เหมียวตัวแสบชอบหนีออกจากบ้านเพราะไปติดสาวบ้านหลังอื่น จนเจ้าของต้องใช้ไม้เด็ด

เมื่อไม่นานมานี้ผู้ใช้เฟสบุ๊กคุณ : Peepy Maruay ได้เผยเรื่องราวสุดปวดหัวของเจ้าเหมียวที่เธอนั้นได้เลี้ยงเอาไว้ โดยเจ้าเหมียวของเธอเป็นเจ้าเหมียวสุดแสบ พักหลังๆมานี้นางมักจะแอบหนีออกจากบ้านแทบทุกวันเพื่อไปตามจีบสาว จนเจ้าของนั้นเริ่มปวดหัวกับนาง . โดยเจ้าของโพสต์ได้เล่าว่า สวัสดีคร๊าบมีใครพอจะจำเจ้ามงคล เด็กที่เคยอยู่ตามท่อระบายน้ำได้บ้างไหมเอ่ย โดยค่ำวันอังคารนี้หนูจะไปนอนที่คลีนิคเพื่อกักอาหารเป็นเวลา 8 ชม.แล้วนะค้าบ และวันพุธคุณหมอเขาจะตอนไข่ให้หนูแล้ว โดยหลายวันมานี้หนูร้องตามหาแต่แมวสาวๆ ไม่เคยอยู่บ้านเลย จนแม่ต้องเดินตามหาทั้งวันทั้งคืนกว่าจะกลับเข้าบ้านก็ค่ำๆมืดๆกว่าแล้ว นางมักจะชอบปีนรั้วไปบ้านคนอื่นเพื่อไปจีบแมวสาวตลอดเลย สงสารแม่ถ้าหนูไปตอนซะแม่ก็จะไม่ต้องเหนื่อยเดินตามหาหนูอีก แม่ใจคอไม่ดีทุกครั้งที่ตามหาลูกไม่เจอเรากลัวลูกจะหายไปแบบถาวร จนเรื่องราวของน้องถูกโพสต์ในโลกออนไลน์ ชาวเน็ตมากมายต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นพร้อมกล่าวว่า ลาก่อนนะไข่จ๋าชาติหน้าเจอกันใหม่นะ บ้างก็บอกว่าถ้าน้องเริ่มโตแล้วต้องรีบทำหมันเลยไม่งั้นพวกแมวมันมักจะชอบแอบหนีออกจากบ้าน ทางเจ้าของทำถูกแล้วเด้อรีบตัดไฟแต่ต้นลมเดี๋ยวจะไม่เจอหน้าลูกตลอดชีวิตเหมือนกับคนเลี้ยงแมวส่วนใหญ่เลยนะ ที่มา Peepy...

ชอบมานั่งบนรั้วบ้านมานั่งดูกว่าเจ้าบ้านจะกินหมด เหลือค่อยลงมากินต่อเมื่อตัวไร้บ้านให้อยู่

