ติดอยู่ในบ้านไร้คนอยู่มา 3 วัน ไม่มีแม้น้ำหรืออาหารจะตกถึงท้อง ได้แต่ส่งเสียงร้องแผ่วเบาลงทุกวัน

อาจจะมีหลายคนที่น้อยนิดที่จะคิดว่าชีวิตตัวน้อยๆก็มีค่า ยิ่งถ้าไม่เคยได้สัมผัสกับการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงความเมตตาต่างๆต่อสิ่งมีชีวิตร่วมโลกก็น้อยลง เพราะชีวิตที่ได้เกิดมาไม่ได้มีใครต้องการต้องอยู่ต้องอาศัยแบบตามมีตามเกิดเวลาเดือดร้อนหรือจะให้ใครเขาช่วยเหลือก็ไม่มีปากมีเสียงจะไปร้องบอกใครเขา เช่นเดียวกับเรื่องราวนี้หลังผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า Santhiti Viyagun ได้โพสต์บอกเล่าเรื่องราวของเจ้าเหมียวรายนี้หหลังจากที่พบน้องติดอยู่ในบ้านที่ไม่มีผู้คนอยู่มาได้สามวันแล้ว ซึ่งทางตัวเขาเองก็เป็นห่วงว่าน้องจะต้องอดจนสิ้นใจเพราะไม่มีอะไรได้ตกถึงท้องเลยแม้แต่น้อย ซึ่งทางตัวเขาเองก็ได้พยายามที่ขอความช่วยเหลือเพื่อบ้านดูแล้ว แต่ทว่าก็ไม่มีใครที่จะสามารถติดต่อกับทางผู้เป็นเจ้าของบ้านรายนี้ได้เลยสักคน โดยทางตัวเขาเองก็ได้นำเรื่องราวของเจ้าเหมียวเพื่อหวังว่าใครจะพอมีทางแนะนำวิธีช่วยเหลือน้องให้ก็สามารถทักเข้าไปหาเขาได้ตลอด และทางตัวผู้โพสต์เองก็ยังได้เล่าอีกว่าในวันแรกๆน้องก็ส่งเสียงร้องเพื่อที่จะขอความช่วยเหลือ แต่ในวันนี้เป็นวันที่ 3 แล้วที่น้องเริ่มจะร้องแผ่วเบาขึ้นราวกับว่าไม่ค่อยจะมีเสียงเพื่อที่จะส่งเสียงร้องเพื่อขอความช่วยเหลือแล้ว จึงอยากวอนหน่วยงานใดๆที่พอจะช่วยเหลือชีวิตน้อยๆของนี่ได้บ้างก็อยากให้ช่วยที ซึ่งหลังจากที่ผู้โพสต์ได้โพสต์ขอความช่วยเหลือลงไปในโลบออนไลน์ก็ได้มีเพื่อนๆในโลกออนไลน์ได้แนะนำให้หย่่อนน้ำกับอาหารลงไปให้น้องก่อน พร้อมกับทำผ้าหย่อนลงไปเพื่อให้น้องปีนขึ้นมาได้ซึ่งทางผู้โพสต์ก็ได้บอกว่าจะลองทำดูแต่ถ้่าหากมันไม่เวิร์กก็จะพยายามหาทางต่อไป โดยหากเพื่อนๆคนไหนสนใจอยากจะติดตามเรื่องราวเพิ่มเติมก็สามารถติดตามไปได้ที่ต้นโพสต์ได้เลยนะคะ ขอขอบคุณข้อมูลจาก Santhiti Viyagun 

หนุ่มต่างด้าวจับแมวใส่กระสอบ อ้อนวอนขอให้หมอช่วยรักษาหลังพบน้องถูกรถชนต่อหน้า แม้ตัวจะมีเงินติดตัวเพียง1พัน

