นั่งหน้าเศร้าด้วยความกลัว ไม่รู้ตัวว่าตนอยู่หนไหน คิดถึงเจ้าของแทบขาดใจไม่รู้เมื่อไหร่จะได้เจอ

เพราะทุกๆครั้งที่เราบอกกับเพื่อนๆว่าการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงที่ดีที่สุดคือการเลี้ยงในระบบปิดหรือระบบที่มีรั้วรอบขอบชิดที่พวกเขาไม่สามารถที่จะออกไปภายนอกบ้านหรือบริเวณบ้านได้ เพราะด้วยอันตรายจากโลกภายนอกนั้นน่ากลัวกว่าที่คุณคิดเอาไว้เยอะ เนื่องด้วยพวกเขาก็ไม่ต่างไปจากเด็ก ทำให้สิ่งต่างๆในโลกกว้างที่พวกเขาไม่เคยพบเคยเจอเป็นอันตรายที่พวกเขาไม่รู้จัก เช่นเดียวกับเรื่องราวนี้หลังผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า นู๋ผึ้ง งัยมีไลน์ป่ะ ได้โพสต์บอกเล่าเรื่องราวของเจ้าตูบตัวนี้ลงในกลุ่มคนรักน้องหมาอย่างกลุ่ม รักปั๊ก. หลังจากที่เขานั้นได้พบน้องมานั่งตาละห้อย และเหมือนกับว่ากำลังร้องไห้อยู่ ซึ่งน้องนั่งนิ่งแอบอยู่ตรงซอกไม่ยอมไปไหนด้วยความกลัวโดยทางผู้โพสต์คาดว่าน้องน่าจะหลุดมาและคงกลัวกับเหตุการณ์ที่ได้พบเจอเพราะตัวน้องเองก็คงจะจำทางกลับบ้านไม่ได้หรือไม่ก็อาจจะเกิดการตกรถเกิดขึ้นทำให้ไร้หนทางที่จะไป และเมื่อได้พบเจอกับโลกภายนอกใบใหญ่ที่ไร้อ้อมกอดผู้เป็นพ่อเป็นแม่แล้วสุนัขนั้นก็เหมือกับเด็กตัวน้อยๆที่ไร้ที่พึ่งพิงเพราะพวกเขาจะรู้สึกปลอดภัยเมื่อใดก็ตามที่ได้เห็นเราผู้เป็นพ่อแม่เปรียดเสมือนผู้ปกครองที่จะคอยคุ้มครองและห่วงใยอยู่ใกล้ๆเสมอ แต่เมื่อไม่พบเจอก็คงจะรู้สึกกังวัลใจ จึงทำได้เพียงแค่นั่งคอยมองหาและร้องไห้ด้วยหวาดกลัวอยู่ตรงนั้น ผู้โพสต์จึงได้ถ่ายรูปน้องมาลงในกลุ่มเพื่อที่จะตามหาผู้เป็นเจ้าของน้องเพราะไม่รู้ว่าเจ้าของอยู่ที่ไหน ซึ่งได้ระบุพิกัดเอาไว้ที่นนทบุรี ซอยงามวงค์วาน 21 ตรงโรงงานปาเก้ ใต้ทางด่วนงามวงค์วาน 21 โดยในตอนนี้ทางร้านขายของชำไดัรับดูแลอยู่ ซึ่งหากเพื่อนๆคนไหนที่พอจะรู้จักน้องหรือเจ้าของน้องก็สามารถติดต่อไปได้ที่ต้นโพสต์ได้เลยนะคะ สงสารน้องคงจะคิดถึงพ่อแม่แย่แล้ว ขอขอบคุณข้อมูลจาก นู๋ผึ้ง งัยมีไลน์ป่ะ

ยังเฝ้ารอแม่อย่างมีหวัง หลังแม่หมาหายไปเลยต้องเฝ้าดูแลกันลำพัง อาหารไม่มีตกถึงท้อง

