หนุ่มตั้งใจไปตลาดนัดไปซื้อหมู ขากลับเดินวนดูได้แมวกลับมาบ้านเฉย

ด้วยชีวิตการตกเป็นทาสก็ไม่ตั้งใจแม้บางคนอยากจะตั้งใจรับเลี้ยงหายังเฝ้าคอยหามาเลี้ยงก็ไม่มีมา บางคนแค่เดินไปตลาดนัดมายังได้กลับมาเป็นตัว ด้วยจะไปตลอดนัดไปซื้อหมูยังเฝ้าดูเดินวนขากลับได้ใส่ถุงกลับบ้านมาด้วย เพราะเห็นแล้วสงสารอดใจไม่ช่วยไม่ลงคอ เมื่อผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า Max Pit ได้โพสต์เรื่องราวการมาตลอดนัดของเขาลงในกลุ่มเพราะเขาได้ตั้งใจว่าจะมาซื้อหมูไปทำกับข้าวกิน แต่ขากลับได้แมวใส่ถุงกลับมาแทนเพราะเห็นแล้วน่ารักและสงสารด้วย ซึ่งเขาเองเป็นเจ้าของเพจ Fcสิบหมื่น ด้วยหลายคนรู้จักน้องอยู่แล้ว เพราะเป็นบ้านซึ่งเลี้ยงแมวพันธุ์พิทบูลเอาไว้กับสุนัขและน้องแมวเองก็มีสีหน้ากวนสุดๆ เลยโด่งดังเพราะเป็นหัวหน้าแก็งค์สุนัขด้วยและเขาก็เลยต้องรับน้องเอามาเลี้ยงแต่ตั้งชื่อให้กับน้องว่า ชาโป ซึ่งน้องก็จะเข้ามาเป็นอีกหนึ่งคนในแก็งค์บ้านสิบหมื่น ด้วยความน่ารักและเป็นเอกลักษณ์ในการเลี้ยงแมวทำให้ชาโปเองก็จะโตมาตามลอยพี่สิบหมื่นซึ่งเป็นแมวนังเลงคุมซอยและคุมสุนัขในบ้าน เราจะได้เห็นว่าหมดยุคแมวกลัวสุนัขไปแล้วในทุกวันมาเพราะแมวก็สามารถเป็นหัวโจกคุมสุนัขได้เหมือนกับพี่สิบหมื่นเขา ด้วยความน่ารักเลยทำให้น้องมีคนเข้ามากดไลค์ให้เกือบหมื่นคนเพราะการจะไปตลาดหาซื้อของกินแล้วได้แมวกลับมาเลี้ยงคงจะมีไม่กี่คนทำถ้าไม่ได้ตกเป็นทาสอยู่แล้วหรือมีความสงสารในใจ แม้การจะเห็นแมวน่ารักแล้วเอากลับบ้านไปเลี้ยงดูบางคนอาจจะมองว่ามันเป็นเรื่องปกติแต่ชีวิตน้อยๆซึ่งได้รับการช่วยเหลือมันไม่ปกติเลย ที่มา Max Pit Fcสิบหมื่น

ที่ห้องเลี้ยงหมา2ตัวกับแมวอีก1ตัว แต่จู่ๆแมวกลับท้องปริศนาทั้งๆที่เลี้ยงระบบปิดอยู่บนคอนโดสูง12ชั้น