เพราะด้วยความอ่อนโยนของจิตใจของคนนั้นวัดกันที่ภาพนอกไม่ได้จริงๆ เพราะเมื่อไม่นานมานี้ผู้ใช้เฟสบุ๊คแฟนเพจที่ใช้ชื่อว่า Poetry of Bitch ได้โพสต์บอกเล่าเรื่องราวของชายหนุ่มรายนี้ที่มีชื่อว่า บุญเที่ยง ซึ่งบุญเที่ยงนั้นเป็นคนงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานอยู่ในประเทศไทย ด้วยงานที่บุญเที่ยงได้ทำนั้นได้ค่าแรงขั้นต่ำชั่วโมงละ 25 บาท ทำวันละ 12 ชั่วโมงตกวันละ 300 บาท ซึ่งเมื่อวานนี้ 28 มิ.ย. 63 ในขณะที่บุญเที่ยงได้กำลังปั่นจักรยานอยู่นั้น เขาก็ได้เห็นแมวตัวหนึ่งได้ถูกรถชนต่อหน้าต่อตา บุญเที่ยงรีบทิ้งจักรยานคู่ใจแล้วตรงเข้าไปช่วยเหลือเจ้าเหมียวตัวนั้น แต่ทว่าเจ้าเหมียวนั้นอาการไม่ดีนัก เจ้าเหมียวได้รับบาดเจ็บอย่างสาหัสบุญเที่ยงจึงตัดสินใจเอาน้องแมวใส่กระสอบและรีบเรียกแท๊กซี่พาน้องไปหาหมอในทันที โดยบุญเที่ยงได้ตัดสินใจแวะที่คลีนิกรักษาสัตว์แห่งหนึ่ง...

ชีวิตที่ไม่มีทางเลือก ต้องยอมให้ลูกอดและอยู่โดดเดี่ยวเพราะตัวแม่นั้นต้องหนีหมาหวังพรากชีวิต

เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2563 ผู้ใช้เฟสบุ๊กคุณ : Khwan Sirikhwan ได้เผยเรื่องราวหลังเธอนั้นได้พบเจอกับครอบครัวแม่แมวสามสีตัวหนึ่ง ที่ต้องระหกระเหินหนีทั้งคนหนีทั้งหมาใหญ่ ต้องคาบลูกน้อยเอาไปซ่อนเพื่อความปลอดภัย แถมเจ้าของโรงงานก็มีคำสั่งให้พาน้องไปอยู่ที่อื่นและสั่งห้ามไม่ให้เอาอาหารให้ . โดยเจ้าของโพสต์ได้เล่าว่า น้องกำลังจะโดนเอาไปปล่อยยกครัว ได้โปรดเมตตาครอบครัวน้องสามสีด้วยนะคะ แม่แมวหนีหมา มาให้กำเนิดลูกที่ใต้ตู้คอนเทนเนอร์ ในฟาร์มไก่ แถมโดนหมาไล่ฟัดมาแล้วรอบนึงแม่แมวต้องปล่อยให้ลูกอดนมกว่า 3 - 4 วัน แต่ตอนนี้แม่แมวกลับมาแล้ว เด็กๆเริ่มโต ออกมาเดินเล่นได้แล้ว...

ออกจากบ้านไม่คาดคิดแมวติดใต้ท้องรถไปจอดปั๊ม โชคยังช่วยแต่ก็คงจะโทษตัวเองไปตลอดชีวิต

