หน้าแรก บล็อก หน้า 3

ร้องสุดสียงแหกปากลั่นตัวสะอึก วิ่งระทึกขึ้นเองได้ลงไม่ได้หัวทาสจะปวด

เพราะในความเป็นแม่ต่อให้พวกเขาจะคิดว่าตัวเองเป็นเจ้านายของเราก็ตาม แต่พอยามเดือดร้อนหรือทุกข์ยากก็ไม่พ้นคนเป็นทาสที่จะต้องมาคอยช่วยเหลือหรือรับใช้ แม้แต่การปล่อยให้ออกไปเที่ยวเล่นในทุกวันที่ไม่ค่อยจะมีเรื่องราวอะไรมาวันนี้แทบกลั้นใจเมื่อได้ยินเสียงลูกร้องขอให้ช่วยชีวิต เหมือนกับเรื่องราวนี้เมื่อผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า พิชชากร ดาวดึงษ์ ได้โพสต์เล่าเรื่องราวที่เทอแทบจะใจสลายเพราะในแต่ละวันเจ้ามิ้วของเธอนั้นจะชอบออกไปเที่ยวเล่น ซึ่งเธอก็พยายามจะให้น้องอยู่แต่ในบ้านแล้วแต่เมื่อเผลอทีไรก็จะต้องเป็นแอบออกไปในทุกที ซึ่งเธอก็พยายามจะจำก ัดบริเวณของน้อง และมาในวันนี้ก็อีกเช่นกันเมื่ออยู่ๆเธอก็ได้ยินเสียงร้องลั่นเหมือนกับเสียงของลูกที่พยายามจะร้องขอความช่วยเหลือจากเธอ เธอก็รีบวิ่งออกไปดูชนิดที่ว่าล้มไม่ต้องลุกเลยก็ว่าได้วิ่งออกไปสุดกำลังตัวเพื่อที่จะไปช่วยลูกให้พ้นจากอันตรายที่เขาได้ร้องขอออกมา แต่ทว่านี้คือสิ่งที่เธอได้เห็น เพราะความซนของเจ้าตัวแสบที่ดันไปปีนต้นเสาร์ที่กำลังจะปลูกบ้านจนทำให้ตัวเองไม่สามารถที่จะลงมาได้เลยร้องขอให้ช่วยไว้ แม้ตัวเธอเองจะมอหอมากที่เห็นลูกอยู่ในสภาพแบบนี้แต่เอาเข้าจริงๆก็ต ีไม่ลง เพราะในตอนแรกก็คิดว่าน้องจะถูกสุนัขหรือสัตว์อื่นๆไล่มา ซึ่งผู้โพสต์ก็ได้เล่าอีกว่าน้องน่าจะวิ่งเล่นซนสนุกจนเกิดอาการคึกแล้วทำให้ปีนขึ้นไปโดยที่ไม่รู้ตัว จนมารู้อีกทีก็เกิดอาการกลัวความสูงจนทำให้เขานั้ต้องไปหาบันไดแล้วก็ปีนขึ้นไปอุ้มลงมาถึงลงได้ ซึ่งไอเสียงร้องที่ได้ยินขอให้ช่วยนั้นไม่ได้มาจากการได้รับอันตรายแต่มาจากการที่ตัวกลัวว่ามันสูงเกินแล้วลงไม่ได้หัวจะปวดเลย ที่มา พิชชากร ดาวดึงษ์

