใจคนเป็นทาสแมว เหมือนกับเรื่องราวนี้เมื่อผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า สวีทโปเตโต้ ได้ออกมาโพสต์เล่าเรื่องราวของเจ้ามิ้วตัวนี้ว่าขอให้โลกใบนี้ใจดีกับพวกหนูนะ แม้เธอก็พยายามจะขอทุกวันจนวันนี้สำเร็จแล้ว สงสารน้องมากสภาพน้องมีแผลเต็มตัวไปหมด เพราะน้องเป็นแมวพันธุ์ที่ไม่เคยจะได้อาบน้ำ แม้ยังต้องนอนคลุกทรายกินส้มตำไก่ย่างเพราะเจ้าของเขาขายสิ่งนั้น เห็นทุกวันยืนกินเศษส้มตำมะละกอที่เจ้าของให้แบบเผ็ดๆ อาหารเม็ดไม่เคยได้กินกับเค้าแม้ยังต้องทนนอนอยู่ภายนอกบ้าน ที่มีเพียงต้นไม้เป็นที่หลบฝนหลบแดดกำบังตัว ไม่ดีชั่วยังเป็นโรคผิวหนังตามมาและไร้การรักษา ซึ่งเธอเองก็ต้องอดทนเห็นกับภาพเหล่านี้มาทุกวันที่เป็นภาพบาดตาและบาดใจจนมาวันนี้สำเร็จแล้วเพราะเธอได้ขอน้องแมวจากเจ้าของเขา ซึ่งเธอก็ได้เข้ามาอัพเดทว่าในตอนนี้เธอได้รับน้องมาอยู่ด้วยกันแล้วแม้เธอจะมีเงินไม่มากพอแต่ก็อดสงสารไม่ได้แม้เธอจะมีแมวตั้ง 44 ตัวแล้วก็จะพยายามหาของขายเพื่อประทังชีวิตเหล่านี้ ที่มา สวีท โปเตโต้

ถูกเขาทิ้งรวมแรมเดือนไร้น้ำอาหาร กว่า 3 ชีวิตยังวนเวียนอยู่ในรั้วบ้านแม้ไร้เงาผู้เป็นเจ้าของ

เพราะว่าโลกทั้งใบที่เราเคยพูดบอกซึ่งคนไม่เลี้ยงก็อาจจะฟังแล้วดูเวอร์แต่ในความเป็นจริงมันก็เป็นอย่างที่เราได้พูดบอกเอาไว้จริงๆว่าเราคือโลกทั้งใบของพวกเขา เพราะถ้าวันหนึ่งเกิดเราไม่อยู่ตัวต้องระหกและเป็นเศร้าแม้พวกเขาไม่สามารถที่จะออกไปหากินเองได้อย่างเช่นแมวจร ซึ่งเหมือนกับเรื่องราวนี้เมื่อผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า บุญหรือกรรม ทำให้มาเจอกัน ได้โพสต์เล่าเรื่องราวด้วยน้ำตาหลังเธอได้มาโพสต์ว่าน่าสงสารนะคะเพราะสองวามชีวิตที่ถูกทิ้ง เจ้าของบ้านแม่เสียชีวิตแล้วตั้งแต่วันที่ยายเสียจนมาถึงวันนี้น่าจะเกือบยี่สิบวันแล้วที่เขาทิ้งน้องๆไว้แบบนี้ไม่กลับมาดู ไม่แม้มาเอาอาหารให้ เพราะตอนแรกก็บอกฝากเธอเอาอาหารให้ ตอนหลังเข้ามาล็อกรั้วล็อกบ้านไม่ให้แมวเข้าบ้านไปและน้องก็คงจะหิวเนอะ เมื่อวานเธอเลยเอาอาหารไปหย่อยให้น้องกินเยอะมาก กินอิ่มน้องก็มานอนมองหน้าแมวเธอที่ปีนอยู่บนตักของเธอ เค้าคงจะคิดว่าชีวิจของเขาทั้งชีวิตทำไมไม่มีโอกาสแบบนี้บ้าง เพราะขนาดกินอยู่ยังอดๆอยากๆเลยกลางคืนก็ต้องถูกไล่ฟัด บ้านน้องติดอยู่กับบ้านเธอนะคะรั้วบ้านเดียวกันแต่น้องไม่สนิทกับเธอคืนเดอนไปหาก็วิ่งหนีเลย ตอนนี้ทำได้แค่เย็นมาก็เอาอาหารไปหย่อนให้เช้ามาก็เก็บเพราะไม่รู้ว่าเจ้าของจะเอายังไง และคือตั้งใจทิ้งหรือเปล่าก็ไม่รู้ ที่มา บุญหรือกรรม ทำให้มาเจอกัน