หากยามชีวิตด้วยไร้ที่ให้หมายตัวจำต้องวายดิ้นรนหาประทังหิว ยามเมื่อเกิดมาไร้ใครเขาให้กินเทียวต้องหาเลี้ยงเดินเร่ไร้จุดหมาย เดินมาเห็นเข้ามีบ้านมีคนให้อาหารได้อบอุ่นตัวก็อุ่นเฝ้านั่งรอให้ไม่คอยหายรอเขากินข้าวเหลือจำทุกข์คลาย เหลือเพียงไหนขอกินต่อให้ประทังพอ เมื่อผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า Oat Pakkawat ได้โพสต์เรื่องราวเมื่อเขาได้พบน้องชอบมานั่งบนรั้วของบ้านตัว มานั่งมองเฝ้าดูทุกวันว่าเจ้านายบ้านฉันกินข้าวหมดหรือยัง ทางฝั่งของเจ้าบ้านก็ชอบจะกินเหลือตลอด พอกินเสร็จจึงจะยอมลงมากินต่อวันไหนกินหมดไม่เหลือก็จะไม่ลงมากิน ต้องเทไว้ให้แล้วจะลงมากินตอนคนไม่อยู่ ด้วยตัวที่ไร้บ้านจึงไม่มีใครเขาให้ข้าวให้ได้อิ่มท้องจึงต้องอดทนรอเขากินข้าวมให้อิ่มพอตัวจึงได้กินที่เหลืออยู่ ด้วยเป็นจรจึงไร้ไม่ไว้ใจใครเขาเข้าใกล้ก็ไม่ได้เดินหนีเพราะกลัวจะถูกทำร้าย จับไม่ได้เลยดูทำหน้าก็เห็นใจเลยแอบให้อาหารได้พออิ่ม เข้าใกล้ได้มากก็แค่รั้วด้วยตัวชอบมานอน ซึ่งทางฝั่งเจ้าของบ้านเองก็มีน้ำใจเห็นมานั่งรอกินทีไรก็เหลือเอาไว้ให้กินตลอด ด้วยน้องทางเจ้าบ้านเป็งก็เป็นแมวผู้หญิงและตัวน้องได้มาหาก็เป็นผู้ชายคงจะมาตามจีบสาวบ้านนี้อยู่ จึงอยากจะให้เห็นใจเมื่อได้พบเจอแมวจรหากไม่รักไม่ชอบก็อย่าไปไล่หรือทำอะไรพวกเขาเลยแค่ข้าวหนึ่งมื้อให้ได้อิ่มก็หายากมากจึงไม่รู้ว่าอีกกี่วันจะได้กินอิ่มท้อง ที่มา Oat Pakkawat

สาวรับพิทบูลมาเลี้ยงเพียง1สัปดาห์ แต่ก็ต้องให้คนอื่นไปเพราะถูกกดดันจากสังคมหาว่าหมาพันธุ์นี้ดุ

เมื่อไม่นานมานี้ผู้ใช้เฟสบุ๊กคุณ : Rattanavadee Kanokponluk ได้เผยเรื่องราวของสุนัขสายพันธุ์พิทบูลวัยเพียง 3 เดือนที่เธอเพิ่งจะรับน้องมาเลี้ยงได้เพียง 1 สัปดาห์ แต่ผู้คนก็เข้ามากดดันต่างๆนาๆทำให้เธอจิตตกว่าเลี้ยงไปได้ยังไงหมาพันธุ์นี้ มันดุนะ จนเธอทำอะไรไม่ถูกจึงต้องขายน้องไป แต่พอขายไปเธอก็มานั่งร้องไห้ทั้งคืนด้วยความรักและรู้สึกผิดที่ขายน้องไป . โดยเจ้าของโพสต์ได้เล่าว่า เราซื้อน้องมา จากจังหวัดราชบุรี ขับรถจากนนทบุรีไปราชบุรีเพื่อไปรับน้องมาเลี้ยง..น้องเป็นพันธุ์อเมริกันพิทบลูวัย3เดือน เราเลี้ยงน้องได้อยู่เกือบอาทิตย์นึงแล้ว โดนคนนู้นคนนี้เขากดดันสารพัดบอกพันธุ์นี้มันดุ เราจิตตกจึงต้องขายน้องไปขายไปแบบขาดทุนเลย วินาทีตั้งแต่น้องขึ้นรถไปกับเจ้าของคนใหม่เราร้องไห้ไม่หยุด ไม่คิดว่าตัวเองจะรู้สึกได้ถึงขนาดนี้มันเป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆ นอนร้องไห้ทั้งคืนเลยค่ะ จนเช้ามาแฟนบอกให้ไปซื้อกลับคืนมา ผลสรุปเราก็ไปซื้อน้องคืนมาจริงๆ คนที่ซื้อไปเขาบอกเข้าใจเรานะ เราเลยซื้อคืนมาให้ค่าเสียเวลาเขาเพิ่มเติมไปอีก ...