นอนหมอบซมจมกองฉี่อึไม่มีแม้ทุนจะพาไปรักษา ทำได้เพียงรอเวลาหมดสิ้นลมหายใจ

เพราะแม้แต่ควา่มสงสารเมื่อได้เห็นแล้วแต่ตัวก็ไร้ทุนจะช่วยเลยต้องนอนป่วยนอนจมกองฉี่อึแม้อยากจะพาไปหาหมอทำไม่ได้ เลยมาโพสต์ขอร้องขอความช่วยเหลือแม้เมตตาลงในกลุ่มเพื่อให้ได้ช่วยหนึ่งชีวิตนี้ที่กำลังตกทุกข์ได้ยากก่อนจะหมดสิ้นลมหายใจ เมื่อผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า Milk Pisut ได้โพสต์เล่าเรื่องราวด้วยน้ำตาหลังมาขอความเมตตาผู้ใจบุญช่วยเหลือเคสนี้ที เพราะเขาได้พบเจอกับน้องแมวเหมือนจะเดินไม่ได้น้องทนนอนทับฉี่ทับอึของตัวเองอย่างสิ้นและไร้หวัง เขาเองก็ไม่มีเงินมากพอที่จะช่วยเหลือเผื่อประทัง เลยต้องหมดหวังที่จะพาไปรักษาหรือหาหมอเลยมาโพสต์ลงในกลุ่มเพื่อที่จะขอให้ช่วยต่อชีวิตต่อลมหายใจนี้ พิก ัดที่ลงไว้ เพชรเกษม 1 แม้ภายหลังก็ได้มีคนเข้ามาคอมเม้นว่าจะช่วยออกค่ารักษาในเบื้องต้นให้และให้เขาพาน้องแมวไปหาหมอ ซึ่งทางเขาก็ได้มาอัพเดทเอาไว้ว่า เดียวจะลองไปดูและพาไปเบื้องต้นครับ แต่ทว่าติดวันอาทิตย์โรงพยาบสัตว์ปิด และเขาก็ได้มาแจ้งอีกทีว่าจะมาอัพเดทอาการของน้องให้ถ้าพาไปหาหมอแล้ว ซึ่งถ้าใครอยู่ใกล้ๆหรืออยากจะช่วยเหลือเคสนี้ให้มีลมหายใจต่อก็สามารถที่จะติดต่อไปหาเขาได้เลย หรือถ้าใครเห็นโพสต์นี้แล้วอยากจะช่วยให้ตัวน้องแมวได้มีโอกาสรอดชีวิตก็สามารถที่จะช่วยแชร์เพื่อที่จะเพิ่มโอกาสให้เขาได้มีการช่วยเหลือหรือต่อลมหายใจเพิ่ม เราก็ขอขอบคุณที่เขาไม่เลือกที่จะนิ่งนอนใจต่อให้ไม่มีทุนจะพาไปรักษาก็ยังนำมาโพสต์ลงเพื่อที่จะหาโอกาสที่ให้น้องได้รับการรักษาและมีชีวิตอยู่ต่อบนโลกใบนี้ ที่มา Milk Pisut

หายออกจากบ้านไปตัวเป็นห่วงนานาจิต สุดจะคิดเดินเรียกตาหาน้ำตาคลอเบ้า

เพราะเป็นสัตว์ที่ขึ้นชื่อว่าตัวเองจะชอบคิดว่าตัวนั้นเป็นนายไม่สนดีร้ายต่อให้เราเดินร้องหายตามหาเป็นวันก็ไม่สน แม้จะอยู่แค่ตรงนี้กลับไม่ส่งเสียงเรียกหาตัวเฝ้าทน นอนตากแดดฝนนอนพึ่งแดดไม่สนใจใคร คนที่เลี้ยงหรือหัวอกแม่ก็เฝ้าเรียกแต่หาแม้ต้องปาดน้ำตาเดินหาน้องแมวตัวน้ำตาไหล เหมือนกับเรื่องราวนี้เมื่อผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า สิงโต มีโชค ได้โพสต์เล่าเรื่องราวด้วยน้ำตาหลังเธอพยายามจะหาน้องแมวแทบตูย เพราะเธอก็เดินหาอยู่รอบสองรอบก็ไม่พบเจอน้องซึ่งในตอนหลังได้เจอน้องขึ้นไปหลับบนต้นไม้อีกแล้ว และนี่ก็ไม่ใช่เพียงครั้งแรกที่ผู้เป็นเจ้าของหรือคุณยายได้ตามหาน้องไม่เจอ เพราะตัวชอบไปนอนเผลอนอนแผ่พุงสบายใจเฉิบและไม่ยอมที่จะส่งเสียง เธอก็เรียกให้ลงมาๆเพราะน้องจะชอบไปนอนหลบบนต้นไม้ก็กลัวจะตกเอา หาแต่งานให้ยายเศร้าใจก็หายหาลูกไม่เจอ น้องก็ทำหน้าเหมือนกำลังจะตอบว่ายายนี่ยุ่งจริงๆหนูกำลังนอนผิงนอนพึ่งแดดอย่างสบายใจ แม้คนที่เลี้ยงดูจะต้องเสียน้ำตาหรือร้องไห้น้ำตาไหล ตัวก็ไม่สนใจเพราะคิดแค่ว่าเป็นนายเรา เพราะการปล่อยให้ออกเราจะไม่สามารถที่จะรู้ได้เลยว่าพวกเขาไปแอบหลบอยู่ตรงไหน ทางที่ดีให้หาสายจูงมาใส่เอาไว้เราจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจเดินร้องไห้ตามหา ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องราวที่น่ารักที่ทำให้หลายคนได้ยิ้มได้กับเรื่องราวนี้ ถึงแม้คุณยายจะต้องเสียใจในตอนที่หาน้องไม่เจอในตอนแรกก็ตาม แต่ก็สร้างรอยยิ้มให้กับหลายๆคนที่เข้ามารับชมภายในกลุ่มทาสรักเจ้านาย เลาคือทาสแมว เพรารูปร่างท่าทางที่น้องนอนนั้นเอง . ที่มา สิงโต มีโชค