จากก่อนเป็นจรแผลเปื่อยถึงตระดูกดำ เฝ้ารักษาครึ่งปีกว่าวันนี้กลับมาน้ำตาไหลพราก

เพราะแม้แต่อาชีพของการเป็นหมอถ้าเกิดเราทำด้วยใจที่รักหรือเอ็นดูเขาแล้วเลือกที่จะเป็นหมอแล้วเราก็จะต้องมีจรรยาบรรณแม้แต่การรักสัตว์อยู่ในตัว เพราะมันไม่ใช่เป็นเพียงแค่งานที่ตัวทำแล้วให้มันจบๆไปเพราะจะต้องคำนึงถึงสุขภาพและอุปนิสัยและรักเอ็นดูพวกเขาด้วยใจแล้วจะอิ่มเอม เหมือนกับเรื่องราวนี้เมื่อผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า Satid Kumprasert ได้โพสต์เล่าเรื่องราวของเจ้ามิ้วตัวนี้ว่าดีใจที่เคยช่วยชีวิตน้อยๆนี้เอาไว้ เพราะตัวเขาเองเป็นคุณหมอและน้องเคยมารักษาจนวันนี้ได้หายดีแล้วได้กลับมาพบเจอกันอีกครั้ง เพราะจากแมวจรที่ต้องใช้ชีวิตเร่ร่อนไม่มีแม้ที่ให้หลบแดดฝน ซ้ำตัวยังต้องทนเป็นแผลจนเปื่อยไปถึงตระดูกดำ เฝ้ารักษาเจ้าของก็พามาหาหมออยู่นานเกือบครึ่งปีกว่า แม้จะหมดค่ารักษาไปหลายบาทหลายตังจนจากแมวที่ขี้กลัวฟู่ใส่หมอทุกครั้งเพราะความดุ ตอนนี้กลายมาเป็นแมวตัวอ้วงกลมและใจดีน่ารักมากๆ จนคุณหมออดใจไม่ได้ต้องขอถ่ายรูปเอาไว้เพราะความปราบปลื้มใจ เขาก็ขออนุโมทาบุญกับคนใจบุญที่ช่วยรักษาน้อง แม้ในตอนนี้น้องก็ไม่ได้กินยามานานกว่า 8 เดือนแล้วไม่มีอาการใดๆอีกทั้งคุณหมอเองก็ทำหมันให้น้องแล้วเป็นที่เรียบร้อยตัวเลยอ้วงตุ๊บยอมให้อุ้มกอดได้น่ารักขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะมาก เขาก็เลยได้มาเล่าถึงความปลื้มใจและตื้นตันใจที่ได้รักษา ให้หนึ่งชีวิตนั้นได้กลับมามีลมหายใจอีกครั้ง ซึ่งนอกจากนี้คุณหมอเองก็ยังได้ประจำอยู่ทีคลีนิคใจประเสริฐเพ็ทคลินิก ซึ่งก็ยังจะให้ความรู้กับคนในกลุ่มเพื่อที่จะเป็นวิทยาทานด้วย หรือใครอยากจะติดตามคุณหมอที่เก่งในเรื่องการรักษาก็สามารถจะติดตามดูได้จากต้นโพสต์ได้เลยจ้า . ที่มา Satid Kumprasert

โผล่อีกนั่งซ้อนท้ายเล็บจิกเกาะไว้แน่น กลางสี่แยกไฟแดงหมวกไม่ใส่วอนตำยวจช่วยตามจับ

