จำจนสิ้นด้วยใจ ทะเลาะกันครั้งใดอย่าได้เอาตัวไปขวางหรือเสนอเป็นกรรมการ แต่ก็ไม่แม้คิดโกรธเคือง

หากด้วยสัญชาติญาณของพวกเขาที่มนุษย์เราเรียกว่าสัตว์หน้าขน อาจจะเพราะด้วยเชื้อสายพันธุ์ของแมวนั้นมาจากเสือซึ่งก็มีความดุร้ายหรืออารมณ์โกรธหรือโมโหเมื่อฟิวส์หลุด คนโบราณจึงมักบอกว่าห้ามไปห้ามหรือเอาตัวไปขวางเวลาที่สัตว์เหล่านี้เค้าทะเลาะกันมิงั้นอาจจะโดนลูกหลงตกมาถึงเรา เช่นเดียวกับเรื่องนี้เมื่อผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า Wikanda Pho-ngoen ได้โพสต์เรื่องราวหลังจากที่เธอนั้นเข้าไปเสนอตัวเป็นกรรมการห้ามเจ้าเหมียวตอนที่กำลังโกรธและทะเลาะกันกับแมวตัวอื่น ซึ่งเมื่อความโกรธนั้นขึ้นตาน้องก็ไม่เห็นว่าตัวเป็นผู้เป็นเจ้าของที่เคยรัก เหมือนกับคนที่กำลังคิดหนักเมื่อตัวมีไฟลุกที่หัว น้องจึงได้วิ่งเข้าใส่ขาทั้งข้างลายพร้อยพร้อม แต่เธอก็ไม่ได้โกรธเคืองน้องแต่อย่างใดเพราะเลี้ยงมาด้วยหัวใจจึงรักและเอ็นดู โดยเธอได้บอกไว้น้องไม่ได้ทำหมันทั้งไม่เคยได้พบเจอกับแมวข้างนอกบ้านเลยโมโหแรงมาก ซึ่งเธอยังได้บอกถึงเรื่องตอนที่ได้เกิดว่าเธอก็พยายามที่จะแยกน้องกับแมวอีกตัว อาจจะเป็นเพราะน้องไม่เคยได้เจอกับแมวนอกบ้านมาก่อนและเป็นตัวผู้ทำให้โกรธและโมโหเวลาได้พบเจอแมวข้างนอกเป็นเรื่องปกติ และเมื่อเธอได้แยกน้องออกก็พยายามที่จะปิดประตูหนี ด้วยในเวลาที่แมวโกรธพวกเขาจะมีอารมณ์ที่ชุนเชียวและจำหน้าใครไม่ได้พร้อมที่จะจู่โจมเข้าใส่ทุกคนเมื่อไฟลุกหัวหรือหัวร้อน เพื่อนๆในกลุ่มเองก็ได้มาแนะนำกันเพิ่มเติมเอาไว้ว่าหากแมวทะเลากันให้ใช้ไม้กวาดหรือไม้ถูพื้นเพื่อที่จะแยกน้องไม่ให้เอาตัวเองเข้าไปกั้นหรือห้ามเป็นอันขาด ที่มา Wikanda Pho-ngoen

หนุ่มสุดจะทนขอโพสต์ต่อว่า ไอ้พวกที่เป็นทาสแมว แค่เลี้ยงอะไรก็ได้ทำไมต้องเป็นทาสแมว