นอนมอบหน้าคว้ำน้ำมูกไหล เคยมีเจ้าของแต่กลับปล่อยให้ป่วยจนต้องรอเวลาหมดสิ้นลมหายใจไปเอง

เพราะในความพร้อมในการดูแลพวกเขาไม่ใช่เพียงแค่เราเห็นแค่สงสารเขาเลยเลือกจะเลี้ยงไว้ เพราะหนึ่งชีวิตนั้นต้องดูแลมากกว่าแค่การให้อาหาร เพราะถ้าป่วยขึ้นมาแล้วคนที่คิดจะเลี้ยงไม่มีความรับผิดชอบมากพอพวกเขาก็ไม่รู้ว่าจะไปพึ่งพาใครเพราะคุณคือโลกทั้งใบของพวกเขา เหมือนกับเรื่องราวนี้เมื่อผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า Jenny Jutamas ที่ได้โพสต์เล่าเรื่องราวด้วยน้ำตาหลังเธอมีเรื่องอยากจะมาขอความช่วยเหลือคือน้องแมวตัวนี้เป็นแมวของคนข้างๆบ้านเธอ แต่คนข้างบ้านเธอกลับไม่สนใจปล่อยทิ้งเธอก็สงสารเลยให้ข้าวให้น้ำน้องทุกวันจนน้องโตถึงทุกวันนี้ และช่วง 3-4 วันมานี้น้องเหมือนจะไม่สบายเพราะน้องไม่ยอมกลับบ้านเธอเลย น้องไปนอนนอกบ้านและมีอาการน้ำมูกและไอไม่ยอมขยับตัวพากลับบ้านก็ไม่กลับ เธอและแม่ไม่มีเงินมากพอที่จะเอาน้องไปหาหมอเพราะบ้านเธออุปการะแมวของคนข้างบ้านมาเลี้ยงทั้งหมด 5 ตัวแล้ว ซึ่งเธอจะต้องจ่ายค่าอาหารแมวเดือนละ 500 บาททุกเดือนเงินเดือนเธอก็ออกเป็นวีค เธอเลออยากจะขอน้ำใจจากคนรักหมารักแมวช่วยเหลือเธอในเรื่องค่าใช้ต่ายที่จะพาน้องแมวไปหาหมอด้วย เธอไม่รู้ว่าน้องจะรอดไหมแต่เธอก็อยากที่จะพยายามจนสุดความสามารถก่อน แม้ภายหลังจากการนำมาโพสต์ลงเธอก็ได้มาอัพเดทว่าในตอนนี้น้องได้ไปหาหมอมาแล้วแต่อาการไม่ดีขึ้นเลย ที่มา Jenny Jutamas