เพราะความรักที่ได้เลี้ยงหรือดูแลมาก็ทำให้เรารักพวกเขาเหมือนกับคนในครอบครัวเราคนหนึ่ง พอวันไหนจะต้องไปไหนก็สุดจะคำนึงจะต้องหอบพาไปด้วยแม้จะยากลำบาก เพราะไม่อยากจะทิ้งให้อยู่ลำพังด้วยเป็นห่วงและก็คงจะกลัวไปต่างๆนาๆเลยต้องหอบพาไปด้วยแม้หลายคนเห็นก็กลัวจะเป็นภัย เหมือนกับเรื่องราวนี้เมื่อผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า อุซึมากิ นารูฮิ ดี้ไงจะใครละ ได้มาโพสต์เล่าเรื่องราวสุดน่ารักของตัวตึงในจังหวัดนครศรีธรรมราช หลังก่อนหน้านี้เคยได้รับงานข่าวว่าพบเจอกับน้องแมวตัวนี้ที่เกาะและนั่งซ้อนท้ายซึ่งก็กลายเป็นเรื่องราวที่ทำให้ทาสแมวหลายคนออกมาแสดงความเห็น จนเคยเกิดเรื่องราวดราม่าไปแล้วใหญ่โตเพราะหลายคนก็เป็นห่วงถึงความปลอดภัยของน้อง ซึ่งในหลายปีต่อมาก็ได้มีคนมาพบเจอนั่งจังๆกลางสี่แยกไฟแดงและได้ถ่ายคลิปเอาไว้ เป็นน้องแมวนั่งเกาะหลังคุณลุงผู้เป็นเจ้าของในระหว่างรถติดไฟแดง ซึ่งน้องก็นั่งได้นิ่งมากๆ แต่ทว่ามาในรอบนี้น้องก็มีเซฟติ้อย่างครบครันมีเชื่อจุงรัดติดกับเบาะรถเพื่อกันตกรถด้วย แถมรถที่ใช่ขี่ก็เปลี่ยนไปเป็นรุ่นใหม่ด้วย ทำให้หลายคนที่เป็นทาสเข้ามาชมความน่ารักของในคลิปนี้และมีคนแซวว่าทำไมไม่ใส่หมวกแล้วตำรวจไม่ยอมตามจับ แม้ทางคุณลุงเองก็เคยได้ให้สัมภาษณ์เอาไว้ในหลายปีก่อนว่า น้องแมวมีชื่อว่า เจ้าตลก และสาเหตุที่ต้องมานั่งซ่อนท้ายมอเตอร์ไซค์แบบนี้ ก็เป็นเพราะว่าเขาต้องนั่งมอเตอร์ไซค์เข้ามาจากอำเภอเข้ามาทำงาน และถ้าทิ้งเอาไว้ที่บ้านก็จะไม่มีคนเลี้ยงดูแลเพราะเป็นห่วง เลยต้องหอบพาไปทำงานกลับมาบ้านด้วยในแต่ละวัน ก็ได้สร้างรอยยิ้มให้กับคนที่ได้พบเห็นหรือเจอทุกวันอย่างเช่นโพสต์ที่ได้นำมาฝากกันไว้ ซึ่งถ้าใครอยากจะรับชมเป็นแบบคลิปก็สามารถจะไปดูได้ที่ต้นโพสต์ . . ที่มา อุซึมากิ นารูฮิ ดี้ไงจะใครละ

ถูกเขาขังทนอบร้อนอึฉี่บนรถมาแสนเนินนาน กว่า 25 ชีวิตทุกข์ทรมานไร้แม้อิสระจะเดินไปไหน