เพราะอีกหลายชีวิตนั้นเลือกที่จะเกิดมามีความสุขสบายไม่ได้ หากในวันนี้คุณท้อหรือหมดกำลังใจอยากให้ลองมองไปดูอีกหลายชีวิตที่ไม่สามารถเกิดมาเป็นคนได้อย่างเราๆ ไม่สามารถพูดหรือร้องขอความช่วยเหลือจากใครได้เลย ด้วยที่เกิดมาเป็นสัตว์จรไม่มีปากเสียงที่จะไปประกาศบอกใครว่าพวกตนนั้นกำลังเดือดร้อน เช่นเดียวกับเรื่องราวนี้หลังผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า บ้านขนมหวาน คุณยาย ได้นำเรื่องราวของเหล่าเจ้าตูบตัวน้อยๆมาโพสต์ลงในกลุ่ม รักหมาแมวจร หาบ้านฟรี หลังจากที่ได้พบพวกเขาอยู่กันเพียงลำพังในป่า ซึ่งตามหาแม่หมานั้นไม่พบเลยไม่รู้ว่าโดนทำร้ายหรือเป็นยังไงก็ไม่รู้เพราะตามหาไม่พบ ซึ่งปล่อยให้ลูกๆนั้นอยู่กันเพียงลำพัง และตัวน้องหมาเองก็ยังเล็กมากจนไม่สามารถหาอาหารกินกันได้เอง ผู้โพสต์จึงต้องนำอาหารมาให้เด็กๆในทุกๆวันเพราะถ้าไม่มาพวกเขาก็คงต้องอด ซึ่งผู้โพสต์ได้ระบุข้อความเอาไว้ด้วยว่า "หมาน้อยมี 2 คอกเล็กกับใหญ่ แม่มันไม่รู้ว่าใครทำร้ายมันหรือปล่าวหายไปไม่กลับมาหาลูกหลายวัน" "น่าสงสารลูกมันมากอยู่ตามลำพัง..เราจะวิ่งไปขุนให้ทุกวันก็ไม่มีเวลา..ใครผ่านมาช่วยให้อาหารมันหน่อยนะ เส้นขาไปพัทยามาจากฟามแกะพัทยาอยู่ฝั่งซ้ายมือที่โล่ง..ตรงข้ามกับหมู่บ้านศิริษา" และหลังจากที่โพสต์ดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไปก็ได้มีเพื่อนๆในโลกออนไลน์หลายคนเข้ามาแสดงความคิดเห็น และสนใจที่จะรับเลี้ยงน้องๆแต่ทว่าด้วยจำนวนน้องๆที่มากจึงยังไม่สามารถหาบ้านได้หมดและตัวผู้โพสต์เองก็ทำได้เพียงนำอาหารไปให้น้องๆได้เพียงแค่บางวันเนื่องจากไม่มีเวลาแต่ก็สามารถนำไปหาที่อยู่ของน้องๆได้ ซึ่งหากเพื่อนๆคนไหนสนใจอยากจะได้น้องๆไปเลี้ยงก็สามารถติดต่อไปได้ที่ต้นโพสต์ได้เลยนะคะ ขอเพียงแค่ข้าววันละมื้อให้ได้อิ่มท้องที่หลบแดดหลบฝนเพียงเท่านั้น ขอขอบคุณข้อมูลจาก บ้านขนมหวาน คุณยาย

ถูกเขาพรากลูกไปจากอกหลังถูกปล่อยไว้นานสัปดาห์แม้ยุงจะกัดรถจะเยอะก็ไม่ห่างจากที่เดิม