หนุ่มแกงเล่นแต่เกมส์ไม่ยอมสนใจน้อง เลยตะโงกหน้ามาเรียกร้องความสนใจ

ด้วยสุนัขหรือแมวเองพวกเขาก็มีความคิดความอ่านเพียงเท่ากับเด็กอายุ 2 ขวบซึ่งก็จะมีความซนและความน้อยอกน้อยใจยามเจ้าของไม่สนใจหรือกำลังสนใจอย่างอื่นมากกว่าพวกเขาเอง เพราะความเป็นเด็กก็จะเรียกร้องให้สนใจพวกเขาแทน เมื่อผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า Arm Gie ได้โพสต์เรื่องราวของเจ้าเหมียวนาล่า แมวน้อยพันธุ์สก๊อตทิช โฟลด์ ด้วยผู้เป็นเจ้าของเองกำลังเล่นเกมส์อย่างสนุกและเมื่อเขาเห็นว่าเจ้าของกำลังซนใจเกมส์มากกว่าเจ้าเหมียวจึงพยายามปีนขึ้นมาบนตัวของเขา และชะโงกหน้าไปยังหน้าจอไอแพดซึ่งเขาได้ถือไว้เล่นเกมส์เหมือนกับกำลังจะบอกว่าสนใจหนูหน่อย มาเล่นกับหนูหน่อยด้วยเจ้าของเองก็ยังเล่นไม่จบเกมส์เพราะเกมส์เขาเล่นเป็นเกมส์ต้องใช้เวลาเป็นรอบๆ เจ้าเหมียวเองก็ยังพยายามกวนไม่หยุด เจ้าของจึงได้นำโทรศัพท์มาถ่ายเอาไว้และนำมาลงไว้ในกลุ่มทาสแมว 4.0 เพราะจากความน่ารักของเจ้าเหมียวสก๊อตทิช โฟลด์ซึ่งเป็นแมวมีหูพับหูของน้องจะไม่ขึ้นเหมือนกับแมวปกติ ซึ่งก็เป็นความน่ารักด้วยในประเทศเราก็นิยมเลี้ยงแมวพันธุ์สก๊อตทิช โฟลด์กันเป็นจำนวนมาก เพราะในวัยของพวกเขาเองก็ยังต้องการความรักความดูแลเอาใจใส่จากผู้เป็นเจ้าของจึงเป็นเรื่องปกติยามพ่อแม่ไม่สนใจพวกเขาก็จะพยายามเรียกร้องให้ผู้เป็นพ่อแม่สนใจพวกเขามากกว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่ ที่มา Arm Gie

จุกในอกเขาลักสุดดวงใจไปปล่อยถึงในบ้าน เฝ้าตามหานานแสนนานน้ำตาไหล ไม่เคยคิดแม้ว่าจะมีจิตใจไม่รู้เป็นไงใยมาทำกัน

เพราะปัญหาส่วนใหญ่ที่ได้เกิดขึ้น มาจากการที่เราได้เลี้ยงแมวในระบบที่เปิดจึงเป็นเหตุทำให้พวกเขาได้สูญหายมากกว่าคนที่เลี้ยงดูพวกเขาในระบบที่ปิด หรืออาจจะมีในสิ่งที่เราได้มองข้ามทั้งเรื่องของคนข้างบ้านที่ไม่ชอบหรือเพียงแค่อันตรายจากภายนอกที่แม่นั้นมองไม่เห็น เมื่อผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า Sunattha Neamplipol‎ ได้โพสต์เล่าร้องขอความช่วยเหลือลงในแฟนเพจ มูลนิธิรักษ์แมว ปันน้ำใจให้แมวจร หลังจากที่เธอถูกเขาลักสุดดวงใจไปปล่อยแม้จะอยู่ในบริเวณบ้าน ด้วยตัวเธอเองได้เลี้ยงน้องในระบบที่เปิด ซึ่งเธอก็ได้แต่เฝ้าตามหาน้องๆ เพราะเป็นแมวที่เลี้ยงดูมาตลอดจึงหากินเองไม่เป็นเธอก็กลัวว่าเด็กๆจะต้องอด โดยในตอนแรกเธอได้ไปถามคนข้างบ้านที่เอาไปปล่อยว่าไปเอาไว้แถวไหนเธอจะไปตามหาน้องๆคืนมา โดยเขาได้บอกว่าปล่อยแถวสาย 4 เอกชัย พอตอนเช้าเธอจะไปตามน้องๆเธอก็ไปถามย้ำและก็ให้เบอร์เอาไว้ และพอสักพักก็ได้มีคนโทรมาบอกเธอว่าเอาไปไว้ที่โรงเหล็กมาเฮงกี่ พระราม 2 ซอย 83 ซึ่งเธอก็พยายามที่จะไปตามหาทั้งน้ำตาไหลเธอวนแล้ววนเล้าก็ไม่เจอเด็กๆ แม้จะถามคนในระแวกนั้นก็บอกว่าไม่มี จึงอยากจะฝากตามหาด้วยใจหวัง เพียงสักครั้งได้เห็นหน้า ด้วยรักด้วยเอ็นดูสุดอุราลูกจ๋าแม่เป็นห่วงแทบขาดใจ...