แม้ในความรักของมนุษย์เรานั้นบางครั้งก็มีในรูปแบบที่ผิดแปลกไปจากปกติ แม้ปากบอกว่ารักเลยคิดจำขังเขาเอาไว้ไม่เคยได้เห็นเดือนตะวันเลยก็มีให้เห็น เพราะกว่า 25 ชีวิตต้องทนอยู่ในรถที่ทั้งอบและร้อนต้องทนนอนบนกองอึฉี่ตัวเองอย่างทุกข์ทรมานเพราะเกิดมาเป็นเพียงจร เหมือนกับเรื่องราวนี้เมื่อผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า ทับทิม เสาร์สุด ได้โพสต์เล่าเรื่องราวของเจ้ามิ้วเหล่านี้ที่กว่า 25 ชีวิตต้องทนทุกข์ทรมานและถูกเลี้ยงให้อยู่ในรถตู้เก่าๆ ซึ่งน้องถูกเขาหรือผู้เป็นเจ้าของที่บอกว่ารักขังเอาไว้ให้อยู่แต่ภายในนี้ แม้อาการก็อับและต้องทนอยู่ท่ามกลางแดดร้อนอบๆ ซึ่งผู้โพสต์เห็นแล้วก็อดใจที่จะเข้าช่วยเหลือไม่ได้เพราะเธอเป็นบ้านพักพิงสัตว์ กว่า 25 ชีวิตในวันนี้ได้รับอิสระภาพของชีวิตที่ต้องทนมาแสนเนินนานและหลุดพ้นจากความทรมานหลุดจากความรักที่เขาบอกว่ารัก แม้ยังมีแมวบางตัวป่วยเธอก็ได้ช่วยเหลือพวกเขาออกมาและส่งไปรักษา แมวบางตัวรอคลอดตัวไม่ทำหมันส่งทำหมันและจะหาบ้านให้ต่อไป เธอก็ยังมาขอบคุณพี่ระบุญ เจริญวัย ที่เข้ามาช่วยเหลือเขาไปคุยให้จนในที่สุดเขาก็ยอมให้แมวทั้งหมดออกมา และขอบคุณเหมี่ยวซิล่า รถรับส่งสัตว์เลี้ยง ขอบคุณพี่นกที่ตามไปช่วยจับจนได้ครบแม้ในคืนนี้เธอก็ต้องฝากแมวทั้งหมดไว้บ้านพี่นกก่อน ซึ่งในพรุ่งนี้ก็จะฝากน้องอู๋ จุไรวรรณ ยุพันธุ์ก่อนเพราะไม่มีทุนจะพาพวกเขากลับมาที่บ้านพักพิงของเธอ เพราะแม้เธอจะไม่มีทุนพอที่จะช่วยเหลือพวกเขาแต่ก็ละเลยพวกเขาหรือมองช้ามไม่ได้จริงๆกับชีวิตน้อยๆเหล่านี้ที่ถูกเลี้ยงขังให้อยู่แต่บนรถทนตากแดดร้อนๆอย่างทุกข์ยาก ซึ่งถ้าใครอยากจะช่วยเหลือเรื่องค่าใช้จ่ายหรือติดตามเรื่องราวของพวกเขาก็สามารถติดตามต่อได้จากต้นโพสต์เลย เพราะยุคสมัยนี้แม้การบอกว่ารักของแต่ละคนในการเลี้ยงอาจจะไม่เหมือนกัน แต่สิ่งหนึ่งที่คุณนั้นอย่าลืมไปก็คือพวกเขามีชีวิตและจิตใจไม่ได้ต่างจากเราเลย เราร้อนได้พวกเขาก็ร้อนได้เราเจ็บได้พวกเขาก็เจ็บได้เหมือนกัน เราเลยอยากให้ทุกท่านที่เลี้ยงคำนึงที่ว่าถ้าเป็นเราถูกเลี้ยงให้อยู่แบบนั้นแล้วเราจะโอเครไหม ต้องทนร้อนนอนดมฉี่ตัวเองทนไหวไหมถ้าไม่ไหวอย่าหามาเลี้ยงไว้ให้เป็นบาปกับตัว . . . . ที่มา ทับทิม เสาร์สุด

ติดกับรถคนข้างบ้านกลับปล่อยลงตรงข้ามเเยกสามเสน เฝ้าหาอลเวงแม้กินนอนไม่ได้วอนช่วยเหลือ

