รวบแล้วนั่งหน้าซึม หลังขโมยไอโฟนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดือดร้อนตำรวจไล่จับทันควัน

เพราะด้วยความที่เป็นสัตว์ที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวเมื่อเห็นนักท่องเที่ยวมาเที่ยวมาให้อาหารก็คิดว่าสิ่งของที่อยู่ในมือนั้นเป็นอาหารที่สามารถกินได้ หรืออาจจะด้วยรู้ว่ามันเป็นของสำคัญจึงขโมยไอโฟนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเพื่อจะนำไปขายก็อาจจะดูเกินความสามารถของเจ้าลิงตัวแสบตัวนี้เกินไปหน่อย และเมื่อไม่กี่วันก่อน ตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ตได้ติดตามโทรศัพท์ไอโฟน X ของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ หลังได้รับแจ้งเหตุขอความช่วยบเหลือ ว่าเจ้าลิงตัวแสบขโมยมือถือแล้วขึ้นไปบนเขาโต๊ะแซะ อ.เมือง จ.ภูเก็ต โดยติดตามอยู่นานจนสามารถนำกลับมาคือผู้เป็นเจ้าของชาวต่างชาตินี้ได้ จึงส่งคืนให้กับนักท่องเที่ยวชาวอเมริกันรายดังกล่าวซึ่งนักท่องเที่ยวก็ดีใจมากๆและพร้อมกับบอกว่า "ผมชอบไทยแลนด์" ซึ่งภายหลังได้มีผู้ใช้เฟสบุ๊คแฟนเพจที่ใช้ชื่อว่า Time&Expedition ได้นำเรื่องราวของเจ้าลิงตัวแสบนี้มาลงในโลกออนไลน์ โดยได้ระบุข้อความเอาไว้ด้วยว่า "ลิงขโมยไอโฟนชาวต่างชาติ!! ตำรวจท่องเที่ยวไล่ตามจนได้กลับคืน ที่มา Phuketandamannews (รูปสุดท้ายไม่เกี่ยวนะ)" ซึ่งภายหลังจากที่รูปดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไปก็ได้มีผู้คนจำนวนมากเข้ามากดไลค์และแชร์ เพราะด้วยรูปสุดท้ายที่ทางเพจนำมาลงนั้นเป็นรูปเจ้าลิงที่ไหนก็ไม่รู้ดันมานั่งหลังรถตำรวจพอดี ผู้คนจึงเข้าใจว่าเจ้าลิงตัวนั้นคือลิงตัวแสบที่แอบขโมยไอโฟนชาวต่างชาติและถูกจับขึ้นมา ซึ่งทั้งนี้จากเรื่องราวดังกล่าวนั้นก็ได้สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กับผู้คนที่ได้ใช้โลกออนไลน์เป็นอย่างมาก และก็หวังว่าเจ้าลิงตัวแสบนั้นจะไม่ทำแบบนี้อีก ขอขอบคุณข้อมูลจาก Time&Expedition...