เพราะแมวนั้นเป็นสิ่งมีชีวิตที่พวกเราจะไม่มีวันเข้าใจพวกเขา ถ้าหากเราไม่ทำความรู้จักลักษณะนิสัยของแมวแต่ละตัวให้ดี อาจจะเป็นเพราะด้วยพวกเขานั้นมีการแสดงออกหรือความต้องการในการแสดงออกต่างๆไม่เหมือนกับสุนัข จึงทำให้มนุษย์อย่างเราๆนั้นเข้าใจเขายากมากยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับเรื่องราวนี้หลังผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า Nonnaphat Nilkhamon ได้โพสต์บอกเล่าเรื่องราวของเจ้าเหมียวตัวนี้หลังจากที่วันนี้อยู่ๆน้องก็คลอดลูกออกมา ทั้งๆที่ผู้เป็นเจ้าของนั้นเลี้ยงน้องในระบบปิดและอยู่บนคอนโดสูงถึง 12 ชั้นโดยย้อนไปก่อนหน้านี้น้องมีอาการกินเยอะผิดปกติ ซึ่งในตอนแรกผู้เป็นเจ้าของก็คิดว่าน้องคงจะอ้วนโดยเขาเองก็ดีใจถือว่าเขานั้นเลี้ยงน้องมาดี กะว่าในวันพรุ่งนี้ว่างจะพาน้องไปฉีดวัคซีนประจำปี แต่ในวันนี้จู่ๆน้องก็มีอาการหอบลิ้นห้อยซึ่งในตอนแรกเขาก็คิดว่าน้องคงจะร้อนเลยรีบเปิดแอร์ แต่พอเวลาผ่านไปก็เห็นน้ำใสๆบนเตียงนึกว่าฉี ก็ทำความสะอาดซักพักมีอะไรโผล่มาซึ่งเขาก็ยังคิดว่านางป่วยเป็นอะไรซักอย่าง โดยในตอนนั้นเค้าก็เครียดมากเพราะมีเคอร์ฟิวและหาคลีนิคไม่ได้ด้วย แต่แล้วสักพักนึงผ่านไปเจ้าเหมียวตัวเล็กก็ออกมา เห้ยลูกแมว มาจากไหนมาได้ยังไงซึ่งเขานั้นถึงกับรนเพราะทำอะไรไม่ถูก จนตั้งสติได้ก็โทรหาแม่และขอคำแนะนำจากพี่ๆในกลุ่มจนทั้งหมดก็ออกมาลืมตาดูโลกทั้ง 4 ตัว แต่ก็ยังคงงงอยู่ว่าน้องนั้นไปท้องมาตอนไหนเพราะเลี้ยงในระบบปิดอยู่บนคอนโดสูงถึง 12 ชั้นเลี้ยงร่วมกับสุนัขอีก 2 ตัวตัวผู้...

เจียมเนื้อเจียมตัวด้วยวัย15ปี กับบ้านหลังแรกสู่ความสุขในบั้นปลายสุดท้ายของชีวิต

เมื่อไม่นานมานี้ผู้ใช้เฟสบุ๊กคุณ : Astina Dew ได้เผยเรื่องราวของเจ้าลุง เจ้าลุงเป็นแมวจรที่ไม่เคยมีบ้านอาศัยนอนที่โรงงานจนหนุ่มใจดีเก็บลุงมาเลี้ยงเอาไว้ ลุงเป็นแมวเจียมเนื้อเจียมตัวสุดๆเพราะรูดีกว่าใครว่าโรงงานไม่ใช่ที่สำหรับแมว แต่ผู้คนที่โรงงานรักและเอ็นดูลุงมาโดยตลอดนะ แต่ลุงทำได้เพียงนอนที่ป้อมยามและลานจอดรถ จนหนุ่มท่านนี้เล่าเรื่องราวของลุงลงในโลกออนไลน์ . โดยเจ้าของโพสต์ได้เล่าว่า  แมวจรที่เอากลับมาจากโรงงานจริงๆลุงแกอายุ15ปีแล้ว ลุงเป็นแมวแก่ที่ไม่มีใครอยากจะได้อยากจะเลี้ยง ลุงก็เหมือนจะรู้และเจียมเนื้อเจียมตัวอย่างมากเลยนะ เมื่อหัวค่ำลุงแกสิ้นใจคาอ้อมแขนของผมเลย ลุงชรามากแล้ว อาการเริ่มทนไม่ไหว จากแรกๆที่ไม่ค่อยกินอาหารมา 2-3 วัน กินน้อยมากๆ และเริ่มหลับนอนแบบเงียบๆซึมๆ พอวันนี้กลับมา4ทุ่ม ก็เห็นลุงแกนอนที่เดิมแต่อ้าปากหายใจโรยรินเหมือนวิ่งมาเหนื่อยๆ เห็นอาการไม่ค่อยดีแล้วละ ก็เลยโทรหาคุณหมอว่ามีที่ไหนในระแวกนี้เปิดอยู่บ้าง...