แม้แต่การเลี้ยงดูในระบบปิดนั้นบางครั้งก็ยังมีเผลอที่จะหลุดออกเราเลยพยายามจะย้ำบอกตลอดว่าแม้เพียงจะปล่อยออกก็ควรจะต้องให้อยู่ในสายตาหรือความดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะมิเช่นนั้นอาจจะมีสิทธิ์ที่จะเสียพวกเขาไปตลอดและไม่มีวันที่จะได้กลับมาหวนคืน ซึ่งแม้แต่ตัวเราเองก็จะต้องทนกล้ำกลื่นและเฝ้าโทษตัว เหมือนกับเรื่องราวนี้เมื่อผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า T'Thantup Pantong ที่ได้โพสต์เล่าเรื่องเพื่อที่จะมาขอตามหาน้องแมวของตัวเองลงในกลุ่ม เพราะแมวของเขาได้หายติดรถของคนข้างบ้านไปละเขาก็ดันไปปล่อยลงกลางทาง พิก ัดตรงข้ามกรมยุทธศึกษาแยกก่อนถึงสถานีรถไฟสามเสน ลักษณะน้องแมวมีสีดำแต้มขาวทั้ง 4 เท้า หายไป 2 ซึ่งถ้าใครพบเจอแมวที่มีลักษณะเหมือนกับในรูปก็สามารถที่จะติดต่อหรือทักไปหาเขาได้เพราะเขาก็มีรางวัลให้ แม้เขาเองจะพยายามไปตามหาลองไปเรียกหาแล้วก็ยังไม่พบเจอ ซึ่งเขาเองก็ได้มาขอขอบคุณทำคนที่พยายามจะช่วยออกความคิดเห็นและวิธีตามหาน้อง และส่วนคลิปที่ได้มานั้นก็มาจากคนที่ปล่อยลงจากรถและเขาได้ถ่ายมาถามคนที่บ้านว่าเป็นแมวใครหรือป่าว ซึ่งตัวผู้โพสต์เองก็ไม่รู้ว่าเขาคุยกันยังไงถึงปล่อยไป โดยที่ไม่มาถามที่บ้านเขาเลย เพราะตัวเขารู้เรื่องอีกทีก็เป็นช่วงเย็นๆแล้วถึงได้เริ่มตามหา ยังไงถ้าเจอจะมาอัพเดทให้นะครับ ขอบคุณพี่ๆมากนะครับที่เป็นห่วงน้อง แม้ในเบื้องต้นเขาก็ได้ไปถามกับคนที่อยู่ในระแวกใกล้เคียงอย่างพี่รปภ.แม้ลุงสามเสนที่เลี้ยงแมวบนรถสามล้อเขาก็ฝากลุงให้ช่วยดูเพื่อว่าจะเจอน้อง เราก็ฝากใครอยู่ในพื้นที่หรือระแวกใกล้เคียงก็ช่วยสอดส่องดูให้ทีหรือถ้าให้ดีช่วยกันแชร์เพื่อว่ามีใครอุ้มไปก็จะได้พาเขากลับมาคืน ที่มา T'Thantup Pantong

สาวโพสต์เตือนอย่าเปิดทีวีให้แมวเล่นเกมส์ เพราะวันนี้ได้รู้เจอฉี่ใส่แหกปากลั่นว่าฉันเป็นเจ้าของ