เพื่อนๆหลายๆคนที่ไม่ได้เลี้ยงแมวหรือไม่เคยสัมผัสกับการที่ได้เลี้ยงหรือดูแลเจ้าเหมียวเลยก็อาจจะคิดว่าทำไมหลายๆคนที่ได้เลี้ยงแมวนั้นถึงได้ใช้คำว่า ทาสแมว เพราะด้วยแมวนั้นเป็นสิ่งมีชีวิตที่คิดว่าตัวของพวกเขานั้นเป็นเจ้านายของเราและเจ้าเหมียวนั้นก็มักจะไม่ทำตามต้องการของมนุษย์จึงเป็นที่มาของทาสแมว      เช่นเดียวกับเรื่องราวนี้หลังผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า PaNu NuberNine ได้โพสต์บอกเล่าเรื่องราวที่สุดจะกลั้นหลังจากที่เขานั้นเพิ่งจะได้รับเจ้าเหมียวมาเลี้ยง ซึ่งน้องแมวตัวนี้นั้นเป็นแมวที่มีคนใจร้ายนำมาปล่อยเอาไว้และหนุ่มรายนี้ก็ทักไปเพื่อที่จะขอรับเลี้ยงน้อง แต่ทว่าหนุ่มรายนี้เขากับไม่ใช่ทาสแมว    ซึ่งเมื่อเขานั้นได้รับน้องไปเลี้ยงดูแลก็กลับถูกต่อว่า ว่าเป็นทาสแมวเขาจึงได้อัดคลิปออกมาเพื่อที่โต้แย้งว่าตนนั้นไม่ใช่ทาสแมวแต่อย่างใด โดยในคลิปนั้นเขาได้บอกว่าคนเราจะเลี้ยงอะไรก็ได้ถ้าเห็นว่าพวกเขานั้นน่าสงสารเราก็สามารถที่จะเลี้ยงได้แต่ไม่เห็นจะต้องตกเป็นทาสแต่อย่างใด    โดยหลังจากอธิบายเสร็จเขาก็ได้เอื้อมหยิบทรายแมวของน้องแมวส้มขึ้นมาและพร้อมกับบอกว่านี่ก็เพิ่งจะไปซื้อทรายแมวกลิ่นแอปเปิ้ลมาใหม่หอมชื่นใจ แถมถัดไปก็ยังก้มลงหยิบอาหารเปียกเป็นรสทูน่าสำหรับแมวเด็กและก็ยังย้ำอีกด้วยว่าถ้าซื้อยกแพ๊คจะถูกกว่าและย้ำด้วยว่าอย่าซื้อทีละซองเพราะจะคุ้มกว่ากันเยอะ     และยังหยิบชิ้นต่อไปขึ้นมาก็คือแปรงหวีขนสำหรับเจ้าเหมียวส้มโดยเฉพาะ อีกทั้งยังมีที่ตัดเล็บสำหรับเจ้าเหมียวและที่ตักอึเจ้าเหมียวอีกด้วย ซึ่งเขาก็ได้ย้ำบอกว่าการเลี้ยงแมวนั้นเป็นแค่สัตว์เลี้ยงไม่ได้จะต้องตกไปเป็นทาสเลยแต่สิ่งที่ตนได้ทำนั้นกลับตรงกันข้ามเป็นอย่างมากเพราะดูจากอาการแล้วเหมือนกับว่ากำลังเห่อเจ้าเหมียวส้มอยู่นั่นแหละ ซึ่งหลังจากที่โพสต์ดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไปเพื่อนๆในกลุ่มทาสแมวทั้งหลายก็ต่างพากันหัวเราะและสร้างรอยยิ้มกับคำว่าไม่ได้เป็นทาสแมวเลยยย จริงๆนะ ยอมรับซะเถอะว่าตกเป็นทาสแมวแล้ว โอ้ยยยยยยย ทาสแมวน่าร๊ากกกกก ขอขอบคุณข้อมูลจาก...

ได้ยินเสียงแมวร้องคิดว่าฟัดวิ่งเล่นกันเอง วิ่งออกมาไม่ทันได้แต่โทษตัวเองทั้งน้ำตา