จากวันแรกรับมากำพร้าหน้าเหมือนอึ่ง วันนี้ตัวสะพรึงต้องพบเจอกับสายตาที่ไร้เยื้อใย

จากคำว่าทาสที่หลายคนที่ไม่ได้เลี้ยงก็อาจจะไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเรียกตัวเองว่าทาส เราเลยได้นำเรื่องราวยกตัวอย่างของการเป็นทาสมาฝากสำหรับคนที่ไม่รู้ เพราะคำว่าทาสจริงๆนั้นก็หมายความตรงตัวเลยเพราะการเลี้ยงดูแลน้องแมวที่ต่างออกไปจากน้องหมาที่ยังรู้ว่าเราเป็นนาย เหมือนกับเรื่องราวนี้เมื่อผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า พรพัชรนันท์ วัชรรุ่งเรือง ที่ได้โพสต์เรื่องราวสุดฮาของเจ้ามิ้วที่มีชื่อว่าน้องแครกเกอร์ ซึ่งเธอได้มาเล่าถึงสำหรับคนที่ยังพอจะจำน้องแครกเกอร์ได้ และคิดถึงน้องวันนี้เธอเลยได้เอารูปน้องในปัจจุบันของน้องมาให้ดูกัน เลยขออนุญาตแฟนใหม่ของคุณพ่อมาณที่นี้ด้วยนะคะ เพราะปัจจุบันตอนนี้น้องอยู่กับคุณพ่อและแฟนใหม่ของคุณพ่อ ซึ่งได้เป็นคนเลี้ยงดูแลน้องแครกเกอร์อย่างเป็นอย่างดี และพาแครกเกอร์ไปเที่ยวต่างจังหวัดตลอด ตอนนี้น้องอายุได้ 3 ขวบกว่าแล้วน้ำหนัก 6.4 โลซึ่งก่อนที่เธอจะแต่งงานเธอได้โทรไปคุยกับคุณพ่อของน้องแครกเกอร์ว่าขอดูรูปน้องผ่านเฟสบุ๊คคุณแม่คนใหม่ก็ได้เพราะคิดถึงน้องมาก เธอก็ดูรูปน้องทุกวันแล้วต้องขอบคุณที่คุณแม่คนใหม่ดูแลแครกเกอร์เอ็นดูน้องเหมือนกับลูกสาวอีกคน น้องโชคดีแล้วที่ได้อยู่กับคุณพ่อเพราะถ้าอยู่กับเธอเธอรักำน้องจริงๆแต่สถานที่ที่แครกเกอร์ต้องอยู่ก็จะต้องถูกจำกัด เพราะเธอไม่อยากที่จะเห็นภาพนั้น แม้ในทุกวันนี้เธอก็มีความสุขที่ได้ดูรูปน้องผ่านเฟสบุ๊ค ซึ่งบางครั้งก็ดูไปร้องไห้ไปยิ้มไปแต่ต้องขอบคุณจริงๆที่ดูแลน้องเป็นอย่างดี วันนี้เธอเลยเอารูปน้องมาอัพเดทให้ดูเพราะมีพี่ๆหลายคนทักมาหาในไอจีและเฟสบุ๊คตลอด ซึ่งมครทักส่วนตัวมาเธอก็จะส่งรูปให้ดูตลอด วันนี้เลยอยากจะให้ทุกคนเห็นและหายคิดถึงน้องโดยการเอารูปมาลง ซึ่งสำหรับเพจน้องที่ปิดไปปิดเกือบปีแล้วเพราะเธอก็ไม่รู้วาจะมีโอกาสได้อัพรูปอีกเมื่อไหร่ จึงปิดไปแต่รูปทั้งหมดของแครกเกอร์เธอก็ได้เก็บเอาไว้ใน google photo ตลอดเวลา 14,000 รูป แม้ต่อให้เธอเข้มแข็งแค่ไหนก็มีบางมุมที่แอบไปร้องไห้คิดถึงเขา และก็ขอขอบคุณทุกคนที่คิดถึงน้อง . . . ซึ่งถ้าหลายคนอ่านแล้วยังไม่ค่อยเข้าใจเราจะมาอธิบายให้ฟังอีกทีว่า น้องแมวตัวนี้เป็นแมวที่ผู้โพสต์ได้เลี้ยงดูมาร่วมกับแฟนเก่าหรือก็คือคุณพ่อของน้องที่เธอได้พูดถึง ซึ่งส่วนของแฟนใหม่ของคุณพ่อก็หมายถึงแฟนใหม่ของแฟนเธอนั้นเอง และในตอนที่ได้เลิกรากันเธอก็ไม่ได้พาน้องออกมาด้วยเลยให้ทางคุณพ่อหรือแฟนของเธอนั้นเลี้ยงเอาไว้ แม้ในตอนนี้เธอก็ยังเฝ้าคิดถึงน้องสุดหัวใจ ที่มา พรพัชรนันท์ วัชรรุ่งเรือง

จำอาศัยในป่าสวนตัวก็เล็กยังเด็กอยู่ ทนนอนหลบแอบในโพรงหญ้าที่เป็นรูยังไม่รู้จะพ้นมูวันไหน