เพราะเคยมีคุณหมอจิตแพทย์ออกมาบอกว่าการเลี้ยงสุนัขหรือแมวนั้นจะช่วยให้เราหายจากโรคหรืออาการซึมเศร้าได้ เพราะไม่ดีร้ายอาจจะกลายเป็นโรคประสาทได้หรือปวดหัวแทน เพราะก็เหมือนกับการเลี้ยงเด็กน้อยๆที่พวกเขามีความคิดความอ่านเทียบเท่ากับเด็กสองสามขวบและยังมีความเป็นตัวเองสูงเพราะคิดว่าตัวเป็นนาย เมื่อทำอะไรผิดมาก็จะไม่รู้สึกผิดคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าของทุกอย่าง เหมือนกับเรื่องราวนี้เมื่อผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า Paradee Intrakomhaeng ได้มาโพสต์เล่าเรื่องราวน้ำตาไหลพรากเพราะหัวจะปวด และออกมาเตือนภัยกับในกลุ่มทาสแมวว่า ทาสแมวทั้งหลายอย่าคิดจะปล่อยให้แมวดูทีวีหรือเปิดทีวีให้แมวดู เพราะตัวเขาเองเห็นน้องกลัวจะเหงาเลยเปิด cats game ให้แมวเล่นพอไปๆมาๆกลับร้องขอจะเล่นแต่ cats game ทั้งวัน แม้จะฉี่ทีวีฉันแสดงตัวว่าตัวเองนั้นเป็นเจ้าของ เธอก็ต้องน้ำตานองและไม่อยากจะให้เกิดกับใครอีก ซึ่งหลังจากนั้นจอทีวีก็จะเสียและไม่สามารถที่จะซ่อมได้ ทุกข์ไม่หายบางคนซ่อมได้ก็อาจจะโชคดีไป แต่ของเธอนั้นไม่สามารถที่จะซ่อมได้เลยจะต้องเสียตังซื้อทีวีใหม่เลยมาโพสต์บอกเล่าไว้เพราะจากนี้ไปก็จะตัดใจไม่ยอมเปิดให้เล่นอีกแล้ว แม้หลังจากการนำมาโพสต์ลงก็ได้สร้างรอยยิ้มและประสบการณ์ที่ทำให้หลายคนเข้าใจและรู้ว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรจะทำ แม้บางคนก็เข้ามาบอกว่าใจถึงมากเพราะเปิดเกมส์นี้ใส่ทีวีให้น้องแมวเล่นพินาศละยังครับ ซึ่งเธอก็บอกว่าเพราะรักล้วนๆเลยต้องทำใจเป็นเศร้ามาก แม้ยังมีหลายคนเข้ามาบอกว่าทีวีใจไม่กล้าเอาแค่ไอแพดก็เกินตัว แต่ทั้งนี้ก็อยากจะหาอะไรมาให้เข้าเล่นแต่ที่มันไม่ใช่ของที่พังง่าย ที่มา Paradee Intrakomhaeng

เอามาทิ้งไว้ข้างกองขยะให้สิ้นลมไปใจสะอึก แม้ตายังไม่ทันลืมนมยังไม่ทันหย่าต้องคลานหาความช่วยเหลือ

เพราะจิตใจของมนุษย์เรานั้นเป็นสิ่งที่ยากแท้จะหยั่งถึง เหมือนที่พระท่านเคยบอกแล้วควรคำนึงว่าจิตใจคนเรานั้นเป็นสิ่งที่เข้าถึงไม่ได้แม้สกปรกเพราะยามตัวเดือนร้อนหรือได้รับภาระก็จะเลือกเห็นแก่ตัวเลือกจะพาเขาไปทิ้งโดยที่ไม่สนว่าชีวิตน้อยๆเหล่านี้นั้นจะอยู่กินกันเยี่ยงไร เหมือนกับเรื่องราวนี้เมื่อผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า สมชิด เนตรกลาง ที่ได้โพสต์เล่าเรื่องราวด้วยน้ำตาหลังไปเจอมาจนต้องลั่นว่าจิตใจทำด้วยอะไรลูกแมวเพิ่งจะคลอดนำใส่กล่องมาทิ้งไว้ข้างกองขยะข้างถนนรถก็เยอะไม่มีแม้ความเมตตาหรือสงสารชีวิตน้อยๆที่เพิ่งจะแรกเกิดนี้บ้างเลยหรือ เขาเองเมื่อพบเห็นแล้วก็ต้องนำกลับมาป้อนนมอนุบาลดูแลพอแข็งแรงก่อนแล้วค่อยประกาศหาบ้านให้ หรือถ้าหากท่านใดสนใจเมตตาและสะดวกเดินทางมารับไปเลี้ยงป้อมนมเขาก็ยินดีมอบแมวให้ไปดูแลอุปการะ ส่วนเขาเองตัวคนเดียวที่บ้านช่วยเหลือมา 50 ตัวแล้วหรือสามารถที่จะทักแชทไปหาส่วนตัวเขาได้ตลอด 24 ชั่วโมง หวังให้แค่น้องได้บ้านเพราะตอนนี้เขาได้นำแมวมาดูแลที่บ้านแมวอุ่นไอรัก ซ.วัดลาดหวายบางเพรียงสมุทรปราการใกล้ๆ คลองด่านทางออกปากน้ำสุขุมวิทสายเก่าท้ายบ้านได้ครับ เพราะชีวิตน้อยๆนี้ต้องพยายามจะดิ้นรนกระเสือกกระสนร้องขอความช่วยเหลือแม้ตัวเองก็ยังไม่ทันลืมตา และนมยังไม่ทันหย่าคนใจร้ายเขาก็หาพามาทิ้งไว้ ซึ่งก็อยากจะฝากเอาไว้สำหรับผู้กระทำว่าการทำแบบนี้นั้นอาจจะก่อให้เกิดบาปกับตัวเพราะถ้าสุนัขจรหรือแมวโตมาพบเข้าพวกเขาก็ไม่สามารถที่จะเอาชีวิตรอดได้เลย และเราก็ขอขอบคุณผู้โพสต์ที่ไม่เลือกจะทิ้งชีวิตน้อยๆนี้เอาไว้ ซึ่งถ้าใครอยากจะรับน้องๆไปถือว่าเอาบุญก็สามารถจะติดต่อไปหาได้ที่ต้นโพสต์ ที่มา สมชิด เนตรกลาง