หากจะพูดถึงเรื่องหัวอกของคนเป็นแม่แล้ว เชื่อว่าส่วนใหญ่ผู้หญิงอย่างเราๆทุกคนล้วนมีความเป็นแม่กันอยู่แล้วอย่างเต็มเปี่ยมซึ่งถ้าพูดถึงเรื่องของการรักลูกของตัวเองแล้วคงไม่มีใครยอมที่จะถูกพรากลูกของตัวไปจากอกของผู้เป็นแม่อย่างแน่แท้ แล้วถ้าซึ่งเป็นสุนัขล่ะ สัตว์ที่เกิดมาไม่สามารถที่จะพูดหรือร้องบอกใครเขาได้ ถ้าเกิดว่าถูกพรากลูกไปต่อหน้าต่อตาพวกเขาจะสามารถเรียกร้องสิ่งใดได้ในเมื่อไม่มีเสียงเรียกร้องบอกใครเขา เช่นเดียวกับเรื่องราวนี้หลังผู้ใช้แฟนเพจเฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า Thai Love Animal ช่วยสัตว์ สุนัขและแมวจรจัด ได้โพสต์บอกเล่าเรื่องราวของเจ้าตูบรายนี้หลังจากที่มีผู้ใช้เฟสบุ๊คได้แจ้งเรื่องราวเข้ามาหลังจากที่พบน้องซึ่งเป็นสุนัขแม่ลูกอ่อนที่ถูกนำมาปล่อยเอาไว้ข้างถนนอย่างเดียวดาย โดยน้องมีหน้าอกที่ยานโตงเตงด้วยเสมือนว่าเพิ่งจะมีลูกได้ไม่นานนัก แต่ทว่าก็ไม่เห็นลูกสุนัขแต่อย่างใด โดยในตอนนี้ก็เป็นเวลาผ่านไปกว่า 6-7 วันแล้วซึ่งน้องก็ยังคงวนเวียนอยู่ที่เดิมด้วยใจหวังว่าผู้เป็นเจ้าของจะกลับมาพาไปหาลูกด้วยหัวอกแม่ที่คงจะคิดถึงลูกตัวน้อยๆของตนเอง ซึ่งน้องก็อาศัยหลบอยู่เอาตามป่าข้างถนน แต่ผู้พบเห็นก็กลัวว่าน้องจะถูกรถชนเพราะน้องจะออกมานอนหลบยุงอยู่ที่ข้างถนนในทุกวัน อีกทั้งคงจะคิดว่าถ้าเจ้านายจะกลับมารับแล้วไม่เจอแถมยังคงหวาดกลัวผู้คนด้วยการตื่นตระหนกไม่รู้ตัวว่าตนนั้นอยู่ที่ไหนยังคงเฝ้าคอยทุกค่ำคืนไปหวังด้วยใจว่านายจะกลับมา ซึ่งผู้โพสต์นั้นได้ระบุพิกัดเอาไว้ที่ว่า ถนนสวนส้ม ตรงข้ามกับตำแซ่บสาขาบ้านเกาะ จ.สมุทรสาคร ซึ่งหากเพื่อนๆคนไหนสนใจอยากจะรับน้องไปเลี้ยงหรือพอจะรู้จักผู้เป็นเจ้าของเผื่อว่าน้องจะหลงก็สามารถติดต่อไปได้ที่ต้นโพสต์ได้เลยนะคะ ขอขอบคุณข้อมูลจาก Thai Love Animal...

สาวโทษตัวเอง ที่พรากชีวิตเพื่อนถึง4ตัวภายใน1เดือน เพราะการพาแมวไปหาหมอ

เมื่อไม่นานมานี้ผู้ใช้ pantip : ID Cats1063 ได้เผยเรื่องราวสุดเศร้าของแมวที่เธอได้เลี้ยงพวกเขาเอาไว้ โดยแมวของเธอต้องจากโลกนี้ไปในระยะเวลาพร้อมๆกันถึง 4 ตัว ด้วยการพาแมวไปหาหมอ เรื่องราวนี้อาจจะยาวสักนิดแต่อยากให้เป็นอุทาหรณ์ให้กับทาสแมวทุกคน เพราะเราไม่อาจรู้ได้เลยว่าการพาน้องไปหาหมอเพียง 1 ตัว จะทำให้แมวตัวอื่นๆต้องจากไป . ตอนนี้มีความทุกข์มากๆค่ะ ถึงขั้นกินไม่ได้นอนไม่หลับ ทั้งที่รู้ว่ามันเป็นสัจธรรม แต่ก็ยังอดคิดไม่ได้ว่าเป็นความผิดของเรา ขอเกริ่นก่อนนะคะ ว่าเราเลี้ยงแมวระบบปิดทั้งหมด 7 ตัว เรื่องของเรื่องคือ วันที่...