อาหารมื้อสุดท้ายที่เจ้าของวางไว้ให้พร้อมมุ้งใบเก่า

เรามักจะย้ำเตือนกับเพื่อนๆเสมอว่าการนำสุนัขหรือแมวหนึ่งตัวมาเลี้ยงนั้นเท่ากับเป็นการเพิ่มภาระที่เพื่อนๆจะต้องรับผิดชอบต่อหนึ่งชีวิตตลอดไป จึงอยากให้คิดและทบทวนให้ดีหากคิดจะเลี้ยงพวกเขาเพราะมิเช่นนั้นอาจจะเกิดปัญหามากมายที่ตามมาเช่นเดียวกับเจ้าตูบปอมตัวนี้ หลังผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า แพรว เองนะได้นำเรื่องราวของเจ้าตูบรายนี้มาโพสต์ลงในกลุ่ม รักหมา ทาสแมว หลังจากที่เธอนั้นได้พบสุนัขพันธุ์ปอมเมอเรเนียนที่ข้างถนนริมสวนกล้วย ซึ่งน้องหมาก็หน้าตาช่างน่ารักน่าชังไม่รู้ว่าเจ้าของนึกยังไงถึงทำกันได้ลง ซึ่งผู้โพสต์นั้นได้ระบุข้อความเอาไว้ลงในกลุ่มด้วยว่า "ทำไงดีคะเจอน้องเหมือนโดนเทเลย อยู่ข้างถนนตรงสวนกล้วยหมู่ 13. ต.สวนหลวง อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร" เธอจึงช่วยและพาน้องไปหาหมอในเวลาต่อมาโดยเธอได้อัพเดทเพิ่มเติมด้วยว่า อาการเบื้องต้นคุณหมอได้บอกว่าโดยรวมแล้วน้องโอเคดี แต่ว่าเหมือนน้องจะมีปัญหาเกี่ยวกับช่องท้องโดยคุณหมอเองก็ได้รักษาอาการเบื้องต้นด้วยการให้น้ำเกลือเนื่องจากน้องต้องอยู่ตัวคนเดียว ซึ่งน้องนั้นเป็นสุนัขพันธุ์ปอมเมอเรเนียน และเธอยังได้อัพเดทเพิ่มเติมอีกด้วยว่าในตอนนี้น้องมีคนมารับเคสน้องไปดูแลต่อแล้วและพาน้องไปหาหมอแล้วอีกด้วย ซึ่งทั้งนี้ก็หวังว่าน้องจะได้อยู่ในความดูแลความพี่รายนี้ต่อไป ซึ่งหากเพื่อนๆคนไหนสนใจอยากจะติดตามเรื่องราวของน้องก็สามารถเข้าไปติดตามได้ที่ต้นโพสต์ได้เลยจ้า ขอขอบคุณข้อมูลจาก แพรว เองนะ

สิ้นแล้วเจ้าหลงแมวแก่ในวัย18ปี หลังดํารงตําแหน่งผู้ช่วยขายตั๋วสถานีรถไฟลาดกระบังมาอย่างยาวนาน

เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2563 แฟนเพจเฟสบุ๊กของคุณ : ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้เปิดเผยว่าเจ้าหลงในวัย 18ปี สิ้นแล้ว                        โดยคุณชัชชาติได้เห็นเจ้าหลงเป็นครั้งแรก ต้องย้อนไปถึงปี...

ปีใหม่นี้ไม่มีลืมกัน สาวขายล็อตเตอรี่ควักเงินจัดอาหารชุดใหญ่ให้กับหมาด้อยโอกาสสุขใจทั้งผู้ให้อิ่มใจทั้งผู้รับ

อาจจะด้วยเพราะชีวิตที่เลือกเกิดไม่ได้และจิตใจของคนเรานั้นย่อมแตกต่างกันบางคนเห็นสัตว์จรต้องอดแล้วก็สงสารบางคนเห็นบางก็บอกว่าเป็นเวรเป็นกรรมแต่ก็ไม่เคยยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ ซึ่งกับบางคนก็เลือกที่จะลงมือทำด้วยความเต็มใจต่อเพื่อนสี่ขาร่วมโลกที่ต้องทนหิวให้อิ่มท้องกินอิ่มนอนหลับไม่ต้องทนทุกข์ เช่นเดียวกับสาวใจบุญรายนี้หลังผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า หทัยรัตน์ ติ๊ดซี่ ธาราเสถียร ได้โพสต์เรื่องราวลงในโลกออนไลน์หลังจากที่เธอนั้นได้นำไก่ย่างแสนอร่อยมาให้เหล่าสุนัขจรที่เธอนั้นเคยให้อาหารอยู่ทุกวัน ซึ่งเธอได้บอกว่าเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับน้องๆจะได้อิ่มท้องและไม่ต้องทนหิว ซึ่งสุนัขจรเหล่านี้ก็เป็นสุนัขจรที่เธอนั้นให้อาหารมาเป็นเวลา นานกว่า 3 ปีแล้วโดยเธอนั้นก็จะให้อาหารน้องแบบนี้ทุกครั้งและก็จะอยู่ดูจนกว่าพวกน้องๆจะกินหมดโดยจะไม่สร้างความเดือดร้อนให้แต่ละในพื้นที่แต่อย่างใด อีกทั้งเธอยังรู้ชื่อรู้ที่อยู่ของสุนัขจรทุกตัวอีกด้วย  โดยเธอนั้นได้ระบุข้อความเอาไว้ด้วยว่า " มาแล้วจร้า ของขวัญปีใหม่สำหรับพวกนู๋ไม่ย่างแสนอร่อย น้องๆหมาจรของแม่ ปล.แกะไม้ออกก่อนให้ทุกไม้แล้วนะจร้า" ซึ่งเรียกได้ว่าเธอนั้นเป็นนางฟ้าของเหล่าสุนัขจรก็ว่าได้เลยทีเดียว โดยเธอนั้นมักจะแบ่งปันรายได้จากการขายล็อตเตอรี่ทุกเดือน เพื่อนำมาซื้ออาหารให้แก่เหล่าสุนัขจรอยู่เป็นประจำ โดยพยายามให้กับสุนัขจรหลายสิบตัวอย่างเท่าเทียมกันเพื่อที่จะได้กินอิ่มและนอนหลับอย่างสบาย และน้องหมาทุกๆตัวนั้นก็เชื่อฟังและเป็นมิตรกับเธอมากๆ เพราะสำหรับพวกเขาแล้วเธอคงไม่ต่างจากนางฟ้าที่คอยดูแลใส่ใจและให้ชีวิตต่อพวกเขาเพื่อที่พวกเขาจะได้มีชีวิตที่ดีมากยิ่งขึ้น และสุนัขหลายๆตัวก็มองด้วยความสงสัยเพราะในตลอดชีวิตของพวกเขานั้นแทบจะไม่ได้กินอะไรดีๆแบบนี้เลย เนื้อไก่เต็มๆคำ เพราะโดยส่วนใหญ่แล้วสุนัขจรก็ได้กินเพียงแค่เศษขยะหรือเศษอาหารที่เหลือทิ้งเอาไว้ตามถังขยะเพียงเท่านั้น ซึ่งบางตัวก็เป็นสุนัขแม่ลูกอ่อนอีกด้วย...