รู้ว่าผิดที่แอบเลี้ยงแมว ได้แต่นั่งกอดกันไว้อยู่ในรถ แต่ต่อจากนี้น้องจะไม่สามารถเอาขึ้นห้องได้อีก

เมื่อไม่นานมานี้ผู้ใช้เฟสบุ๊กคุณ : Pat Pat Chanatetee ได้เผยเรื่องราวของเจ้าเหมียวที่เธอนั้นได้เลี้ยงเอาไว้ โดยเธอนั้นได้โพสต์ระบายในโลกออนไลน์ หลังเธอนั้นยอมรับว่าได้แอบเลี้ยงแมวเอาไว้ในคอนโดซึ่งมันผิดกฏที่ทางคอนโดได้ตั้งไว้ และตอนนี้ทางคอนโดสั่งห้ามไม่ให้แมวของเธอเข้าห้องอีกแล้ว . โดยเจ้าของโพสต์ได้เล่าว่า เราผิดเองที่เราแอบเลี้ยงแมว เพราะมันเป็นกฏที่เขาห้ามเลี้ยง! ถ้าเป็นพี่ๆเพื่อนๆจะทำอย่างไรดีคะ ตอนนี้เราเองทำอะไรไม่ถูกเลย เราจะเทเขาได้ลงเหรอคะเราไม่มีใครมีกันอยู่แค่เรากับแมวเพียงเท่านี้ พอมาวันนี้เขาห้ามเอาไปเข้าห้องอีกเด็ดขาด เรามานั่งในรถกับแมว เราทำใจไม่ได้เลยคะเพราะเรามีกันแค่นี้จริงๆ จนเรื่องราวของน้องถูกโพสต์ในโลกออนไลน์ จนมีชาวเน็ตมากมายต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็น และช่วยให้คำปรึกษาในเรื่องดังกล่าวนี้ ชาวเน็ตได้กล่าวว่าลองหาที่อยู่ใหม่ดูนะคะ ไม่อยากให้ทั้งสองต้องแยกจากกันเลยทุกๆอย่างมันมีทางเลือก ยิ่งเป็นสัตว์เลี้ยงแสนรักแล้ว ไม่มีใครหรอกที่จะทำใจได้เพราะโลกทั้งใบของน้องแมวก็มีแค่คุณเพียงคนเดียว บ้างก็บอกว่าหาที่อยู่ใหม่ที่สามารถเลี้ยงแบบเปิดเผยได้ เดี๋ยวนี้มีคอนโดที่เลี้ยงแมวได้เยอะแยะเลยนะและขอเป็นกำลังใจให้ทางผู้โพสต์ด้วยนะครับ ที่มา...