จำต้องปล่อยให้อยู่ห้องเพียงลำพัง เมื่อตัวต้องทำงานกลับมาเห็นพูดไม่ออก

ด้วยทาสแมวที่เขาใจกันเพราะที่เราเลือกจะเลี้ยงพวกเขาหรือรับพวกเขามาก็เป็นเพราะว่าพวกเขาสามารถอยู่ในบ้านได้โดยที่ไม่ส่งเสียงหรือเรียกร้องเหมือนอย่างสุนัข จึงอยากจะเลี้ยงด้วยรักนำมาไว้ในห้องซึ่งตัวของทาสเองก็จำต้องออกไปทำงานภายนอกบ้าน ด้วยระยะเวลากว่าจะได้กลับมาก็เย็นค่ำ เช่นเดียวกับเรื่องนี้เมื่อผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า Natee Siamsak ที่ได้มาโพสต์เรื่องราวด้วยน้ำตาตกเมื่อเขาจำต้องออกไปทำงานนอกบ้านเป็นประจำในทุกวัน แต่ในวันนี้เมื่อได้กลับมายังบ้านที่เคยอยู่ก็ได้เห็นเจ้าเหมียวที่ตัวรัก มีหน้าตาที่บวมเป่งเหมือนกับแพ้หรือโดนอะไรเข้าไป เขาจึงไม่รู้ว่าจะต้องทำเช่นไรจึงได้มาโพสต์หาคำตอบจากเพื่อนๆในกลุ่ม ชมรมคนรักแมวเหมียว แต่ก็ไม่ได้ความจึงมีเพื่อนๆในกลุ่มช่วยกันแนะบอกให้รีบพาไปหาหมอเพราะอาจะโดนแมลงบางชนิด ที่ทำให้เกิดอาการแพ้เฉียบพลัน ซึ่งเขาก็ไม่ได้นิ่งนอนใจและรีบพาลูกรักไปหาคุณหมอ และจากการสันนิษฐานคุณหมอก็ได้ทำการให้ยาแก้แพ้และแก้พิสกับน้อง แต่ก็ต้องเฝ้ารอดูอาการในต่อไป ด้วยไม่รู้ว่าน้องถูกอะไรเข้าถึงได้เป็นเช่นนี้ จึงอยากจะบอกไว้กับเพื่อนๆว่าหากเราจะต้องปล่อยให้พวกเขาอยู่กันลำพังภายในบ้านก็อยากจะให้ดูแลเรื่องความปลอดภัยในตอนที่เราไม่ได้อยู่บ้านเอาไว้ และก็อย่าชะล่าใจหากลูกรักเกิดเป็นอะไรขึ้นมาอย่าคิดแต่ว่าปล่อยเดี่ยวก็หายเองเพราะเราไม่รู้ว่าเราจะเสียเขาไปได้หรือป่าว ที่มา Natee Siamsak