หมาแม่ลูกอ่อนมาคลอดในโครงการหมู่บ้าน แต่มีคำสั่งให้เอาออก ลูกก็ยังไม่ลืมตาวอนช่วยเห็นใจ

เพราะด้วยชีวิตที่เลือกเกิดมาไม่ได้ทำให้อีกหลายชีวิตต้องดิ้นรนเอาตัวรอด ยิ่งเป็นแม่คนด้วยแล้วยิ่งต้องทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะปกป้องลูกตัวน้อยๆของตน และหากไม่สามารถพูดหรือบอกกับใครได้ชีวิตที่เหลือนี้จะทำอย่างไรในเมื่อหันไปทางไหนก็ไม่มีใครต้องการ เพราะไม่ใช้สุนัขพันธุ์ไม่ได้เกิดมาน่ารักอย่างที่เขาอยากให้เป็น เมื่อผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า Koi Supara Mekmok ได้นำเรื่องราวของเจ้าตูบแม่สุนัขตัวนี้ที่พยายามจะปกป้องลูกของเขาด้วยการขุดหลุมดินเป็นโพรงเพื่อให้ลูกๆได้อาศัยอยู่ แต่ทว่าแม่สุนัขตัวนี้ดันเกิดมาอยู่ในโครงการหมู่บ้านแห่งหนึ่งซึ่งทางเจ้าของหมู่บ้านเองก็ไม่ต้องการให้มีสุนัขจรในโครงการ จึงมีคำสั่งให้เอาน้องออกไปจากหมู่บ้านให้หมด โดยผู้โพสต์รายดังกล่าวได้ระบุข้อความลงเอาไว้ในโลกออนไลน์ว่า "นวลเป็นหมาจรโครงการบ้าน ที่ตัวเธอนั้นทำงานอยู่     นวลเพิ่งคลอดลูกได้ 3 วันเองลูกๆยังไม่ลืมตาเลยลูกบ้านที่โครงการจะให้เอาออกไป ไม่อยากให้เค้าเอาไปปล่อ ยเลยมีใครพอจะให้ที่พักพิงหรือแนะนำได้บางคะ น้องอยู่ที่โครงการแถวหนองจอก กทม." ซึ่งก็อยากวอนเพื่อนๆที่อยากจะรับเลี้ยงน้องหรือพอจะมีที่พักพิงให้น้องได้กินอิ่มนอนหลับเข้าช่วยเหลือหรือติดต่อต้นโพสต์เพราะถ้าปล่อยเอาไว้เขาคงเอาพวกหนูไปปล่อ ยตามสถานที่ต่างๆแน่นอนอีกทั้งลูกๆของน้องเองก็ยังไม่ทันได้ลืมตาเลยไม่รู้จะเอาตัวรอดจากโลกภายนอกได้อย่างไร ขอขอบคุณข้อมูลจาก Koi Supara Mekmok