เห็นร้องเหมี๊ยวๆวิ่งมาหานอนลงกางขา นึกดีใจคงใกล้คลอดแต่พอมองดูออกอิมดเวร

ด้วยความเป็นแม่เมื่อได้เลี้ยงดูพวกเขาก็จะคอยเฝ้ามองดูให้ได้เติบโต แม้ด้วยความเป็นห่วงเหมือนกับคนเป็นแม่คนนึงซึ่งเมื่อลูกได้ใกล้คลอดก็เริ่มเป็นกังวลใจและเกรียมตัวไปในทุกๆยาม เห็นวิ่งมาร้องเรียกหานึกว่าใกล้คลอดแล้วมองดูแล้วแพรกๆอิมดเวร เมื่อผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า Khun K-t ได้โพสต์เรื่องราวน้องเหมียวท้องแก่ใกล้จะคลอดกำเนิดลูก ซึ่งด้วยความเป็นห่วงของผู้เป็นพ่อเป็นแม่ก็ต้องดูแลพวกเขาอย่างใกล้ชิด เพราะยามคลอดออกมาเราเองก็เหมือนจะมีหลาน เขาจึงพยายามดูแลน้องไม่ห่าง และเมื่อช่วงกลางคืนน้องก็เริ่มมีอาการเรียกร้องหาเหมี๊ยวๆ และวิ่งมาหาเขาแล้วนอนลงกางขาออกซึ่งผู้เป็นพ่อก็ดีอกดีใจเพราะนึกว่าน้องซึ่งกำลังท้องใกล้จะคลอดออกมาแล้วจะได้เห็นหน้าหลานๆ แต่เมื่อเขาได้มองดูดีๆก็ได้เห็นมดแดงตัวใหญ่กำลังงับจิ๊มิ๊ลูกสาวไม่ยอมปล่อย เขาจึงได้นำมาโพสต์ลงในกลุ่มด้วยความกังวลใจเพราะเขาเองก็ตกใจในตอนแรกด้วยเป็นห่วงน้องว่าใกล้จะเป็นแม่คนแล้วต้องทำยังไงบ้าง ด้วยเมื่อวานเขาโพสต์ไปรุ่งขึ้นอีกวันนึงน้องก็คลอดออกมาจริงๆ ด้วยเด็กๆมีกัน 3 สีเหมือนแม่ 1 และเหมือนใครไม่รู้อีก 2 และก็ได้เป็นคุณตาอย่างสมใจด้วยเพื่อนๆเองก็เห็นแล้วสงสารน้องเพราะเจ้ามดก็ดันมางับถูกจิ๊มิ๊เข้าได้ แต่ก็คงจะเป็นการบอกล่วงหน้าว่าเขากำลังจะคลอดแล้วเลยของับหน่อย และน้องก็ได้ให้กำเนิดลูกออกมาอย่างปลอดภัยดี เพราะถ้าเราเลี้ยงพวกเขาแล้วก็อยากจะให้ใส่ใจให้มากเพราะเราเป็นเหมือนผู้เป็นพ่อเป็นแม่ของพวกเขายามพวกเขาใกล้คลอดเขาก็จะนึกถึงแต่เราและอยากจะให้เราอยู่ใกล้ๆ ที่มา Khun K-t