ด้วยชีวิตหนึ่งชีวิตที่เกิดมาเป็นเพียงแค่สัตว์ตัวน้อยๆ บางคนเขาเลยเลือกจะมองข้ามและมองว่าด้อยค่า เลยไม่คิดสนว่าจะมีชีวิตหรือลมหายใจยังไงต่อหรือต้องออกไปประทังหา เลยเลือกมาปล่อยเทไว้แม้ท่ามกลางป่าใหญ่ที่เป็นสวน ซึ่งตัวก็น้อยนิดและยังไร้เดียงสายังต้องเผชิญกับสัตว์มีพ ิษนาๆแม้อาจจะเอาชีวิตไม่รอด เหมือนกับเรื่องราวนี้เมื่อผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า Phattarawadee SA ได้โพสต์เล่าเรื่องราวเพื่อที่จะมาหาบ้านให้กับเจ้ามิ้วตัวน้อย หลังเธอไม่รู้ว่าน้องมาจากไหนหรือใครเอามาปล่อย เพราะเธอได้พบเจอน้องเมื่อตอนสิ้นปี ในสวนของบ้านญาติ แม้น้องยังตัวเล็กมากและคิดว่าน้องน่าจะยังเด็กอยู่เลย ซึ่งในตอนนี้เธอก็ดูแลน้องอยู่แต่อยากจะให้น้องได้บ้านอยู่ที่เป็นหลักเป็นแหล่งมากกว่า เพราะที่บ้านของเธอเองก็มีแมวหลายตัวแล้ว แม้ในกลางวันจะเอาข้าวไปให้และพอตกเย็นน้องก็จะมานั่งรอหลังบ้านทุกวันค่ะเอ็นดูมากๆ เลยอยากจะหาใครอยากจะได้รับน้องไปเลี้ยงดูก็สามารถที่จะทักไปหาเธอได้ตลอดเลย และขอคัดบ้านและขอคนที่พร้อมจะเลี้ยงดูแลเขาไปจนกว่าจะหมดสิ้นอายุขัย เป็นแมวตัวผู้กลางวันจะอาศัยอยู่ที่สวนออกไปเที่ยวเล่นแต่พอตกเย็นมืดค่ำน้องจะเข้ามาหลบแอบแถวๆระแวกบ้านเธอก็ทำที่หลับที่นอนให้เขาเอากล่องลังกระดาษมาให้เขาเอาไว้หลับนอนตอนมืดค่ำ ซึ่งก็ยังไม่น่าไว้วางใจเท่าไหร่สำหรับคนที่ได้เข้ามาเห็นเพราะในสวนนั้นก็ไม่ได้ต่างอะไรจากป่าที่มีสัตว์มีพ ิษหรือสัตว์นักล ่าที่สามารถจะเป็นอันตรายกับตัวน้องได้ หลายๆคนก็ยังแสดงความคิดเห็นเป็นห่วงแต่ก็ยังไร้คนจะมารับน้องไปเลี้ยงดู เราก็ขอฝากผ่านพื้นที่ตรงนี้ขอเพียงพื้นที่ในบ้านเพียงเล็กๆน้อยๆ ให้หนึ่งชีวิตนี้ได้อาศัยอยู่มีบ้านเป็นหลักแหล่งแม้ไม่หลักลอยให้ชีวิตน้อยๆนี้ได้รอดพ้นจากภัยอันตรายท่ามกลางสวนป่าที่น่ากลัว ซึ่งถ้าใครไม่สามารถจะรับเขาได้ก็ช่วยแชร์ก็ได้เพื่อที่จะเพิ่มโอกาสให้กับเขาเราเชื่อว่าบุญจะส่งกลับหาตัวเราขอให้เขาได้มีชีวิตที่มีสุขไม่ต้องทนนอนตากยุงกลางป่า ที่มา Phattarawadee SA