ไอ้ป๋องหมาเหงา ชอบหนีออกจากบ้านมามุดรั้วหาไอ้เปี๊ยกเพื่อนซี้ พอเริ่มอ้วนป๋องมุดจนตัวติดต้องคอยเรียกให้ไอ้เปี๊ยกช่วย

การเลี้ยงสุนัขนั้นก็เหมือนกับการที่เรานำเด็กตัวเล็กๆมาเลี้ยง ซึ่งสมองและความคิดของพวกเขาเองก็มีเท่าเพียงเด็กอายุสองขวบเพียงเท่านั้น และหากเราจะพูดถึงเด็กเล็กก็คงจะหนีไม่พ้นการเล่นซุกซนด้วยความเป็นเด็ก แล้วยิ่งถ้าหากมีเพื่อนบ้านเป็นรุ่นราวคราวเดียวกันแล้วก็ยิ่งเข้าไปกันใหญ่ เช่นเรื่องราวในวันนี้หลังจากที่ผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า ป้า แป้ง ได้นำเรื่องราวของเจ้าป๋องสุนัขตัวน้อยของเพื่อนบ้านข้างๆ พันธุ์พื้นเมืองตัวแสบที่เป็นสุนัขสุดอินดิ้ที่รู้จักเอาตัวรอด เพราะเมื่อเวลาที่เจ้าป๋องหิวก็มักจะแอบรอดรั้วบ้านเพื่อที่จะเข้ามากินอาหารที่มีใส่ในถ้วยเอาไว้ให้ตลอดเวลาและป๋องนั้นมีนิสัยที่เจียมเนื้อเจียมตัวสุดๆ ไม่สร้างความเดือดร้อนหรือความรำคาญใดๆป๋องเจียมตัวและอยู่เป็น แต่คือประเด็นนั้นอยู่ตรงที่ว่าเวลาที่ป๋องอยากจะไปไหนมาไหนป๋องก็จะไปตามทางของป๋องและไม่มีใครสามารถห้ามป๋องได้ แต่ทว่าป๋องมักจะตูดติดอยู่ที่หน้าประตูรั้วหน้าบ้านและไม่ว่าจะดึกเพียงใดผู้โพสต์ก็จะต้องมาดันเจ้าป๋องออกไปทุกที ซึ่งทั้งนี้ผู้โพสต์นั้นได้ระบุข้อความเอาไว้ลงในกลุ่ม Gluta Story Club ด้วยว่า "อยากจะเล่าเรื่องไอ้ป๋อง...ไอ้ป๋องคือหมาน้อยสีดำข้างบ้านพันธุ์พื้นเมืองทั่วไปหรืออะไรก็ม่ายรู้...ป๋องเป็นหมาเด็กที่รู้จักเอาตัวรอด เวลาหิวป๋องจะลอดรั้วเข้ามาขออาหารกินซึ่งก็มีใส่ในถ้วยไว้ตลอด เวลาเหงาก็ลอดรั้วเข้ามาขอเล่นด้วย" "ซึ่งบางทีก็ติดอยู่ตรงซี่รั้วต้องคอยดูมัน ป๋องไม่สร้างความรำคาญป๋องเจียมตัวป๋องอยู่เป็น...แต่ประเด็นคือป๋องอยากมาเวลาไหนก็มาป๋องคือหมาอินดิ้ ติดอยู่ตรงรั้วตอนกลางคืนดึกแค่ไหนก็ดันตูดมันออก....อ่อส่วนอีกตัวทีบ้านชื่อไอเปี๊ยก..ไอ้นี่ก็ตัวดีช่วยเรียกไอ้ป๋องเข้าบ้านเก่ง!!!" จึงกลายเป็นเรื่องราวสุดน่ารักระหว่างไอ้ป๋องเจ้าตูบน้อยตัวแสบที่รู้จักการเอาตัวรอดและเพื่อนสุนัขของผู้เป็นเจ้าของรายนี้อย่างไอ้เปี๊ยก ซึ่งหลังจากที่โพสต์ดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไปก็ได้มีผู้คนจำนวนมากเข้ามากดไลค์และสร้างรอยยิ้มให้กับคนในกลุ่มเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังทำให้สุนัขของเจ้าของรายนี้มีเพื่อนเล่นเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย ขอขอบคุณข้อมูลจาก ป้า แป้ง