วัดกันไปข้างเพราะชอบชิงสุกก่อนห่าม แอบไปปีนต้นมะม่วงจนเป็นเหตุสังเกตได้

หากเพื่อนๆที่ได้เลี้ยงสุนัขก็คงจะรู้และเข้าใจว่าพวกเขานั้นก็เหมือนกับเด็กเล็กๆที่ไม่รู้ว่าสิ่งไหนอันตรายกับตัวเอง จนบางครั้งก็ได้เรียกความสุขและทุกข์ให้กับเรา เมื่อยามที่พวกเขาได้ซนจนเป็นเรื่องเจ็บตัว เราก็มักจะทั้งเจ็บปวดและก็อดที่จะขำไม่ได้เช่นเจ้าตูบตัวนี้ เมื่อผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า ผู้หญิงก็ทำได้ ได้โพสต์บอกเล่าเรื่องราวของเจ้าตูบสุนัขพันธุ์ปั๊กตัวซนของเธอลงในกลุ่มคนรักหมาปั๊ก ที่เธอนั้นอดขำไม่ไหวเพราะน้องไปบวกกับผึ้งมาจนหน้าบวมเป่งด้วยจากความซนที่เจ้าตูบชอบกินมะม่วงสุกเอามากๆ ทำให้น้องแอบไปปีนต้นมะม่วงที่บ้านจนไปเจอกับเจ้าผึ้งตัวร้ายที่มาบวกน้องเข้าให้ จนได้หน้าเช่นนี้มาเพราะปกติแล้วน้องเป็นสุนัขที่ซุกซนแต่ก็ไม่ได้ทะเยอทะยานขนาดนี้ แต่นี่เพราะความอยากที่จะกินมะม่วงแต่มะม่วงเจ้ากรรมก็ยังไม่สุกดี น้องจึงปีนขึ้นไปเจอกับผึ้งตัวการ ทำหน้าหน้าและตาสองข้างปิดจนหมด เพราะจากการถูกผึ้งต่อยแล้วเกิดอาการแพ้แต่ก็ไม่รุนแรงมากนัก แต่ในบางคนอาจจะมีอาการแพ้มากถึงขั้นสิ้นชีวิตเลยก็มีและถ้าหากเป็นสุนัขแล้วการถูกผึ้งในจำนวนมากต่อยก็เป็นอันตรายต่อชีวิตได้เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นก็ควรที่จะเลี้ยงดูและเฝ้าดูพวกเขาอย่างใกล้ชิดเพราะพวกเขาก็เหมือนกับเด็กที่จะซุกซนและไม่รู้เรื่องราวได้เป็นปกติ ผู้เป็นเจ้าของจึงควรที่จะหมันเฝ้าดูแลพวกเขาให้ดีมิให้พวกเขาได้รับอันตรายจากภายนอกเช่นเดียวกับเจ้าตูบปั๊กตัวนี้ ที่มา ฟันแล้วทิ้ง ผู้หญิงก็ทำได้

สาวเกือบต้องเสียแมวอันเป็นที่รักไปตลอดกาล เพียงเพราะความประมาทและเธอจะไม่ทำอีก

เมื่อไม่นานมานี้ผู้ใช้เฟสบุ๊กคุณ : Apichaya Sabsong ได้เผยเรื่องราวหลังเธอนั้นเกือบต้องเสียแมวสุดที่รักด้วยน้ำมือของปลอกคอ ด้วยความที่เจ้าของอยากให้น้องมีกระดิ่งน่ารักๆ แต่หารู้ไม่ว่าปลอกคอตัวร้ายนี่แหละเกือบต้องพรากชีวิตของน้องไป ถ้าเจ้าของมาช้ากว่านี้น้องคงไม่รอด . โดยเจ้าของโพสต์ได้เล่าว่า ภัยร้ายจากปลอกคอ หวังดีใส่ปลอกคอให้เจ้านาย เจ้านายจะได้สวยๆมีกระดิ่งกรุ้งกริ้ง หารู้ไม่ว่าเจ้านายเคยปากติดกับปลอกคอมาแล้ว แต่ตอนนั้นโชคดีทาสอยู่ด้วยเลยช่วยทัน คิดว่าคงไม่ติดอีก พอวันนี้ทาสทำโอทีกลับช้าเปิดประตูมา เจ้านายปากติดกับปลอกคอนอนดิ้นไปดิ้นมา ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เธอเห็นเข้ารีบเข้าไปช่วยแกะปลอกคอออก ถ้ามาช้ากว่านี้ทาสคงเสียใจมากๆแน่ ทาสผิดไปแล้ว เตือนทาสแมวหลายๆคนไว้ด้วยนะคะ และชีวิตหลังจากนี้แมวของเธอก็ไม่เคยต้องมีปลอกคออีก เพราะเธอเองก็ไม่อาจรู้ได้เลยว่าปลอกคอนี้จะไปติดที่ปากน้องอีกหรือไม่ เรื่องราวนี้ถูกเผยแพร่ในกลุ่มทาสแมว ชาวเน็ตหลายท่านหลังได้อ่านเรื่องราวต่างพากันไปเอาปลอกคอของน้องออกกันหลายบ้าน เพราะกลัวว่าเหตุการณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้นกับเจ้านายที่บ้าน...