เพราะด้วยการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงเราก็มักจะหาสิ่งที่ดีที่สุดให้กับพวกเขาเสมอ เช่นเรื่องของการเลี้ยงสัตว์ในระบบที่ปิดซึ่งมันเป็นสิ่งจำเป็นมากที่สุดสำหรับพวกเขาแล้ว แต่ทว่าแม้ว่าเรานั้นจะพยายามที่จะป้องกันพวกเขาจากโลกภายนอกมากเท่าไหร่ ก็อาจจะมีอุบัติเหตุที่เราคาดคิดเกิดขึ้นได้เสมอ เช่นเดียวกับเรื่องราวนี้หลังผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า Nutcha Noey Yuchayantee ได้โพสต์บอกเล่าเรื่องราวของเจ้าเหมียวตัวนี้หลังจากที่เธอได้พบน้องติดมากับรถคันหนึ่งที่กำลังที่จะเข้ามาเติมน้ำมันภายในปั้มแห่งนี้ ซึ่งในตอนแรกก็ไม่ได้พบว่ามีน้องแมวติดมาด้วย จนเมื่อรถคันสีเหลืองคันดังกล่าวได้เข้ามาจอดรถและเติมน้ำมันอยู่พักใหญ่ๆจนเสร็จ และเมื่อรถได้เคลื่อนตัวออกไปก็ได้พบน้องมีน้องแมวที่ติดอยู่ใต้ท้องรถตกลงมาจากใต้ท้องรถคันดังกล่าว ซึ่งทางผู้โพสต์เองจึงได้โพสต์เรื่องราวเพื่อที่จะตามหาผู้เป็นเจ้าของรถคันดังกล่าวอีกด้วย ซึ่งทางตัวผู้โพสต์เองก็ไม่ทราบเลยว่าน้องนั้นเกาะใต้ท้องรถมาเป็นระยะทางไกลกว่าเท่าไหร่ แต่ที่แน้ๆน้องตกลงมาด้วยความหวาดกลัวและไม่ไปไหนซึ่งน้องเป็นแมวพันธุ์เปอร์เซียหน้าบี้โดยทางเจ้าของปั้มเองก็ฝากตามหาและอยากที่จะให้มารับน้องกลับไปเพราะสงสารน้องเป็นอย่างมาก จนในที่สุดการประกาศตามหารถคันดังกล่าวก็ได้สิ้นสุดลง เมื่อได้พบเจ้าของรถคันดังกล่าวและได้พบว่าน้องเป็นแมวของเธอจริงๆ ซึ่งทั้งนี้ทางทาสแมวเองก็อยากจะย้ำเตือนถึงความปลอดภัยที่จะเลี้ยงดูแมวเอาไว้ด้วย เพราะพวกเขาก็เที่ยวเล่นซนเหมือนกับเด็กแม้แต่การจะขับรถออกไปจากบ้านก็ควรที่จะเคาะรถเพื่อที่จะให้พวกเขาได้รู้ว่าเรากำลังจะนำยานพาหนะออกไปจากภายนอกบ้านและเพื่อเวลาให้เค้าได้หนีหลบออกไปเช่นเดียวกับในหน้าหนาวในต่างประเทศ ขอขอบคุณข้อมูลจาก Nutcha Noey Yuchayantee

ร้องระงมหาแม่ หลังถูกเขาพรากแม่ไปจากอก ได้แต่เกาะกลุ่มกันไว้ไร้ซึ้งสิ่งใดจึงต้องปกป้องตัวเอง

หากเราจะพูดกันถึงเรื่องของความรักของแม่นั้นก็คงจะหาที่มาเปรียบไม่ได้เพราะคำว่าหัวอกแม่แล้วแม่ยอมทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อลูกได้เสมอ ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับลูกแมวตัวน้อยๆที่เพิ่งจะได้ลืมตาดูโลกแล้วพวกเขาก็ไม่ต่างอะไรไปจากเด็กแรกเกิดเพราะด้วยเมื่อพวกเขาได้โตเต็มที่ พวกเขาก็จะมีขนาดสมองเท่ากับมนุษย์ที่มีอายุเพียง 2 ขวบเพียงเท่านั้น เช่นเดียวกับเรื่องราวนี้หลังจากผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า Natthakorn Woraathasin ได้โพสต์บอกเล่าเรื่องราวของเหล่าเจ้าเหมียวตัวน้อยหลังจากที่ได้พบน้องๆถูกพรากแม่ออกไปจากอกซึ่งมีคนได้นำน้องๆไปปล่อยเอาไว้ ซึ่งทางเจ้าเหมียวตัวน้อยๆก็ต่างพากันร้องระงมเพราะคิดถึงผู้เป็นแม่อีกทั้งก็ยังหาอาหารกินเองไม่ได้ และคงจะร้องออกมาด้วยความหิวและความกลัวซึ่งทางผู้โพสต์เองก็ยังได้บอกอีกว่าน้องๆนั้นมีอายุเพียงไม่ครบเดือนเลยหรือประมาณเพียงแค่ 3 สัปดาห์กว่าเพียงเท่านั้น โดยทางแม่แมวเองก็ร้องออกตามหาลูกตัวน้อยๆด้วยหัวอกแม่ที่เป็นห่วงและคิดถึงลูกๆ แต่ด้วยคนใจร้ายที่เอาลูกของน้องไปปล่อยทำให้น้องตามหากันไม่เจอซึ่งก็เป็นระยะทางที่ไกลกว่ากันพอสมควร จนในที่สุดผู้โพสต์เองก็ได้ไปพบน้องเหมียวตัวน้อยๆเข้าและได้นำกลับมาให้ผู้เป็นแม่แมว โดยทั้งนี้เองหากว่าปล่อยเอาไว้ให้พวกน้องๆอยู่กันเองแบบนี้ก็คงจะต้องถูกคนใจร้ายพรากลูกพรากแม่ไปแบบนี้อีก ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าทางคนที่ได้ทำลงไปนั้นมีจุดประสงค์อะไรแน่ ซึ่งทั้งนี้เองผู้โพสต์จึงอยากจะหาบ้านให้กับน้องๆได้อยู่อย่างมีความสุขจะได้ไม่ต้องมาทนทุกข์ถูกเขาพาไปปล่อยที่ไหนต่อไหนแบบนี้อีก และหากเพื่อนๆคนไหนสนใจอยากจะรับน้องไปเลี้ยงก็สามารถติดต่อไปได้ที่ต้นโพสต์ได้เลยนะคะ ขอบคุณข้อมูลจาก Natthakorn Woraathasin