แอบอาศัยอยู่ในท่อ ตัวเดียวเพียงลำพังไม่เห็นเดือนเห็นตะวัน จะขึ้นมาแค่ตอนหาอาหารไม่ไว้ใจผู้ใด

เพราะปัญหาการนำสุนัขและแมวมาปล่อยของประเทศเรานั้นยิ่งมากขึ้นทุกวันเนื่องจากการอยากจะเลี้ยงสัตว์ของมนุษย์บางจำพวกที่ต้องการเลี้ยงแต่กลับไม่มีความรับผิดชอบ หรือผู้เลี้ยงที่ปล่อยปละละเลยจนแมวหรือสุนัขของตนนั้นตั้งท้องและเมื่อคลอดออกมากลับไม่ต้องการลูกๆของพวกเขาจึงนำมาปล่อยไว้ตามสถานที่ต่างๆ เช่นเดียวกับเจ้าเหมียวน้อยจรตัวนี้หลังผู้ใช้เฟสบุ๊ครายหนึ่งได้โพสต์เรื่องราวของเจ้าเหมียวรายนี้เพื่อที่จะขอความช่วยเหลือจากเพื่อนๆในกลุ่ม หาบ้านให้น้องหมาน้องแมว หลังจากที่เขานั้นได้พบเจ้าเหมียวจรตัวน้อยต้องแอบอาศัยอยู่ในท่อระบายน้ำ ใน สน.ปตท. หจก.พงษกิต ช่องจอดรถบรรทุกช่องในสุด ซึ่งคาดว่าน้องน่าจะถูกนำมาปล่อยเอาไว้โดยอาศัยอยู่เพียงลำพังและด้วยตัวยังเล็กเลยได้แต่แอบอยู่ในนั้นไม่กล้าที่จะออกไปไหน ซึ่งไหนจะหมาไหนจะคนน้องคงจะตื่นตระหนกแล้วก็ไม่รู้ว่าต้องทนอยู่แบบนี้มานานเท่าไหร่แล้ว จึงอยากวอนให้เพื่อนๆในกลุ่ม หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือน้องที เพราะถ้าปล่อยเอาไว้น้องคงต้องอดจนสิ้นใจเพราะไม่รู้ว่าน้องนั้นจะหากินเองได้หรือไม่ อีกทั้งในระแวกดังกล่าวก็เป็นสำนักงานไม่มีบ้านคนหรือเศษอาหารใดๆ ไม่รู้จะมีอะไรตกถึงท้องมั้ย ซึ่งหากเพื่อนๆคนไหนอยู่ใกล้ๆกับพิกัดที่กล่าวไว้ดังกล่าว ก็วอนเข้าไปช่วยเหลือน้องที หรือหากมีหน่วยงานใดที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือได้ก็จะขอบพระคุณอย่างมาก ซึ่งก็อยากจะฝากเพื่อนๆเอาไว้ว่าการนำสัตว์มาเลี้ยงเท่ากับการนำหนึ่งชีวิตมาดูแลพวกเขานั้นจะจดจำเราไปตลอดชีวิตแล้วยิ่งถ้าเพื่อนเลี้ยงพวกเขามาในระบบปิดแล้ว พวกเขาก็ไม่สามารถที่จะหาอาหารเองตามธรรมชาติได้เลยถ้าหลุดหรือเอาไปปล่อยแบบนี้ก็เท่ากับรอวันที่พวกเขาสิ้นใจถ้าไม่มีใครให้กิน ขอขอบคุณข้อมูลจาก Thanet Khruehom 

หัวอกแม่แอบอาศัยอยู่หลังกำแพงออกมาขอเศษอาหาร คาบอาหารเอาไปให้ลูกแม้ตัวจะกลัวแต่ลูกจะต้องอิ่มท้อง