กินไม่ได้นอนไม่หลับ ร้องไห้จนทนไม่ไหวนั่งถือขนมแมวเลียไว้ทั้งคืนทั้งๆที่รู้ว่าน้องไม่มีวันกลับมา

เมื่อไม่นานมานี้ผู้ใช้เฟสบุ๊กคุณ : Ton Smith P. Torn ได้เผยเรื่องราวของน้องเหมียวที่ตัวเองรักมากที่สุดได้ชุบเลี้ยงมาแต่แบเบาะได้จากไปอย่างกะทัน เขาไม่เชื่อกับสิ่งที่ได้เห็นกับตา ทำเอาเข่าทรุดลงกับพื้นไร้เรี่ยวแรงที่จะก้าวเดินต่อไป ไม่เจอกับตัวไม่รู้หรอกว่ามันสุดแสนจะทรมาน โดยเจ้าของโพสต์ได้เล่าว่า : เคยว่าคนอื่นทำไมถึงรักสัตว์เลี้ยงขนาดนั้น ทำไมถึงต้องร้องไห้ ก็แค่สัตว์เลี้ยง! แต่พอเจอเข้ากับตัวเองถึงเข้าใจถึงความรู้สึกของคนๆนั้นได้เลย เมื่อวันนึงที่เราเคยได้เล่น ได้กอด ได้หอม ได้ป้อนอาหาร ได้แกล้ง แล้วอยู่ๆสิ่งเหล่านั้นที่เคยเจอ ที่เคยทำ ก็ได้หายไปในทันที แบบไม่ทันได้ตั้งตัว...

ขับกลับบ้านกำลังจะปิดงาน เจอวิ่งตัดหน้าออกมากลางถนนรีบจอดลงไปเก็บผ่านไปอีก 50 เมตรเจออีก 1

เมื่อชีวิตหน่อเลือกเกิดมาไม่ได้จึงต้องดิ้นรนสู้ทุรายให้มีลมหายใจต่อ จะยากจำต้องทนต่อสถานะการณ์ที่ได้เจอแม้ตัวเธอไร้หัวอกแม่ที่เคยมี จึงต้องหนีใช้ชีวิตในโลกใหญ่ไม่มีใครเขามาช่วยด้วยตัวเป็นเพียงจร วิ่งเตลิดเติดหาความปลอดภัยเมื่อตัวเองตื่นตระหนกถึงภัยที่ตามหา และอีกหนึ่งอาชีพที่กำลังเป็นที่นิยมในตอนนี้นั้นคือพนักงานส่งของ Grab food ซึ่งเป็นอีกอาชีพที่หลายคนหันมาขับและหนึ่งในนั้นก็คือเหตุการณ์ของชายหนุ่มรายนี้ที่ใช้ชื่อว่า จอร์นนี่ เอ็กซ์พอร์ท ได้โพสต์เรื่องราวของเจ้าเหมียวตัวน้อยหลังจากที่ในวันนั้น เขากำลังขับรถกลับบ้านและปิดงานก็ได้พบเจ้าเหมียวตัวน้อยวิ่งออกมาจากกลางเลยถนนหลายเลนส์ ซึ่งเขาจึงรีบหยุดรถและจอดลงไปช่วยเหลือ พบเจ้าเหมียวน้อยกลัวด้วยตัวสั่นส่งเสียงร้องหาผู้เป็นแม่นั้นอยู่ที่ไหน เขาจึงช่วยเหลือน้องเอาไว้และตัดสินใจที่จะนำกลับไปบ้าน แต่เมื่อขับผ่านมาอีก 50 เมตร เจออีกหนึ่งตัวเป็นสีส้มวิ่งตามหา เขาจึงนำมาบอกลงในกลุ่มทุกข์อุสาจิตใจหาทำด้วยอะไรทำได้ลง เฝ้าตามหาถามหาเจ้าของที่ริมถนนก็ไร้แม้วี่แววของผู้เป็นเจ้าของเด็กๆ จึงเก็บลงกล่องล็อคไว้เอากลับบ้านเช้ามาค่อยว่ากันอีกที เพราะหากปล่อยไว้อยู่ที่นี้คงสิ้นลมไม่ถึงเช้าแน่นอน โดยหลังจากที่เขาเอาน้องๆกลับบ้านเขาก็ได้ตัดสินใจที่จะรับน้องเอาไว้เองด้วย ซึ่งได้มีเพื่อนๆหลายคนมาแสดงความคิดเห็นว่ายินดีต้อนรับกับทาสแมวคนใหม่ อีกทั้งก็ยังขอบคุณน้ำใจที่ไม่เลือกจะปล่อยเอาไว้กลางทาง ที่มา จอร์นนี่ เอ็กซ์พอร์ท