และนี่คือการเที่ยวครั้งแรกของผม กับช่วงเวลาที่แสนสั้นที่เหลือและอาจจะเป็นครั้งสุดท้ายของชีวิต

ด้วยการที่ได้เกิดมามีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงนั้นเป็นพรที่ดีที่สุดสำหรับคนที่ป่วยเป็นโรคต่างๆ และจะต้องทนทุกข์อยู่กับโรคนั้นๆ ซึ่งหากเพื่อนๆหรือสัตว์เลี้ยงของเพื่อนๆได้เกิดมามีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงแล้วก็คงจะได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข เพราะบางชีวิตที่เลือกเกิดไม่ได้และต้องป่วยทนอยู่กับโรคนั้นๆมันช่างทุกข์ใจเหลือเกิน เช่นเดียวกับเรื่องราวของเจ้าเหมียวรายนี้หลังผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า อรพิน เหล่าลุมพุก ได้โพสต์เล่าเรื่องราวสุดเศร้าใจลงในกลุ่มคนรักแมวอย่างกลุ่ม ทาสแมว หลังจากที่เขานั้นได้พาเจ้าเหมียวสุดที่รักไปเที่ยวครั้งแรกในชีวิตแต่ทว่าความน่าเศร้าใจนั้นคือมันอาจจะเป็นครั้งสุดท้ายของเจ้าเหมียวเช่นเดียวกัน เพราะเจ้าเหมียวรายนี้ดันเป็นโรค FIV หรือที่รู้จักกันในโรคเอดส์แมวนั่นเอง ด้วยความดีใจของน้องที่ได้มาทะเลเป็นครั้งแรกแต่ก็ทำเอาเจ้าของนั้นสุดปวดใจเพราะด้วยโรคดังกล่าวนี้จะทำให้ภูมิคุ้มกันของเจ้าเหมียวนั้นอ่อนแอลงเรื่อยๆ แถมเจ้าเหมียวเองก็แก่มากแล้วคงจะเหลือเวลาอยู่ต่ออีกไม่มากนัก และนี่ก็คือช่วงเวลาอันแสนสั้นของผมเองงับ เมื่อเจ้าของรายนี้ได้เห็นเจ้าเหมียวนั้นมีความสุขกับการได้ไปเที่ยวก็ทำให้สุขใจอยู่บ้าง แต่ทว่าการที่ได้รู้ว่าน้องมีเวลาเหลืออยู่น้อยนิดก็ทำให้ผู้เป็นเจ้าของรายนี้กังวัลในทุกคืนวันเพราะกลัวว่าจะตื่นมาแล้วไม่ได้ยินเสียงร้องของน้องอีกต่อไป โดยผู้โพสต์นั้นได้ระบุข้อความเอาไว้ด้วยว่า "นี่คือการเที่ยวครั้งแรกในชีวิตผมครับดีใจมาก ผมแก่มากและเป็น FIV นี่คือช่วงเวลาแสนสั้นที่เหลือของผมครับ ผมมีลูก 3 ครับเป็น FIV ทั้งครอบครัวครับ"...