ถูกเขาชนแล้วหนี ไร้เรี่ยวแรงจะยืนสู้เดินต่อ เพียงเพราะแค่ชีวิตที่ได้เกิดมาจรเขาจึงมองว่าไร้ค่าไม่ต้องจอดดู

ด้วยความเมตตาและเห็นอกเห็นใจในมนุษย์เรานั้นแตกต่างกันออกไป ซึ่งไม่ใช่ว่าทุกคนจะเห็นคุณค่าของสิ่งมีชีวิตเล็กๆเสมือนกันทุกๆคน อาจจะเป็นเพราะด้วยการที่ได้ถูกเลี้ยงดูมาตั้งแต่ยังเล็กหรือด้วยสภาวะทางสังคมที่ได้เติบโตมาทำให้หลายๆคนนั้นมีความอ่อนโยนในหัวใจนั้นแตกต่างกัน เช่นเดียวกับเรื่องราวนี้หลังผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า Athit Athibunyasit ได้โพสต์บอกเล่าเรื่องราวของเจ้าเหมียวรายนี้ลงในกลุ่ม ทาสแมวจร หาบ้าน ช่วยเหลือแมวจรเจ็บป่วยด้อยโอกาส หลังจากที่เขาได้พบน้องถูกรถชนแล้วหนี ไม่มีแม้แต่จะลงมาดู ซึ่งอาจจะคิดว่าน้องเป็นแมวจรที่ไร้หัวจิตหัวใจ ซึ่งในรตอนแรกผู้โพสตก็ได้พบน้องตกอยู่ในสภาพที่อ่อนแรงด้วยไร้เรี่ยวแรงจะยืนหรือเดินต่อ เพราะด้วยแรงกระแทกที่น้องได้รับอีกทั้งก็ยังไม่รู้ว่าจะได้รับบาดเจ็บตรงไหน จึงทำให้เขานั้นต้องอาสาพาน้องไปส่งโรงพยาบาลสัตว์แต่ทว่าตัวของผู้โพสต์เองก็ไม่มีทุนทรัพย์จะรักษาเพราะถ้าปล่อยเอาไว้น้องก็คงจะสิ้นใจ จนอดทนไม่ไหวและพาน้องมาหาสัตวแพทย์เพื่อตรวจดูอาการในเวลาต่อมา โดยในวันนี้น้องก็มีอาการหายใจไม่ออกจึงได้พาไปหาหมออีกรอบ และคาดว่าน้องน่าจะต้องแอดมิดอีกรอบโดยทั้งนี้ก็อยากจะฝากไปถึงผู้ที่ขับรถบนท้องถนนด้วยว่าแม้พวกเขาจะเป็นสิ่งมีชีวิตเล็กที่ดูเหมือนไม่มีค่า แต่ก็อยากจะให้ดูว่าพวกเขานั้นก็มีหัวใจเหมือนกับเราๆพวกเขาสามารถเจ็บได้ร้องไห้ได้ไม่ต่างจากเราเลย และอยากให้ผู้คนที่ใช้รถใช้ถนนระมัดระวังกันด้วยอีกนิดเพราะสัตว์นั้นก็คือสิ่งมีชีวิตจำพวกนึงที่ได้เกิดมา โดยทั้งนี้เองหากเพื่อนๆคนไหนสนใจอยากจะรับน้องไปเลี้ยงก็สามารถติดต่อไปได้ที่ต้นโพสต์ได้เลยนะคะ ขอขอบคุณข้อมูลจาก Athit Athibunyasit