แอบอาศัยอยู่ในท่อ ตัวเดียวเพียงลำพังไม่เห็นเดือนเห็นตะวัน จะขึ้นมาแค่ตอนหาอาหารไม่ไว้ใจผู้ใด

เพราะปัญหาการนำสุนัขและแมวมาปล่อยของประเทศเรานั้นยิ่งมากขึ้นทุกวันเนื่องจากการอยากจะเลี้ยงสัตว์ของมนุษย์บางจำพวกที่ต้องการเลี้ยงแต่กลับไม่มีความรับผิดชอบ หรือผู้เลี้ยงที่ปล่อยปละละเลยจนแมวหรือสุนัขของตนนั้นตั้งท้องและเมื่อคลอดออกมากลับไม่ต้องการลูกๆของพวกเขาจึงนำมาปล่อยไว้ตามสถานที่ต่างๆ เช่นเดียวกับเจ้าเหมียวน้อยจรตัวนี้หลังผู้ใช้เฟสบุ๊ครายหนึ่งได้โพสต์เรื่องราวของเจ้าเหมียวรายนี้เพื่อที่จะขอความช่วยเหลือจากเพื่อนๆในกลุ่ม หาบ้านให้น้องหมาน้องแมว หลังจากที่เขานั้นได้พบเจ้าเหมียวจรตัวน้อยต้องแอบอาศัยอยู่ในท่อระบายน้ำ ใน สน.ปตท. หจก.พงษกิต ช่องจอดรถบรรทุกช่องในสุด ซึ่งคาดว่าน้องน่าจะถูกนำมาปล่อยเอาไว้โดยอาศัยอยู่เพียงลำพังและด้วยตัวยังเล็กเลยได้แต่แอบอยู่ในนั้นไม่กล้าที่จะออกไปไหน ซึ่งไหนจะหมาไหนจะคนน้องคงจะตื่นตระหนกแล้วก็ไม่รู้ว่าต้องทนอยู่แบบนี้มานานเท่าไหร่แล้ว จึงอยากวอนให้เพื่อนๆในกลุ่ม หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือน้องที เพราะถ้าปล่อยเอาไว้น้องคงต้องอดจนสิ้นใจเพราะไม่รู้ว่าน้องนั้นจะหากินเองได้หรือไม่ อีกทั้งในระแวกดังกล่าวก็เป็นสำนักงานไม่มีบ้านคนหรือเศษอาหารใดๆ ไม่รู้จะมีอะไรตกถึงท้องมั้ย ซึ่งหากเพื่อนๆคนไหนอยู่ใกล้ๆกับพิกัดที่กล่าวไว้ดังกล่าว ก็วอนเข้าไปช่วยเหลือน้องที หรือหากมีหน่วยงานใดที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือได้ก็จะขอบพระคุณอย่างมาก ซึ่งก็อยากจะฝากเพื่อนๆเอาไว้ว่าการนำสัตว์มาเลี้ยงเท่ากับการนำหนึ่งชีวิตมาดูแลพวกเขานั้นจะจดจำเราไปตลอดชีวิตแล้วยิ่งถ้าเพื่อนเลี้ยงพวกเขามาในระบบปิดแล้ว พวกเขาก็ไม่สามารถที่จะหาอาหารเองตามธรรมชาติได้เลยถ้าหลุดหรือเอาไปปล่อยแบบนี้ก็เท่ากับรอวันที่พวกเขาสิ้นใจถ้าไม่มีใครให้กิน ขอขอบคุณข้อมูลจาก Thanet Khruehom 