หนึ่งชีวิตนั้นแสนจะมีค่าหากคิดว่าต้องการที่จะเลี้ยงดูให้เติบใหญ่ เพราะเอามาเลี่ยงก็เหมือนเด็กที่ต้องคอยหมั่นเอาใจ จะมีใครหน้าไหนคิดว่าตนเป็นลูกเหมือนตัวเรา เมื่อได้เลี้ยงเติบใหญ่ก็มักจะเรียกตัวว่าเป็นแม่สุดจะแท้ร้องหาเรียกเหมือนใจฝัน เมื่อไม่เห็นหน้าเห็นตาก็แสนจะคิดถึง หลังผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า มะเดี่ยว เดี๋ยวเดียวกลับได้โพสต์หาผู้เป็นเจ้าของเจ้าเหมียวรายนี้ให้กับน้องลงในกลุ่ม ทาสแมว ชลบุรี ในวันที่ 11 สิงหาคม แต่ทว่าก็ไม่ได้พบเจอผู้เป็นเจ้าของ จนมาในวันนี้ผู้โพสต์ได้เล่าทั้งน้ำตาและโทษตัวเองว่าเมื่อตนนั้นออกมาช่วยเอาไว้ไม่ทัน โดยมาในวันนี้เขาเองก็ได้โพสต์ลงในกลุ่มดังกล่าวตามเดิม แต่ข้อความนั้นได้เปลี่ยนไปเพราะเขาได้แสดงความเสียใจและขอโทษกับความรู้สึกผิดของตน โดยได้เล่าว่าน้องได้เสียไปแล้ว เขานั้นออกมาช่วยเอาไว้ไม่ทันจริงๆไม่รู้ว่าเจ้าของน้องจะรู้หรือยัง น้องโดนงูรัดเมื่อคืน ซึ่งในตอนแรกเขาคิดว่าแมวฟัดกันจึงออกมาดูช้า เพราะโดยปกติในระแวกบ้านจะมีแมวจรเยอะและจะฟัดกันอยู่เป็นประจำ เขาก็ได้ยินเสียงแมวร้องด้วยปกติแต่ในวันนี้เมื่อเขาได้ออกมาก็ช่วยเหลือน้องเอาไว้ไม่ทันเสียแล้ว เขารู้สึกผิดกับตัวเองเป็นอย่างมากและอยากจะขอโทษทั้งเพื่อนๆในกลุ่ม และทางผู้เป็นเจ้าของแมวเอาไว้ เพราะเพียงแค่น้องเป็นแมวที่พลัดหลงมาและเขาได้ให้ข้าวกับน้องเพียงแค่ไม่กี่มื้อทำให้เขาก็คิดถึงและเสียใจในสิ่งที่ได้เกิดขึ้น ซึ่งถ้าหากว่าเขาพยายามตามหาผู้เป็นเจ้าของให้กับน้องมากกว่านี้น้องก็อาจจะไม่ต้องมาจบชีวิตลงเช่นนี้ และอยากจะฝากเพื่อนๆที่ได้เลี้ยงแมวเอาไว้ว่าสิ่งที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับแมวที่เรารักนั้นก็คืออ้อมอกอ้อมแขนของผู้เป็นพ่อเป็นแม่อย่างเราเท่านั้น ที่มา...

แมววัย6ขวบกลายร่างเป็นเสือ

เมื่อไม่นานมานี้ผู้ใช้เฟสบุ๊กคุณ : เพทาย ยวงเกตุ ได้เผยเรื่องราวของเจ้าเหมียวที่เขานั้นได้เลี้ยงเอาไว้ โดยเจ้าเหมียวของเขานั้นไม่สามารถทำหมันได้ถ้าทำหมันอาจต้องหมดลมหายใจโดยคุณหมอเขาบอกมา และนี่น้องก็มีอายุกว่า 6 ขวบแล้ว จนกระทั่งจู่ๆเจ้าเหมียวก็กระโดดฟัดเจ้าของจนบาดเจ็บ . โดยเจ้าของโพสต์ได้เล่าว่า ขอคำปรึกษากับเพื่อนๆหน่อยครับ โดยแมวที่บ้านเป็นตัวผู้วัย 6 ขวบ อยู่ๆน้องก็มีอาการสุดเกรี้ยวกราด น้องพยายามฟัดคนในบ้าน ทั้งๆที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ผมเลี้ยงแมวระบบปิดครับโดยแมวไม่ได้ทำหมันครับ ตรวจโลหิตแล้วหมอเขาบอกทำไม่ได้สุขภาพไม่แข็งแรง ทำแล้วน้องอาจไม่ตื่นผมนี่คิดหนักมากตอนนี้ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้น้องเลย พากันกลัวกันทั้งบ้านเลยครับจะเอาใส่บ้านแมวก็เกรงว่าเค้าจะเครียดจะฟึดฟัดมากกว่าเดิม จนตอนนี้คนในบ้านจะให้หาเจ้าของใหม่แล้วครับ หรือยกให้คนอื่นไปเลย แต่เราเลี้ยงมาตั้งแต่เค้าตัวยังเล็กๆ ก็ทำใจไม่ได้หรอกครับจะให้เค้าไปอยู่ที่อื่นกับคนอื่น ทาสนอนน้ำตาไหลเลย...