วิ่งหน้าตาตื่น มาหาด้วยความร้อนใจทำหน้าเหมือนให้ช่วยอะไร ที่ไหนได้มดกัดหูน้อง

เพราะการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงนั้นก็เหมือนกับการที่เรานำเด็กตัวเล็กๆมาเลี้ยง ซึ่งในบางครั้งพวกเขาเองก็คิดว่าพวกเรานั้นเป็นพ่อเป็นแม่ของพวกเขาจริงๆ และเมื่อเวลาเด็กน้อยนั้นมีเรื่องให้ช่วยเหลือหรือบาดเจ็บก็มักจะวิ่งมาหาคนเป็นพ่อเป็นแม่อย่างเราๆเสมอ เช่นเดียวกับเรื่องราวนี้ หลังผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า Khun K-t ได้โพสต์เล่าเรื่องราวของลูกชายหรือก็คือเจ้าเหมียวตัวส้มสีอ่อนที่เห็นในรูปนั่นเอง ซึ่งเจ้าเหมียวนั้นได้วิ่งหน้าตาตื่นมาหาผู้เป็นแม่หรือผู้เป็นเจ้าของด้วยความร้อนใจและทำหน้าทำตาเหมือนกับจะร้องไห้เหมือนว่าถูกใครรังแกมา ซึ่งในตอนแรกผู้เป็นเจ้าของเองก็ไม่ทราบว่าน้องเป็นอะไรเพราะด้วยความตกใจที่อยู่ๆน้องก็วิ่งมาหาเหมือนกับกำลังจะบอกอะไรบางอย่าง โดยทันใดนั้นเจ้าของก็ได้เหลือบไปเห็นเจ้ามดแดงตัวหนึ่งกำลังงับหูน้องอยู่จึงได้รับรู้ว่าเจ้าเหมียวนั้นต้องการให้ช่วยเหลือและคงจะร้องไห้ด้วยความเจ็บ ซึ่งผู้เป็นเจ้าของก็เลยได้เอามดตัวนั้นออกจากหูน้องแต่น้องก็ยังคงทำหน้าตาเศร้าด้วยความเจ็บแล้วคงอยากที่จะฟ้องแม่ว่าตัวเองนั้นถูกเจ้ามดรังแกมา ซึ่งทั้งนี้ผู้โพสต์นั้นได้ระบุข้อความเอาไว้ด้วยว่า "ลูกชายวิ่งมาหาเหมือนจะบอกอะไร ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ที่ไหนได้มดกัดหู โอ๋ๆๆๆแค่มดกัดนิดเดียงเอง เพี้ยง!!เดี๋ยวก็หายเนอะ พี่ขุนทอง" ซึ่งจริงๆน้องก็คงจะเจ็บมากเพราะหูของแมวนั้นมีเส้นประสาทอยู่เป็นจำนวนมาและไวต่อความรู้สึกมากๆด้วยเช่นเดียวกันก็อยากจะฝากเจ้าของให้ระวังเจ้ามดตัวแสบเอาไว้ด้วย ขอขอบคุณข้อมูลจาก Khun K-t

ชาวเน็ตจวกยับ พบพระปลอมหากินกับผ้าเหลืองเดินธุดงค์ใช้วัวลากของให้ ห้ามไม่เคยฟังทำอยู่อย่างนี้มาหลายปีแล้ว

หากเพื่อนๆได้อยู่ในกลุ่มรักสัตว์หรือได้เล่นในโลกโซเชียลคงจะได้เคยเห็นข่าวของพระรูปหนึ่งที่ใช้สุนัขโกลเด้นลากเกวียนออกธุดงค์บิณฑบาต จนเป็นข่าวออกไปแล้วหลายครั้ง จนมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยื่นมาเข้าไปช่วยเหลือสุนัขเนื่องจากต้องลากเกวียนพร้อมออกเดินตามพระรูปนั้นทั้งๆที่แดดร้อนจัด จนเพื่อนๆหลายคนเห็นก็ว่าเหมือนเป็นการเอานำสุนัขมาตกระกําลําบาก โดยล่า ผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า พิมพ์นารา ค่ะ ก็ได้ออกมาโพสต์เรื่องราวของพระรูปดังกล่าวลงในกลุ่มรักหมา ซึ่งในครั้งนี้ไม่ใช่น้องหมาแต่อย่างใดแต่เป็นน้องวัวแทน ปีก่อนๆเคยเอาแพะมาเดินลาก ซึ่งพระรูปนี้นั้นเคยทำแบบนี้มาแล้วหลายต่อหลายครั้งคือเป็นการเดินบิณฑบาต ไปเรื่อยๆตามจังหวัดต่างๆ โดยมีรถตู้เป็นเป็นพาหนะ ไม่มีวัดอยู่จำวัดเป็นที่เป็นทางเดินสายบิณฑบาตไปเรื่อยๆโดยใช้สัตว์มาทำแบบนี้หลายครั้งหลายคราแล้วโดยข้อมูลดังกล่าวนั้นได้มาจากเพื่อนในโลกออนไลน์ที่ได้มาคอมเม้นต์บอกไว้จากโพสต์ดังกล่าวอีกด้วย ซึ่งทั้งนี้ผู้โพสต์เองยังได้ระบุข้อความเอาไว้ด้วยว่า "ไม่เกี่ยวกับน้องหมาค่ะแต่ก็อดสงสารไม่ได้ ก้นน้องขนหลุดหมดเลยเพราะเดินลากของ เคยเห็นแต่ในข่าวพอมาเจอกับตัวเองสงสารวัวน้อยเจ็บใจ พอมีหน่วยงานไหนเมตตาช่วยเหลือสัตว์น้อยผู้น่าสงสารได้มั้ยคะ เมื่อเช้าที่ อ.เมือง จ.มุกดาหารค่ะ" "พอเราถามพระตนนี้ว่า มาจากไหนเค้าบอกมาจากโคราชแล้วพระตนนี้ก็รีบเดินไปเลยค่ะ คงไม่ใช่พระหรอกถ้าเป็นพระจริงคงไม่มาทำแบบนี้ ผิดกฏลบได้ค่ะเราแค่สงสารวัวน้อย" ซึ่งทั้งนี้ก็อยากจะวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเข้าตรวจสอบกับพระรูปนี้และดำเนินการตามที่จะสามารถเอาผิดได้เพราะเราได้เห็นพระรูปนี้ทำมาหลายครั้งหลายคราแล้ว ขอขอบคุณข้อมูลจาก...