ถูกเขาเทเนื้อตัวเปียกปอน ต้องทนตากฝนทั้งคืน ไม่มีแม้ร่มเงาจะหลบเพราะยังเล็กและไม่รู้จักโลกภายนอก

ในบางครั้งชีวิตนั้นก็เลือกที่จะเกิดมาไม่ได้ ทำให้หลายๆชีวิตต้องเกิดมาพบเจอกับอุปสรรคในชีวิตอย่างหนักหนาสาหัส ด้วยเพียงแค่ค่านิยมผิดของมนุษย์กลับส่งผลกระทบกับหลายๆชีวิตที่ถึงขนาดต้องสิ้นลม เช่นเดียวกับสุนัขหรือแมวจำนวนมากเพียงแค่เกิดมามีสีดำเพียงเท่านั้น เช่นเดียวกับเรื่องราวนี้หลังผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า เก-ดิ อันยอง ได้โพสต์บอกเล่าเรื่องราวของเจ้าเหมียวตัวน้อยเหล่านี้หลังจากที่เธอได้พบน้องถูกนำมาปล่อยเอาไว้ ซึ่งพวกน้องๆยังเล็กกันมากเดินก็ยังแทบจะไม่แข็งแรงเลยแต่ก็กลับถูกเอามาปล่อยไว้แบบนี้ อีกทั้งในวันนี้เธอได้พบพวกน้องๆ ก็มีฝนตกหนักตลอดทั้งคืนซึ่งพวกน้องๆก็ต้องทนหนาวสั่นกันอยู่แบบนั้นด้วยสภาพอากาศที่โหดร้ายยังมีจิตใจของมนุษย์ที่ร้ายยิ่งกว่าซึ่งพวกเด็กๆก็ได้แต่นอนกกตัวกันเพื่อให้ความอบอุ่น ไร้แม้ร่มเงาจะหลบฝนเพราะด้วยตัวที่ยังเล็กและไม่รู้ประสีประสาใดๆ โดยเธอได้โพสต์เล่าว่า คนก็ใจร้ายเอาน้องแอบมาปล่อยไว้ฝนก็ตกหนักทั้งคืนที่หลบฝนก็ไม่มีเหมียวคงตะโกนบอกว่าเลือกเกิดไม่ได้ไง ถึงได้ถูกกระทำแบบนี้ซึ่งเธอก็ยังบอกอีกว่าสงสารก็สงสารแต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้เลยเพราะที่บ้านของเธอก็เต็มแล้ว จึงได้นำมาโพสต์เพื่อที่จะขอความช่วยเหลือจากเพื่อนๆในโลกออนไลน์   จึงอยากจะฝากถึงคนที่นำมาปล่อยเอาไว้ว่าพวกเขายังคงเล็กและไม่สามารถที่จะช่วยเหลือตัวเองได้ถ้าเกิดในบริเวณนั้นมีสุนัขจรอาศัยพวกน้องคงจะไม่รอดแน่ๆ จึงอยากฝากเอาไว้และในเรื่องค่านิยมของสีมันไม้่เกี่ยวว่าพวกเขาจะเกิดมาสีไหนเพราะไม่มีใครกำหนดได้ถ้าเลือกได้พวกเขาก็คงไม่อยากจะเกิดมามีสีดำหรอกอีกทั้งชีวิตก็คือชีวิตมีจิตใจไม่ต่างจากมนุษย์เลย ขอขอบคุณข้อมูลจาก เก-ดิ อันยอง

ถูกจองจำเอาไว้ให้อยู่แต่ในกรง ไม่มีน้ำสักหยดที่จะประทังความหิว แถมยังเอาผ้าคุมกรงไว้ให้รอวันสิ้นลม