สาวโพสต์ถามแฟนเอาแมวลวดลายผิดแผกมาเลี้ยง ถามเพื่อนในกลุ่มกลัวแฟนแอบไปซื้อมา

อาจจะมีหลายๆครั้งที่เมื่อเรามีแฟนแล้วเราก็มักจะไม่บอกในสิ่งที่พวกเขามักจะบ่นเราอยู่เป็นประจำ อย่างเช่นพ่อบ้านทั้งหลายที่ชอบซื้อของมาแต่ไม่บอกราคาตามจริงให้กับภรรยาได้รับรู้ เพราะหากเมื่อพูดออกไปอาจจะต้องอดข้าวเย็นกินมาม่าไปเป็นเดือนเลยก็ได้ เช่นเดียวกับเรื่องนี้เมื่อผู้ใช้เฟสบุ๊ครายหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า ศิริพร ประสานทรัพย์ ได้โพสต์ถามเพื่อนๆในกลุ่ม ทาสแมว V2 หลังจากที่แฟนของเธอนั้นได้นำเจ้าเหมียวรายนี้ที่มีลวดลายผิดแผกไปจากแมวปกติมาเลี้ยง เธอจึงเอ๊ะใจและได้มาถามว่าน้องเป็นแมวพันธุ์อะไรเพราะด้วยแฟนบอกเอาไว้ว่าเก็บน้องมาได้จากข้างถนน โดยเธอก็ไม่รู้ว่าน้องเป็นพันธุ์ผสมหรืออย่างไรแต่ที่แน่ๆนอนแมวนั้นลวดลายไม่เหมือนแมวสลิดทั่วไปที่ได้พบเห็นกัน เธอจึงได้มาย้ำว่าผู้ชายรักสัตว์มากกลัวว่าจะแอบไปซื้อมา เพราะด้วยตัวเธอเองนั้นตั้งใจอยากที่จะได้แมวจรจริงๆ เพื่อหาบ้าน เธอก็ได้ไลน์ไปถามยังแฟนของเธอ ว่าได้น้องมาจากที่ไหนซึ่งเมื่อเธอนั้นได้ย้ำถามไปแฟนของเธอก็ได้บอกกลับมาอย่างเร็วไวว่าเก็บมาจากข้างถนนจริงๆ แต่เมื่อเธอได้คำตอบจากเพื่อนๆในกลุ่มที่เธอได้โพสต์เอาไว้ว่ามีคนมาตอบไว้ว่าแมวตัวนี้อาจจะเป็นแมวพันธุ์ผสมเบงกอซึ่งจะมีราคาตั้งแต่ 17,000-170,000 เมื่อได้ยินเช่นนั้นเธอจึงได้ไลน์กลับไปหาแฟนของเธอและบอกว่านี่น้องเป็นแมวพันธ์แต่แฟนของเธอก็ยืนยันว่าเก็บมาจากข้างถนนจริงๆ ซึ่งอาจจะเจอแจ๊คพ๊อตเข้าให้เพราะน้องอาจจะเป็นแมวที่เป็นพันธ์ผสมที่เป็นแมวจรและเบงกอล งานนี้น้องเลยได้เป็นแมวตัวที่ 9 ของบ้านไปโดยปริยายและเธอก็ตั้งชื่อให้กับน้องเอาไว้ว่าเจ้าเตี๋ยวไก่ ที่มา ศิริพร ประสานทรัพย์