ถูกสุนัขรุมฟัดวิ่งสะบัดเข้าโพรงหญ้า หูก็พับคงหลงมาปาดน้ำตาจับไม่ได้

เพราะการเลี้ยงดูแลให้อยู่แต่ภายในบ้านที่เราคอยพยายามจะย้ำบอกว่าให้เลี้ยงเขาให้อยู่ในสายตาตลอดเพราะถ้าหากเราเผลอปล่อยให้ออกเราอาจจะต้องเสียใจไปตลอดเลยก็ว่าได้ เพราะชีวิตที่ไม่รู้เรื่องราวหรือพ ิษภัยจากโลกภายนอกนั้นยามเวลาขับขันตัวก็ไม่สามารถที่จะเอาตัวรอดจากโลกกว้างข้างนอกนั้นได้เลย เหมือนกับเรื่องราวนี้เมื่อผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า Mongkol Chaisri ได้โพสต์เล่าเรื่องราวเพื่อที่จะตามหาว่าแมวของใครหายลงในกลุ่ม ทาสแมวทาสหมานิคมพัฒนาปลวกแดงระยอง หลังเขาได้พบเจอน้องถูกสุนัขไล่รุมฟัดมาจนน้องตกอยู่ในสภาพที่สะบักสะบอมซ้ำไม่ให้จับ ตัวก็วิ่งเข้าไปหลบหนีแอบในโพรงหญ้าริมป่าข้างทาง แม้ตัวเขาจะเข้าไปใกล้น้องก็วิ่งหนีไปจนเขาก็รอให้น้องออกมาเพื่อที่จะช่วยเอาไว้แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะพอเข้าไปใกล้น้องอีกน้องก็จะพยายามวิ่งหนีเข้าไปหลบและเตลิด ซึ่งคาดว่าน้องน่าจะเป็นแมวพันธุ์สก็อตติชเพราะมีหูที่พับ และน่าจะเป็นแมวมีเจ้าของ เขาเองพอรอสักพักน้องก็วิ่งเข้าป่าไปอีกเขาก็เลยต้องกลับมาก่อน ซึ่งพิก ัดตรงที่น้องหายนั้นเขาได้แจ้งว่ามาบยางพร ซ.7 แม้ในภายหลังก็ยังไม่ได้มีการอัพเดทอะไรเพิ่มเติม ซึ่งถ้าใครคิดว่าเป็นแมวของตัวเองแล้วอยากจะได้รายระเอียดพิก ัดที่น้องหายเพิ่มเติมก็สามารถที่จะทักไปหาต้นโพสต์ได้ หรือถ้าใครเห็นแล้วเกิดความสงสารน้องก็สามารถที่จะช่วยแชร์ได้ เพื่อที่จะเพิ่มโอกาสให้เขาได้พบเจอกับเจ้าของตัวจริงๆเขาจะได้มารับน้องกลับไปสู่อ้อมกอดที่ตัวได้เคยอยู่ และนี่ก็เป็นสาเหตุที่เราพยายามบอกให้ทุกคนเลี้ยงแมวเอาไว้ในระบบปิดเพราะถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ก็มีสิทธิ์ที่จะไม่ได้เขากลับคืน . ที่มา Mongkol Chaisri

ระหกเร่หาหน้าตายับเยินเป็นแผลเต็มตัวไปหมด ชีวิตรันทดอยากจะช่วยทำอะไรไม่ได้

เพราะในชีวิตของการเกิดมาเป็นเพียงจรแม้จะนอนยังไร้บ้าน ซึ่งหลายคนเองอาจจะมองว่าพวกเขาได้รับอิสระและยังพอมีข้าวน้ำประทังหิว แต่ทว่าก็ไม่ได้มีใครมานึกห่วงหรือคอยให้กินในทุกวัน ซึ่งในแต่ละวันจะได้กินหรือมีโอกาสจะได้อิ่มท้องก็คงจะนานทีดีไม่ดีเป็นแผลหรือเจ็บป่วยมาก็ไร้คนจะพาไปหาและต้องรอให้หายไปเอง เหมือนกับเรื่องราวนี้เมื่อผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า Jazzyjazz Jasmine ที่ได้โพสต์เล่าเรื่องราวมาขอคำปรึกษาหลังพอดีไปเจอน้องแมวมาน้องเป็นหนองและก็แผลเต็มตัวไปหมดเลยอยากจะมาขอให้ใครสักคนช่วยพาน้องไปหาหมอที เพราะขนาดเขาเจ็บขนาดนี้ยังต้องเที่ยวเดินออกหาประทังชีวิตเลย เพราะส่วนตัวของเธอเองเป็นเพียงนักศึกษาแล้วก็อยู่หอที่เลี้ยงสัตว์ไม่ได้และยังไม่มีรถจะพาน้องไปหาหมอด้วย น้องจะอาศัยอยู่ข้างๆสำนักงานคุมประพฤติที่กรุงเทพมหานคร 1 ถนนวังหลัง แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย แม้หลังจากการโพสต์ไปจนตอนนี้ข้ามวันแล้วก็ยังไร้การช่วยเหลือ ซึ่งเธอก็ทำได้เพียงแค่เอาอาหารเปียกให้ด้วยความสงสาร แต่ก็ช่วยอะไรไปมากกว่านั้นไม่ได้เพราะไม่มีรถหรืออะไรพาน้องไปหาหมอเลย แล้วที่พักของเธอก็ไม่ได้อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์เลี้ยงด้วย และเธอก็ได้เข้ามาอัพเดทเพิ่มเติมว่าในตอนเช้าของวันถัดมาเธอตั้งใจว่าจะไปซื้ออาหารให้น้องประทังหิวแต่ทว่าก็กลับไม่พบเจอน้องแล้วไม่รู้ว่ามีใครมารับน้องไปหรือยัง ทั้งนี้ก็คงจะต้องฝากพี่ๆที่อยู่ในระแวกช่วยกันสอดส่องดูน้องให้ทีว่าน้องยังอยู่ดีหรือมีใครพาไปรักษาแล้วก็อยากจะให้ช่วยให้เขาได้มีลมหายใจและอยู่ต่อไปได้อย่างพ้นความทุกข์ทรมาน ที่มา Jazzyjazz Jasmine