เฝ้าสงสารทั้งขาพุงแตกยังเดินแบกไปไหนด้วย แม้กินข้าวนอนคู่กันก็ไม่ห่าง

ด้วยยามเหงายามอยู่ยามเฝ้าบ้านแม้มีเพื่อนไม่เหินห่างนานทีไหน จะเฝ้าอยู่ดูรู้ให้เป็นใครจะหาจากไหนที่เคยมีให้รู้กัน ด้วยเป็นเพื่อนยามรักมาแต่เด็กตัวก็เล็กเที่ยวเดินแบกไปไหนมาไหน จะให้ห่างจะทนอยู่ได้อย่างไรแม้ตัวใหม่มีมาก็ไม่เอา จึงอยากเฝ้าคอยว่าที่ไหน พอจะมีเหมือนไหมใครว่าที ตุ๊กตาเน่าตัวโปรดให้รู้ทีสงสารนี่ทั้งพุงทั้งขาไม่เหลือเลย เมื่อผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า Darawan Preeaim ได้โพสต์เฝ้าตามหาตุ๊กตา AIS เพราะเจ้าน้องนั้นแบกร่างกระเด็นไม่รู้เห็นเอาตัวใหม่ก็ไม่ยอม หลังจากที่เธอนั้นเลี้ยงมาด้วยกัน ซึ่งเป็นตุ๊กตาตัวโปรดของน้อง พาไปกินข้าวนอนคู่กันแม้ทะเลาะกันเองทั้งทีบทั้งกอดนอนทุกคืน จึงมาโพสต์หาไว้ภายในกลุ่มที่ไหนมีอยู่อีกบ้าง เพราะเอาตัวใหม่ให้น้องไปก็ไม่ยอมเล่นเหมือนเดิมอาจจะเพราะเคยอยู่มาตั้งแต่เยาว์วัย พาไปไหนมาไหนด้วยตลอด แม้ยามกอดก็ไม่เว้นห่างก็สงสารให้ทำไงใช่ว่าอางจะไม่หาเอาไปซ่อนก็ใช่ที อาจจะเป็นเพราะว่าเธอเลี้ยงน้องมาด้วยตัวลำพังน้องจึงได้มีเพื่อนเป็นตุ๊กตาเอไอเอสตัวนี้ แต่ก็หาที่ไหนไม่ได้แล้วจึงอยากจะหาตุ๊กตาแบบนี้ในแบบเดิม แต่ก็ไม่รู้ว่าเอามาแล้วน้องจะยอมหรือป่าว เพราะการรับกลิ่นของแมวนั้นเป็นเลิศจะหาให้ใหม่ไม่จำเกิน อยู่ที่ความพอใจด้วยส่วนตัว เลยอยากบอกกับคุณแม่ให้ช่วยเย็บแม้จะเก็บนานแต่ก็ไม่หาย จะเอาใหม่มาคงรู้ใช่ว่ามายไม่มากมายเหลือล้นเพราะทนที ซึ่งเราก็เคยได้เห็นกันในหลายๆครั้งที่มีเจ้าของมาตามหาตุ๊กตาในแบบเดิมไปแต่น้องก็ไม่เล่นเพราะกลิ่นของตุ๊กตาตัวใหม่ไม่เหมือนเดิม ที่มา...

มีเจ้าของก็เหมือนไม่มี ถูกสั่งห้ามไม่ให้เข้าบ้านแม้จะเป็นแมวพันธุ์แต่มันก็ไม่ต่างจากแมวจร

เมื่อไม่นานมานี้ผู้ใช้เฟสบุ๊กคุณ : หงส์ ศักดาณรงค์ ได้เผยเรื่องราวของเจ้าแมวพันธุ์ตัวหนึ่ง น้องเป็นแมวพันธุ์ที่เคยมีบ้าน แต่ก็มีเหมือนไม่มีเพราะเจ้าของเขาสั่งห้ามไม่ให้เข้าบ้าน น้องต้องเดินไปมาแบบไร้ที่ไป แม้จะเป็นแมวพันธุ์แต่ต้องใช้ชีวิตเยี่ยงแมวจร . โดยเจ้าของโพสต์ได้เล่าว่า ครั้งเคยมีนายรักและบ้านที่อบอุ่น พอมาวันนี้นายมีลูกน้อยเจ้าเลยถูกส่งมาไกลอยู่ต่างบ้าน ที่ไร้ซึ่งความรักความอบอุ่นมีเพียงแค่อาหารที่วางเอาไว้ พอยามนอนก็นอนนอกเรือนชานเพราะเขาห้ามไม่ให้เข้า พอตกค่ำย่ำตลอนอ้อนขอแค่ความรักจากคนที่พอจะเมตตาได้ แม้ไม่ใช่แมวจร แต่ชีวิตนั้นต่างอะไรกับแมวจรเสีย เราสงสารเจ้าจังเลยเจ้าฟู แมวแกร่งประจำซอยแถวบ้าน จนเรื่องราวของน้องถูกโพสต์ในโลกออนไลน์ และเธอยังได้เพิ่มเติมอีกว่า คือ..แบบนี้นะคะทุกคน พอดีมาเยี่ยมคนแก่แถวบ้าน แล้วเจ้าฟูเดินมาหาเค้าอ้อนเก่ง เลยถามพี่สาวว่าเป็นแมวของใคร และคำตอบที่ได้คือที่โพสอ่ะค่ะ เลยคิดว่าถ้าโพสแล้วอาจจะมีคนเมตตาน้องให้มีบ้านที่อบอุ่นอ่ะค่ะ จนเรื่องราวของน้องถูกโพสต์ในโลกออนไลน์ชาวเน็ตมากมายต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นพร้อมกล่าวว่า...