ก่อนฝากไว้เคยบ่นไม่ชอบเป็นภูมิแพ้ ไม่มีแล้วต้องเสียใจไปตลอดยังเฝ้าโทษตัว

ด้วยความชอบหรือความรักจากการถูกเลี้ยงดูมาไม่เหมือนกัน บางครอบครัวเองก็เลี้ยงลูกมาร่วมกับสัตว์เลี้ยงหรือน้องหมาน้องแมวเลยทำให้พวกเขาก็จะมีความอ่อนโยนและคิดว่าพวกเขาเป็นสัตว์มีชีวิตเหมือนกับเรา ซึ่งบางครอบครัวก็ไม่ได้เลี้ยงมาร่วมกันลูกจึงไม่ชอบสุนัขและแมว เมื่อผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า นุ้ยนะคะ แสงทอง ได้โพสต์เรื่องราวของแฟนเขาซึ่งเป็นผู้ชายไม่ให้เธอเลี้ยงก่อนจะนำน้องเข้ามา และเมื่อได้อยู่ร่วมกันก็จะต้องมีเวลาซึ่งเธอไม่ได้อยู่กับน้องแมวด้วยน้องแมวก็จะต้องอยู่กับแฟนของเธอซึ่งเป็นคนเคยบ่นว่าไม่ให้เลี้ยงมาก่อน แต่ทุกวันเมื่อเกิดกล้องก็จะเห็นแฟนของเธอกำลังกล่อมแมวให้หลับน้ำตาจะตก เด็กหญิงเป็นภูมิแพ้แต่ก็ยังมาจุ๊บแมวทุกวันก่อนจะไปโรงเรียนและหลังจากกลับจากโรงเรียนย่าก็บ่น เด็กชายเลิกซื้อของเล่นเพื่อจะมาซื้อขนมให้แมวแทนส่วนแมวเดินเข้าหาทุกคนถ้าเรียกหายกเว้นเธอ ซึ่งเธอผู้เป้นคนเอาแมวมาเลี้ยงและมีเสียงในบ้านไม่ยอม แต่ทุกวันก็ต้องตกเป็นสุนัขหัว...เพราะไม่มีใครจะสนใจแม้แต่แฟนเอง ทุกวันยังเปิดกล้องดูเวลาไปทำงานก็เห็นแล้วก็ยังช้ำใจจากแฟนเคยบอกไม่ชอบมาแต่ไกลกล่อมให้น้องหลับเหมือนเลี้ยงลูกคนนึง จึงอยากจะบอกไว้กับเพื่อนๆถ้าใครมีแฟนไม่ให้เลี้ยงแมวหรือแฟนไม่ชอบก็อย่านำไปให้แฟนดูแลหรือได้อยู่ใกล้ชิดเพราะจะต้องตกเป็นสุนัขหัว...เหมือนกับเธอเป็นอยู่และจะต้องเสียใจไปตลอดเพราะแม้แต่แมวซึ่งเราเอามาก็จะหันไปรักคนรอบตัวมากกว่าเธอเอง ที่มา นุ้ยนะคะ แสงทอง

เล่าทั้งน้ำตาหลังถูกบุกเข้ามากระทำสุดดวงใจยันในบ้าน โทษตัวเองหนักด้วยเสียใจรู้สึกผิดไปที่ไม่รอบคอบ