ด้วยสิ่งมีชีวิตที่เห็นแก่ตัวที่สุดในโลกนั้นก็คือมนุษย์ ด้วยมนุษย์เรานี้เป็นสิ่งที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนมากที่สุดและมนุษย์เรายังมีความชอบและรักในความสบายมากกว่าสิ่งมีชีวิตไหนๆบนโลกใบนี้ ซึ่งเช่นเดียวกันกับความรับผิดชอบเพราะมนุษย์เรามักจะทำตามสิ่งที่ใจตัวเองต้องการเพื่อที่จะสนองตัณหาของตัวเอง แต่ทว่าเมื่อยามที่ไม่รักไม่ชอบหรือไม่อยากได้แล้วก็จะไร้แม้แต่ความรับผิดชอบหรือความปราณี เช่นเดียวกับเรื่องราวนี้หลังผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า Chatchai Chaiya ได้โพสต์บอกเล่าเรื่องราวของเจ้าตูบตัวนี้ หลังจากที่เขานั้นได้พบน้องถูกเจ้าของแท้ๆจองจำไม่ให้ไปไหน โดยตกอยู่ในสภาพที่ผอมโซซึ่งในตอนแรกนั้นเขาก็คิดว่าน้องคงจะเป็นโรคจึงผอมแห้งไม่มีเรี่ยวแรง แต่ที่ไหนได้น้องกลับถูกจองจำไม่ให้แม้ข้าวหรือน้ำสักหยดตกถึงท้อง เขาจึงได้ลองเอาข้าวต้มมัดให้น้องกิน น้องก็กินใหญ่เลยด้วยสภาพที่หิวโซโดยเขายังได้บอกอีกด้วยว่า เมื่อเขาเห็นว่าน้องกินได้แบบนั้นเขาจึงเอาของกินที่มีทั้งหมดลงไปให้น้องกิน แต่ทว่าสิ่งที่ทำให้สงสารที่สุดก็คือทางผู้เป็นเจ้าของน้องได้เอาผ้าคลุมน้องเอาไว้เพื่อที่จะไม่ให้คนอื่นเห็น ซึ่งทั้งนี้ทางผู้โพสต์ยังได้เล่าเพิ่มเติมอีกด้วยว่าแม้แต่คนข้างบ้านก็ได้บอกว่าเห็นน้องร้องแต่ก็ไม่รู้ว่าน้องเป็นอะไร เพราะทางผู้เป็นเจ้าของนั้นเอาผ้าคลุมปิดน้องเอาไว้ ซึ่งก็ได้มาเห็นเข้าพร้อมกับทางผู้โพสต์รายนี้ด้วยเรื่องได้เกิดขึ้นเพราะทางผู้โพสต์นั้นเข้าไปติดตั้งอินเตอร์เน็ตจึงได้เห็นและพบน้องเข้ามิเช่นนั้นน้องก็คงจะต้องอยู่แต่ในกรงและปล่อยให้อดจนสิ้นลมไป ซึ่งทางผู้โพสต์ก็ได้ทำเรื่องไปถึงมูลนิธิที่พอจะสามารถช่วยเหลือน้องได้โดยแจ้งให้กับทางเพจเข้าช่วยเหลือในเวลาต่อมา ขอขอบคุณข้อมูลจาก Chatchai Chaiya

ยังเฝ้าคอยไม่ห่าง หลังคุณยายจากไปกว่า 3 ปีแล้ว แต่ก็ยังนั่งเฝ้าเอาหน้าซุกรูปภาพแบบนี้อยู่ในทุกวี่วัน