ยกกันมาทั้งหมู่บ้าน หลังเคยให้อาหารแมวจรไม่กี่ตัว แต่มาวันนี้ยกโขยงมานั่งกดดันหวังให้ทาสตักข้าวประเคนให้พวกหนูที

หากเพื่อนๆที่ได้เป็นทาสแมวก็คงจะเข้าใจดีหากว่าเรานั้นต้องพบเจอแมวจรมาร้องขออาหารเพื่อที่จะประทังความหิว เพื่อนๆเองก็คงจะอดใจที่จะไม่ให้ไม่ได้ ด้วยเพราะซึ่งการเลี้ยงแมวของเราก็ทำให้เรานั้นเห็นใจเจ้าเหมียวจรเหล่านี้ที่กำลังหิวโหยด้วยความทุกข์ เช่นเดียวกับเรื่องราวนี้หลังผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า สุพรรษา ช่างสาร ได้โพสต์บอกเล่าเรื่องราวของเจ้าเหมียวเหล่านี้หลังเธอนั้นได้เคยให้อาหารแมวจรในระแวกบ้านแค่เพียงไม่กี่ตัว แต่มาในวันนี้เจ้าเหมียวกลับยกโขยงกันมานับสิบตัวหรือเรียกได้ว่ามากันทั้งหมู่บ้านเลยก็ว่าได้ ซึ่งเธอนั้นไห้โพสต์บอกเล่าเรื่องราวสุดฮานี้ลงในกลุ่มคนรักแมวอย่างทาสแมว โดยได้เขียนบอกข้อความเอาไว้ด้วยว่า ไม่ได้เลี้ยงเองนะน้องมาขอข้าวเย็นกิน ใครตัวแรกที่เป็นคนพาเพื่อนมาห๊ะ หนูป่าวชวนนะเค้ามาเอง ซึ่งก็ได้สร้างสีสันให้กับเพื่อนๆทาสแมวในกลุ่มเป็นอย่างมาก เพราะด้วยความฮาของรูปที่มีแมวเกือบสิบตัวมากองอยู่หน้าบ้านเหมือนเป็นการกดดันให้ผู้โพสต์นั้นเอาอาหารออกมาให้ ซึ่งตัวผู้โพสต์เองก็ได้เลี้ยงแมวเอาไว้ในระบบปิดซึ่งก็เป็นเจ้าเหมียวสองตัวที่มีความอ้วนและความน่ารักเป็นอย่างมาก โดยทั้งนี้เพื่อนๆในกลุ่มก็ต่างพากันคอมเม้นต์อีกด้วยว่าถ้าหากไม่ให้กินสงสัยบ้านได้พังอย่างแน่นอน และก็ไม่รู้ได้เลยว่าพวกเจ้าเหมียวนั้นคุยกันได้อย่างไรว่าบ้านนี้จะให้กินข้าวเลยตามกันมาเป็นโขยง ซึ่งทั้งนี้ก็อยากจะฝากเพื่อนๆเอาไว้ด้วยว่าหากพบเจอแมวจรต้องการความช่วยเหลือหรือหิวข้าวเราก็ควรที่จะให้พวกเขาได้อิ่มเพราะเราไม่รู้เลยว่าถ้าเราเลือกที่จะเมินพวกเขาไปในวันนั้นพวกเขาจะต้องใช้ชีวิตอยู่กันอย่างไร ขอขอบคุณข้อมูลจาก สุพรรษา ช่างสาร