ในทุกครั้งที่เราบอกกับเพื่อนๆเอาไว้ว่าหากคิดจะเลี้ยงสัตว์ก็ควรที่จะเลี้ยงพวกเขาให้อยู่ในระบบที่ปิด เพราะด้วยความปลอดภัยเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุดสำหรับพวกเขา อาจะด้วยเราเป็นมนุษย์ที่มองไม่เห็นว่าอันตรายจากโลกภายนอกนั้นมีมากมายเพียงใด เช่นเดียวกับเรื่องนี้เมื่อผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า Kantida Suttamanuswong ได้โพสต์เรื่องราวของเจ้าเหมียวทั้งน้ำตาหลังจากที่ถูกแมวนอกบ้านบุกเข้ามากระทำน้องแมวของตัวเองภายในบ้าน แม้ว่าจะปิดประตูมุ้งลวดเอาไว้ แต่เมื่อได้มาพบอีกที่น้องก็นอนนิ่งด้วยความเจ็บ จนเกือบจะลุกไม่ไหว แม้เสื้อผ้าที่เธอได้ซื้อมาใส่เอาไว้ให้น้องเมื่อต้องอยู่ในบ้านแล้วเปิดแอร์ด้วยกลัวว่าจะหนาวก็ขาดยับเยิน แถมขนก็กระจัดกระจายเต็มพื้นห้องและตัวของน้องเองก็ได้รับบาดเจ็บหนัก เธอจึงได้มาโพสต์เพื่อถามเพื่อนๆในกลุ่มว่า น้องโดนแมวข้างนอกบ้านบุกเข้ามาฟัดกลัวว่าน้องจะถูกฟัดจนติดโรคจากแมวภายนอกอีกทั้งก็ยังเจ็บช้ำเพราะเลี้ยงมาด้วยความรักเหมือนกับลูกตัวเอง จึงอยากจะได้คำแนะนำจากเพื่อนๆในกลุ่มทาสแมว v2 และกำลังที่จะนำตัวน้องไปรักษา และก็อยากที่จะฝากเอาไว้ว่าคิดว่าอยู่แต่ภายในบ้านแล้วก็จะปลอดภัยไม่ต้องเป็นกังวลใดๆ เพราะอันตรายหรืออุบัติเหตุนั้นอาจจะเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา และก็จะมาบอกกับเพื่อนๆให้ดูแลแมวของตัวเองให้ดีเพราะแม้เธอเองจะมีมุ้งลวดกันเอาไว้ก็ยังไม่พ้นแมวจรจากภายนอกเลย ที่มา Kantida Suttamanuswong

เข้าห้องน้ำเอาไว้วางกะเสร็จแล้วค่อยออกมากินใหม่ โกรธไม่ลงใจเมื่อได้เห็นท่า

หากด้วยการได้เลี้ยงแล้วก็มักจะเกิดความรักหรือความเอ็นดู แต่ถ้าสิ่งนึงถ้าเราไม่พร้อมรับมือกับพวกเขาเราก็จะปวดหัวคือความซนที่เราจะต้องพร้อมที่จะได้พบเจอ ด้วยความคิดและนิสัยที่มีเท่ากับเด็กอายุ 2 ขวบในหลายๆมุมก็อาจจะต้องคอยบอกคอยสอน จนกว่าจะถึงวัยโตหรือเป็นผู้ใหญ่ก็ร่วมอายุเข้า 3 ปีพวกเขาถึงจะนิ่งและไม่ซุกซนเหมือนยังเล็ก เมื่อผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า Pum 'msis ได้โพสต์เรื่องราวของเธอหลังจากที่เธอได้วางเครื่องดื่มเอาไว้และก็เกิดปวดท้องเข้าห้องน้ำขึ้นมา จึงกะว่าเดี๋ยวค่อยออกมากินใหม่ ด้วยความที่ตัวเธอเองเป็นทาสแมวและก็เลี้ยงแมวเอาไว้ที่บ้าน เธอจึงไม่ทันได้คิดให้รอบครอบจึงไม่ได้ปิดฝาเครื่องดื่มและใส่หลอดคาเอาไว้พร้อมกับดื่มไปเพียงไม่กี่อึก เมื่อเธอได้กลับเข้ามาจากการไปเข้าห้องน้ำก็ได้กลับมาเห็นเจ้าเหมียวปัดขวดเครื่องดื่มของเธอตก ซึ่งในตอนแรกเธอก็รู้สึกโกรธและกำลังจะดุว่าน้องแต่ทว่าเมื่อได้เห็นในน้องที่กำลังปัดเครื่องดื่มตกลงมา พร้อมกับค่อยๆเอามือเกี่ยวหลอดที่ตกลงมาพร้อมกันออก ไม่ให้เลอะหลอดหรือมือตัวเองพร้อมกับคาบหลอดและวิ่งออกนำไปเล่นแล้วเธอก็โกรธไม่ลงจริงๆ เพราะด้วยความที่เธอทำงานหนักและน้องแมวก็จะต้องอยู่บ้านด้วยเพียงลำพังในทุกวัน น้องก็คงจะเกิดอาการเหงาด้วยต้องอยู่เพียงตัวคนเดียวมาตลอด จึงพยายามหาของเล่นไปเล่นคนเดียวเสมอ เธอจึงได้โพสต์เรื่องราวนี้ลงในกลุ่ม ทาสแมว พร้อมกับบอกว่าโกรธไม่ลงก็ตอนเห็นท่าได้หลอดไปแล้วนี่ล่ะ ที่มา Pum 'msis https://www.facebook.com/1123070904506609/videos/1074897746265531/