ถ้าหากเพื่อนๆที่ได้เลี้ยงแมวแล้วก็คงจะเข้าใจดีกันว่าแมวนั้นเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่เหมือนกับสุนัขซึ่งพวกเขามักจะไม่ค่อยแสดงออกเรื่องของความรักที่มีต่อผู้เป็นเจ้าของ ซึ่งก็จะมีเพียงแค่แมวจำนวนน้อยตัวมากๆที่มักจะแสดงออกมาว่าพวกเขานั้นรักหรือห่วงใยหรือแม้แต่ความอาลัยว่าคิดถึง เช่นเดียวกับเรื่องราวนี้หลังผู้ใช้แฟนเพจเฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า เพื่อนร่วมโลก ได้โพสต์เล่าเรื่องราวของเจ้าเหมียวตัวนี้หลังจากที่น้องได้สูญเสียคุณยายอันเป็นที่รักหรือผู้เป็นเจ้าของไปเป็นเวลากว่า 3 ปี แล้วแต่น้องก็ยังคงมานอนเฝ้ารูปของคุณยายผู้เป็นที่รักและเป็นเจ้าของรายนี้อยู่ไม่ห่าง ซึ่งทางผู้เป็นเจ้าของได้เล่าว่าในทุกๆวันเจ้าเหมียวก็จะมานอนเฝ้าที่รูปของคุณยายแบบนี้อยู่เป็นประจำ และก็จะนอนเอาหน้าซุกรูปของคุณยายราวกับว่าเจ้าเหมียวนั้นกำลังคิดถึงคุณยายแบบสุดหัวใจ ด้วยเจ้าเหมียวนั้นถูกเลี้ยงด้วยคุณยายมาตั้งแต่ยังเล็กแต่เติบโตด้วยการใช้ชีวิตร่วมกันมาโดยตลอด จึงทำให้เจ้าเหมียวนั้นอาลัยแด่รูปของคุณยายแบบนี้ในทุกวัน ซึ่งทางผู้เป็นเจ้าของของเจ้าเหมียวนั้นก็ได้นำเรื่องราวมาโพสต์ลงยังโลกออนไลน์ทำให้มีผู้คนเข้ามาชื่นชมในความรักและความอาลัยของเจ้าเหมียว เพราะแมวโดยส่วนมากแล้วก็มักจะไม่แสดงออกมาเช่นนี้ ด้วยทั้งนี้เองทางแฟนเพจดังกล่าวจึงได้นำเรื่องราวมาโพสต์ลงและมีผู้คนเข้ามากดไลค์กันเป็นอย่างมาก จึงอยากจะฝากถึงเพื่อนๆเอาไว้ด้วยว่าหากคิดจะเลี้ยงพวกเขาแล้วก็อย่าลืมนึกถึงหัวใจของพวกเขากันด้วยเพราะสัตว์นั้นก็ไม่ได้ต่างไปจากคนเราเพราะพวกเขาก็มีหัวใจไม่ต่างกันมีรักมีคิดถึงมีอาลัยเมื่อยามจากไปเช่นนี้เสมอ ขอขอบคุณข้อมูลจาก เพื่อนร่วมโลก

สาวทาสแมวบอกเล่าเรื่องราว ของป้ามุดแมวแก่ในวัย19ปี แม้จะโรยราแต่โชคยังดีมีทาสคอยดูแล

เมื่อไม่นานมานี้ผู้ใช้เฟสบุ๊กคุณ : Siriam Sae ได้เผยเรื่องราวของป้ามุด แมวแก่รุ่นทวดอายุเข้าใกล้แตะเลข2หลักแล้ว ซึ่งสุขภาพร่างกายของป้ามุดนั้นก็เริ่มไปตามกาลเวลา แต่โชคยังดีที่ป้ามุดมีทาสคอยดูแลและคอยอยู่เคียงข้าง . โดยเจ้าของโพสต์ได้เล่าว่า เรื่องเล่าของแมวแก่แกมีนามว่าป้ามุด สวัสดีคะทาสทุกๆท่าน ช่วงนี้ป้าเริ่มไม่ไหวแล้วจริงๆ ป้าไม่ค่อยจะมีเรี่ยวแรงจะเดินแล้ว ป้านอนตลอดเวลาเลย นอนจนทาสต้องคอยมาดูว่าเป็นยังไงหายใจอยู่ไหม สายตาของป้าเริ่มไม่ดีเท่าไหร่แล้วล่ะ แต่ตอนนี้ถ้าเป็นไปได้เวลากินข้าว ป้าจะให้ทาสป้อนข้าวให้ เพราะป้าไม่อยากจะลุกเดิน บ้างครั้งนอนอยู่ป้าแกก็ฉี่เลยซะอย่างงั้น แต่ทาสคอยดูแลป้าดีมากๆเลยนะ อาหารการกินหรือที่หลับที่นอน เช็ดทำความสะอาดที่นอนป้าทั้ง เช้าเย็น เพราะป้าจะฉี่ราด ทาสจะช่วยป้อนข้าวบดอาหารให้ป้าด้วยนะ เพราะป้ากินอาหารเปียกแล้วมันติดฟัน...