ห้องนอนที่ว่างเปล่าเหลือเพียงสิ่งที่ยังคงเฝ้าคอย รอการกลับมาเพราะเคยอยู่ด้วยกันมากว่า 14 ปี

เพื่อนๆที่ได้เลี้ยงสัตว์เลี้ยงไม่ว่าจะเป็นแมวหรือสุนัขแล้วก็คงจะเข้าใจคำว่า ความผูกพันธุ์ดี เพราะบางรายถึงขนาดปฏิญาณตนว่าจะไม่เอาสัตว์ชนิดไหนมาเลี้ยงอีกต่อไปหลังจากที่สัตว์เลี้ยงสุดที่รักสิ้นอายุไข เพราะมันคือความผูกพันธุ์ที่ทั้งมีความสุขและก็เจ็บปวดไปในเวลาเดียวกัน เช่นเดียวกับเรื่องราวนี้หลังผู้ใช้เฟสบุ๊ครายหนึ่งที่ได้นำเรื่องราวของเจ้าเหมียวแสนรู้มาโพสต์ลงในกลุ่ม แมวแมว รูปแมวน่ารักๆ หลังจากที่เขานั้นได้รับรู้เรื่องราวของเจ้าเหมียวเมื่อแม่ของเขานั้นได้ส่งรูปน้องกับที่นอนในห้องหลานชายที่เหลือเพียงแต่ความว่างเปล่าเพราะหลานของเขานั้นต้องไปทำงานที่ต่างจังหวัด ซึ่งเจ้าเหมียวนั้นก็ทำได้เพียงแค่นอนรออยู่ที่ห้องแห่งนี้ ที่ที่เคยอยู่กับหลานชายในทุกๆวัน และทุกคืนเจ้าเหมียวกับหลานชายของผู้โพสต์ก็จะนอนด้วยกันเป็นแบบนี้อยู่ประจำ แถมหลังจากการที่หลานชายของเขานั้นได้ไปทำงานร่วมอาทิตย์กว่าแล้วเจ้าเหมียวก็กินข้าวกินปลาน้อยลงไม่ยอมลงมากินข้าวเหมือนแต่ก่อน ขลุกอยู่แต่ในห้องเก็บตัวเงียบอย่างเฝ้ารอคอย ซึ่งผู้โพสต์นั้นได้ระบุข้อความเอาไว้ด้วยว่า "ห้องนอนของหลานชายที่ดูเกือบจะว่างเปล่าเหลือเพียงของใช้ส่วนตัวเพียงไม่กี่ชิ้น. ส่วนใหญ่ถูกเก็บออกไปหมดแล้ว..มีเพียงสิ่งๆหนึ่งที่ไม่เคยไปไหนจากห้องนี้และดูเหมือนจะไม่ยอมย้ายจากไปไหนเลย นั่นคือแมวตัวหนึ่ง..คุณยายลัคกี้" "ยายแอดส่งภาพนี้มาให้ผมที่ทำงาน บอกว่านางนอนรอหลานผมกลับมาเหมือนเดิม ข้าวปลาก็ไม่ค่อยยอมลงมากินเหมือนแต่ก่อน ยายสงสารนางมากเพราะนางไม่รู้ว่าหลานชายผมต้องย้ายไปทำงานที่ชลบุรีซึ่งก็ไปได้อาทิตย์หนึ่งแล้ว ปกติเขาและนางจะนอนด้วยกันตลอดนางอยู่กับเขามาตั้งแต่เขาอายุ 10 ขวบ จนทุกวันนี้เขาอายุ 24 ส่วนนางก็ 16...