ก่อนเจอในวัดอาศัยในกรงแคบๆสภาพย้ำแย่ เฝ้าประคบประหงมด้วยรักแท้วันนี้วอนหาบ้าน

เพราะคนเป็นทาสก็คงจะอดใจไม่ได้ถ้าเกิดวันหนึ่งพบเจอกับแมวที่ต้องทนทุกข์หรือใช้ชีวิตอยู่กับความยากลำบาก แม้ว่าตัวเองจะลำบากอยู่แล้วก็ขอให้ได้ช่วยชีวิตเหล่านี้ออกมาก่อนและค่อยคิดหาทางเพื่อที่พวกเขาจะได้รับความช่วยเหลือ แต่สิ่งหนึ่งที่เราเชื่อเลยมันมีอยู่จริงๆคือความรักที่เราได้มอบให้กับพวกเขา เพราะหลังจากการเลี้ยงดูแลด้วยความถนอมหรือความรักที่เอาใจใส่พวกเขาก็จะมีสภาพร่างกายที่เปลี่ยนไปเหมือนกับแมวคนละตัวเลยก็ว่าได้ เหมือนกับเรื่องราวนี้เมื่อผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า Pang Polkadot ได้โพสต์เล่าเรื่องราวของเจ้ามิ้วตัวส้มเหล่านี้ลงในกลุ่ม เพราะหลังจากที่เธอได้พบเจอน้องแมวอยู่ที่วัดในอำเภอปายแม่ฮ่องสอน แม้อาศัยอยู่ในกรงแคบๆและไม่มีแม้กระบะทราย ซ้ำยังเปื้อนอึเปื้อนฉี่ในกรงและยังผอมมาก เธอก็เลยได้เอาน้องมาหาหมอแม้หยอดคอถ่ายพยาธิ และยังอาบน้ำให้พาไปทำหมันให้ จนตอนนี้ได้กินข้าวอิ่มท้องและเป็นผู้เป็นคนมากขึ้น จากน้องแมวตัวผอมแห้งที่ต้องทนอยู่แต่ในกรงที่ไม่มีแม้ทรายจะให้ขับถ่าย มาวันนี้หน้าตาหล่อเหลาเอาการจนหน้าตาดี เลยมาวอนขอบ้านหลังดีๆให้กับน้องได้มีความสุขในบ้าน น้องเป็นผู้ชายทั้งหมด 4 เดือนมาหาบ้านให้ ได้ทั้งเชียงใหม่กรุงเทพอะไรได้หมดขอให้ได้บ้านพาไปได้หมดเลย แม้หน้าตาของพวกเขาก็เหมือนกันมากๆจนมีคนเข้ามาทักว่าพวกเขาเป็นแฝดกันสามตัวเลยหรือเปล่า ซึ่งเธอก็ยังแยกไม่ออกเหมือนกันว่าพวกเขาตัวไหนเป็นตัวไหนหรืออาจจะเป็นแฝดกันจริงๆ แม้ในความโชคร้ายที่ได้รับต้องอดทนอาศัยในกรงแคบๆกันสามพี่น้อง มาในวันนี้ได้ถูกฟูมฟักเฝ้าเลี้ยงดูแลและถนอมมาด้วยหัวใจ จนมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงและหน้าตาก็เปลี่ยนไปเพราะการดูแลด้วยหัวใจของเธอ แต่ทว่าก็จะต้องแยกกันไปอยู่เพื่อให้ได้บ้านที่อบอุ่นจนภายหลังเธอก็ได้มาอัพเดทโพสต์ว่าตอนนี้น้องๆได้บ้านแล้วขอขอบคุณทุกคนมากๆที่เข้ามาช่วยกันแชร์จนพวกเขามีโอกาสที่จะได้รับความรักและมีชีวิตที่ดีขึ้นอีกครั้ง ที่มา Pang Polkadot