สาวเก็บแมวจรมาเลี้ยงโดนด่าบ้านแทบแตก ถึงขั้นหอบแมวหนีแต่พอเลี้ยงได้ไม่ถึงเดือนกลับรักยิ่งกว่าลูกแท้ๆ

เพราะการนำสุนัขหรือแมวมาเลี้ยงนั้นเป็นการเพิ่มภาระ อีกทั้งยังเพิ่มความผูกพันธุ์ให้กับมนุษย์อย่างเราๆ ซึ่งทั้งนี้โดยส่วนใหญ่แล้วผู้ใหญ่หรือพ่อแม่ของเรานั้นมักจะไม่ชอบให้นำสัตว์เลี้ยงใหม่ๆเข้ามาในบ้าน แต่ทว่าก็อาจจะเป็นแค่ในช่วงแรกๆเพียงเท่านั้นเพราะเมื่อเวลาผ่านไปเหล่าเจ้าตูบหรือเจ้าเหมียวก็จะทำให้พวกเขานั้นหลงรัก เช่นเดียวกับเรื่องราวนี้หลังจากที่ผู้ใช้เฟสบุ๊ครายหนึ่งได้โพสต์เล่าเรื่องราวของเขาลงในกลุ่มทาสแมวตั้งแต่ปี 2016 แต่ทว่าเรื่องราวนั้นได้สร้างรอยยิ้มและความผูกพันธุ์มากมายให้กับครอบครัวของเขาเอง ซึ่งย้อนกลับไปเมื่อสองปีที่แล้ว โดยเธอนั้นได้ระบุข้อความทั้งหมดเอาไว้ว่า "เมื่อ 2 ปีที่แล้วเรีาเจอแมวถูกทิ้ง หาคนเลี้ยงไม่ได้จึงพาเข้าบ้าน พอพ่อและแม่เห็นว่าเราแอบเอาแมวใส่กระเป๋ามา เท่านั้นแหละด่าบ้านแทบแตกไม่มีใครคุยกับเราเลย จนเราหอบแมวไปอยู่ที่อื่นเกือบ 2 อาทิตย์แล้วกลับมา เราขังแมวไว้ในห้องแมวยังเล็กและกลัวคน" "เลยได้แค่นอนหลบอยู่หลังตุ๊กตาตัวใหญ่ในห้อง พอพ่อแม่เริ่มมีทีท่าหายโกรธเราเลยปล่อยแมวออกมาวิ่งเล่นภายในบ้านบ้าง มันก็วิ่งหลบไปมา พ่อก็แอบยิ้มและแลดู (คงอยากเล่นมากแต่ยังวางเชิง) เวลาเราออกไปทำธุระนอกบ้านแม่ก็มีการแอบเปิดห้องเราเข้าไปดูแมว (มีความสนใจ...แม่บอกว่าอยากเห็นหน้าตายังไง)" "หลังจากนั้นพ่อและแม่ก็หลงรักแมวตัวนี้ โดยไม่รู้ตัวแม่กลายเป็นคนให้อาหาร...