หยุดทุกมิติของการอาบน้ำแมว หลังสาวทักถามเพจจะพาแมวไปอาบน้ำกลับบอกว่าน้องไม่ดุ แต่เมื่อไปถึงกลับดุแบบไม่มีอะไรกั้น

หากเพื่อนๆที่ได้เลี้ยงสัตว์เลี้ยงไม่ว่าจะเป็นแมวหรือสุนัขก็คงจะเข้าใจดี ถึงความรักหรือการดูแลอย่างเช่นพาพวกเขาไปอาบน้ำหรือตัดขนที่ร้าน แต่ทว่าสิ่งเหล่านี้ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้แมวหรือสุนัขของเราอาจะไม่สบอารมณ์อย่างที่พวกเราคิด เพราะเรามักจะเห็นว่าการอาบน้ำนั้นเป็นเรื่องที่ดีเพราะจะทำให้พวกเขานั้นสะอาด แต่ใครจะรู้ว่าเบื้องลึกเบื้องหลังของร้านนั้นต้องพบเจอกับลูกค้าหน้าขนที่มีหลากหลายอารมณ์มากขนาดไหน เช่นเดียวกับเรื่องราวนี้หลังผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า Rayda Lee ได้โพสต์บอกเล่าเรื่องราวสุดฮาหลังจากที่เธอนั้นจะพาเจ้าเหมียวสุดที่รักไปอาบน้ำให้ตัวหอมชื่นใจ ซึ่งเธอก็ได้ทักไปถามยังแฟนเพจที่เป็นร้านอาบน้ำสัตว์โดยเฉพาะ และสิ่งที่ทางแฟนเพจดังกล่าวได้ถามกลับมาก็คือ แมวหนักเท่าไหร่ น้องดุหรือไม่ซึ่งเธอเองก็ได้ตอบด้วยความมั่นใจว่าน้องน้ำหนัก 4 โลกับ 5.4 โล ตัวเล็กไม่ดุชอบแกล้งนอนแน่นิ่ง โดยทางร้านเองก็ได้ประเมินราคาให้แบบเสร็จสรรพ แต่ทว่าเมื่อน้องได้ไปถึงร้านเรื่องราวกลับไม่เป็นอย่างนั้น เพราะทางร้านเองได้ส่งรูปกลับมาให้เธอได้รับชมว่าสภาพของน้องที่บอกว่าไม่ดุและชอบแกล้งนอนนิ่งนั้นมันช่างผิดกันเเหลือเกิน โดยเธอเองก็ได้มาโพสต์บอกอีกด้วยว่าทางร้านดังกล่าวคนอาบน้ำให้น้องนิ้วยังอยู่ครบโดยสมบรูณ์แบบ และที่บอกว่าไม่ดุก็คือตัวเล็กคือเจ้าฉุนที่ว่าไม่ดุ แต่ด้วยจากสถานการณ์ที่คับขันมันประชั้นชิดมากเกินไปทำให้เจ้าฉุนเครียดมากไปหน่อยจนทำให้เกิดแบบในภาพ ซึ่งหลังจากที่เรื่องราวนี้ได้เผยแพร่ออกไปในโลกออนไลน์ไม่นานก็ได้มีผู้คนจำนวนมากเข้ามากดไลค์และแสดงความคิดเห็นกับความฮาของเจ้าส้มฉุน ซึ่งทั้งนี้เองก็อยากจะฝากทางเจ้าของร้านเอาไว้ด้วยว่าให้ระวังนิ้วและตรวจสอบนิ้วให้ดีว่ายังอยู่ครบโดยสมบรูณ์มั้ย ขอขอบคุณข้อมูลจาก Rayda Lee