เห็นนอนทำหน้าเศร้าเคล้าช่วยโพสต์ตามหา มารู้ความจริงหลั่งน้ำตาเป็นลูกเศรษฐีปลอมตัวมาเบื่อบ้านอยากติดดิน

เพราะในยุคสมัยนี้อะไรก็ไม่เหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว เพราะบางทีการที่แมวชอบออกไปนอนนอกบ้านก็อาจจะทำให้ทาสคิดว่าหลงหรือหายออกจากบ้านมา และด้วยความเป็นทาสก็อดไม่ได้ที่จะพยายามโพสต์ช่วยตามหาแต่ทว่าพอมารู้ความจริงทีหลังว่าไม่ใช่แมวหายน้ำตาตกใน เหมือนกับเรื่องราวนี้เมื่อผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า Grnd Matcouphorn ได้โพสต์เล่าเรื่องราวของเจ้ามิ้วตัวนี้เพื่อที่จะช่วยน้องตามหาเจ้าของ หลังเธอได้พบเจอกับน้องพิก ัดคอนโดลุมพินีลาดปลาเค้า ซึ่งน้องน่าจะเป็นแมวที่มีเจ้าของเพศผู้แต่ไม่ได้ใส่ปลอกคอ แม้มีความระแวงแต่ก็สามารถที่จะจับได้ เธอก็ไม่แน่ใจนักว่าเป็นแมวพันธุ์สก็อตติชหรือป่าว เธอเลยนำเรื่องราวมาโพสต์ลงเอาไว้ในกลุ่มรวมหมาแมวหาย เพราะอยากที่จะตามหาเจ้าของให้กับน้องเพราะดูน้องเศร้าเสียใจกับชีวิต จนเวลาผ่านไปเธอก็ได้เข้ามาอัพเดทว่าสรุปน้องเป็นแมวมีเจ้าของจริงๆ ซึ่งเจ้าของก็อยู่ที่หมู่บ้านบางกอกบูเลอวาร์ดน้องป็นลูกคนรวยแต่ดันเบื่อบ้านแล้วอยากที่จะมาหาที่นอนเล่นเฉยๆ คอนโดเธอชอบมีแมวจรมาเรื่อยๆบางตัวรปภรับไปเลี้ยงบางตัวแม่บ้านรับไปลูกำบ้านในคอนโดก็รับไปแต่ก็มีมาตลอด พอมีตัวนี้ก็กลัวจะหลุดมาด้วยความเป็นห่วง ก็เลยมาโพสต์ตามหาเจ้าของก่อนด้วยความที่เธอทำงานกลับมาเจอน้องกลางพุงก็กลังคนไล่ให้ไปที่อื่น กลัวเป็นแมวที่หลงมาเพราะตอนที่เธอได้พบเจอนั้นเป็นเวลากลางคืน 3 ทุ่มกว่า แล้วเลยไม่ได้ถามรายละเอียดให้ดี พอมีคนจะรับดูแลเลยเดินตามหาน้องและถามพี่ๆรปภ เลยสรุปได้ความมาว่าน้องชอบแอบออกมานอนเล่นและไปๆมาๆ และขอขอบคุณทุกคนที่ช่วยแชร์และขอบคุณทุกคนที่ถามไถ่ จนตอนนี้น้องก็ได้กลับไปบ้านแล้วและในวันต่อมาเวลาเดิมก็จะชอบออกมานอนแผ่พุงอย่างสบายใจเฉิบ ซึ่งคนอื่นเข้าก็คิดเลยเถิดว่าเป็นแมวหลงมาและน่าสงสาร แต่ก็ไม่ต้องห่วงว่ากลัวจะอดหรือไม่มีอาหารประทังชีวิต เพราะหมู่บ้านที่เขาอยู่นั้นไม่ใช่ธรรมดาเลยเรียกได้ว่าเป็นลูกเศรษฐีปลอมตัวมานอนเล่นหรือออกมาตามหารักแร้ ก็คงจะเป็นเพราะนิสัยที่ในความเป็นแมวที่จะชอบออกไปไหนมาไหนตามใจตัวเอง และถ้าใครเจอแบบนี้วันหน้าวันหลังเราก็ต้องถามให้ดีๆเพราะอาจจะไปพารักพาตัวลูกคนรวยเขามาได้ . . . ที่มา Grnd Matcouphorn