เคยอยู่ร่วมกินข้าวหม้อเดียวกันฝันสลาย จากลาครั้งสุดท้ายใจสลายต้องมากลบดินฝังร่างน้อง

แม้ในหลายคนที่พยายามจะบอกเล่าว่าสิ่งที่มีชีวิตที่เรียกว่าแมวนั้นพวกเขาไม่มีความรู้สึก แม้ไม่มีจิตสำนึกหรือแค่การเรียกชื่อยังไม่ค่อยจะหัน แต่เราอยากจะบอกว่าให้ลองหาแมวจรที่พวกเขาไม่มีจะกินหรืออิ่มท้องมาเลี้ยงดูสักวัน เราเชื่อว่าพวกเขานั้นจะแสดงออกถึงสิ่งที่พวกเขารับรู้ได้และฟังรู้เรื่องมากกว่าแมวบ้านเลย เหมือนกับเรื่องราวนี้เมื่อผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า ยุพิน บุญเปลื้อง ที่ได้โพสต์เล่าเรื่องราวด้วยน้ำตาหลังได้พบเจอมากับสิ่งที่สุดแสนะเจ็บปวดที่สุด เพราะเมื่อแมวส้มของเธอได้เสียและจากไปเธอก็จะต้องทำกันฝ ังน้องแต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้เธอต้องน้ำตานองและใจสลายคือพี่น้องของเขาได้มาเห็น ในตอนที่เธอนั้นพยายามจะฝ ังร่างที่ไร้วิญญาณของเจ้าส้มซึ่งแมวตัวพี่ของเขาก็ได้มาดมและช่วยพยายามจะกลบดินใส่ร่างน้องที่ไร้ลมแล้ว แม้ยังมีอาการซึมไม่ค่อยกินข้าวกินปลาตัวเลยมาโพสต์ว่าเค้าคงจะรู้ว่าน้องได้จากไปแล้ว นั้นเป็นสิ่งที่ทำให้เธอนั้นปวดหัวใจมากยิ่งไปกว่าเดิม ซึ่งสาเหตุเพิ่มเติมเธอได้แจ้งเอาไว้ว่าน้องส้มได้ตั้งท้องและคลอดลูกออกมาเองไม่ได้ เธอเลยได้พาน้องไปหาหมอแต่ก็ไม่สามารถที่จะช่วยลูกของเขาเอาไว้ได้แม้ในเวลาต่อมาส้มก็ได้เสียชีวิตลงตามไปด้วย ซึ่งเรื่องนี้ก็ถือเป็นเรื่องราวที่บีบหัวใจให้กับคนที่เลี้ยงแมวหรือคนเป็นทาสและบางคนก็เข้ามาถามหาความรับผิดชอบกับทางคุณหมอเจ้าของเคส ที่มา ยุพิน บุญเปลื้อง