ผิดสังเกตเห็นตัวอย่างควายนึกว่าท้องพาไป Xray ผลที่ได้ขอเรียกเงินคืนแทบไม่ทัน

ด้วยจากความเป็นทาสแมวนั้นก็เหมือนกับเรากำลังตกหลุมรักกับอะไรบางอย่าง ด้วยการเลี้ยงพวกเขาก็ทำให้เรากลายเป็นพ่อเป็นแม่ไปโดยปริยาย อาจะด้วยความน่ารักและใส่ซื่อบริสุทธิ์ของพวกเขา หรือแม้แต่การเรียนรู้กับการเจริญเติบโตทำให้ทาสแมวหลายคนนั้นโงหัวไม่ขึ้น เช่นเดียวกับเรื่องนี้เมื่อผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า Eakkapob Dongpaleethun ได้โพสต์เล่าประสบการณ์ของการเลี้ยงแมวของเขาลงในโลกออนไลน์ หลังจากที่เจ้าเหมียวสุดรักที่มีนามว่า ฉุย ได้เริ่มอ้วนถ้วนสมบูรณ์ขึ้นไปผิดตา เมื่อท้องของน้องได้เริ่มที่จะออกประจวบกับเจ้าฉุยนั้นเป็นแมวเพศเมีย ทำให้ผู้โพสต์หรือเจ้าของนั้นคิดว่าน้องได้เริ่มที่จะตั้งครรภ์ และด้วยซึ่งความเป็นห่วงของผู้เป็นเจ้าของรายนี้ทันทีทันใดเขาก็ได้พาน้องไปพบกับสัตวแพทย์เพื่อปรึกษาในเรื่องของการฝากครรภ์ แต่ทว่าคุณหมอก็ได้แจ้งให้ทราบและพาตรวจอย่างละเอียดเพิ่มเติมว่าด้วยต้อง Xray ซึ่งเมื่อเวลาได้ผ่านไปเจ้าฉุยก็ได้ขึ้นเตียงทำการ Xray อย่างเสร็จสรรพ และเฝ้ารอผล Xray ออกมา แต่ทว่าเมื่อผลได้ออกมาคุณหมอก็ได้มาแจ้งกับทางผู้เป็นเจ้าของว่า ให้ทำใจนะครับเพราะผลที่ได้น้องได้ตรวจออกมาพบเจอแต่อึและไขมันบริเวณท้อง ซึ่งไม่ได้มีการตั้งท้องหรือตั้งครรภ์แต่อย่างใด ผู้โพสต์จึงได้มาโวยลงหน้าโลกออนไลน์และขอเรียกเก็บเงินคืนค่า Xray จากเจ้าฉุยเจ้าเหมียวพุงโตที่ตัวใหญ่ขึ้นจนทำให้เข้าใจผิดคิดว่าน้องกำลังตั้งท้อง...