ถ้าหากเราจะพูดถึงหัวอกคนเป็นแม่ เชื่อว่าเพื่อนๆทุกคนนั้นคงจะเข้าใจความหมายของคำว่า "แม่" กันเป็นอย่างดีเพราะคนเรานั้นเกิดมาก็จะต้องมีแม่กันทุกคน แต่ทว่าความหมายของคำว่าแม่นี้ยิ่งใหญ่มากมายเกินกว่าจะบรรยายได้นัก เพราะด้วยความรักและความหวังดีที่ไม่เคยจะหวังผลตอบแทนใดๆ และก็ไม่ใช่เพียงแค่มนุษย์เพียงเท่านั้น แม้แต่สัตว์ต่างๆก็มีหัวอกคนเป็นแม่ไม่แพ้มนุษย์ใดๆเลย เช่นเดียวกับเรื่องราวนี้หลังผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า เหมียว เหมียว ที่ได้นำเรื่องราวของเจ้าเหมียวแม่ลูกอ่อนตัวนี้มาโพสต์ลงในกลุ่ม โครงการรวมพลคนช่วยเหลือสัตว์ยากไร้ด้อยโอกาส หลังที่เธอได้ไปพบน้องเข้าซึ่งน้องเป็นแมวตาสีฟ้า พันธุ์วิเชียรมาศ โดยน้องนั้นอาศัยอยู่ด้านหลังของแม็คเวลู่ สาขาสุขุมวิท 71 ด้านข้างของกำแพงนั้นมีลูกของน้องด้วยซึ่งลูกของน้องก็ยังคงตัวเล็กมากๆ และน้องก็ซ่อนเอาไว้ข้างหลังกำแพงเพราะด้วยความเป็นห่วงลูก พอเช้าๆมาน้องก็มักจะมาขอเศษอาหารกับคนที่ผ่านไปผ่านมาในบริเวณ ลานจอดรถ ซึ่งก็ไม่ค่อยจะมีใครให้น้องกินเลย แต่ทว่าด้วยความที่เป็นแม่ก็ต้องพยายามเพื่อที่จะนำอาหารไปฝากลูกน้อยให้ได้อิ่มท้อง แม้ว่าแม่นั้นจะต้องเสี่ยงอันตรายต่อรถหรือต่อคนแม้แต่หมาก็ตาม แต่แม่ก็ต้องทำเพราะมันเป็นหนทางที่จะให้ลูกของฉันนั้นรอดชีวิตและเติบใหญ่ แม้จะไม่มีบ้านที่อยู่อาศัยเหมือนกับแมวอื่นๆ...

เล่าทั้งน้ำตาหัวอกแม่ หลังใช้ชีวิตร่วมกับแฟนที่ไม่ชอบแมว และต้องปล่อยให้แมวอยู่กับแฟนเพียงลำพัง

เพราะมีหัวใจคนละดวง หัวจิตหัวใจความรักต่อสิ่งต่างๆก็ต่างกันออกไปซึ่งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงหรือบังคับกันไม่ได้ ว่าใครจะชอบหรือไม่ชอบแต่สิ่งหนึ่งสิ่งใดที่เป็นความจริงก็คือสัตว์ทุกชนิดนั้นล้วนแต่มีหัวใจและมีความรู้สึกนึกคิด ซึ่งเพื่อนๆหลายๆคนอาจจะต้องเคยประสบกับปัญหาแฟนไม่ชอบแมว เช่นเดียวกับผู้ใช้เฟสบุ๊ครายนี้หลังโพสต์เล่าเรื่องของเจ้าเหมียวสุดน่าสงสารลงในกลุ่ม ทาสแมว Offical หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้มีโพสต์จากเพื่อนๆในกลุ่มเล่าเกี่ยวกับปัญหาแมวและแฟนของเขา เธอจึงได้มาเล่าเรื่องราวของเธอบ้างผ่านทาง               โลกออนไลน์ ซึ่งตัวเธอเองก็ประสบปัญหากับแฟนที่ไม่ชอบแมวเหมือนกัน โดยเธอเลี้ยงเจ้าเหมียวที่มีชื่อว่า สมาย มาตั้งแต่ 3 เดือนจนตอนนี้ 4 ขวบแล้วเธออยู่กับแมวทุกวันจนรู้นิสัยของแมวตัวเองดี ซึ่งตอนสมาย 2 ขวบกว่าๆเธอก็มีแฟน ตอนแรกๆแฟนก็ชอบแมวดีแต่พออยู่ไปได้สักพักกลับเริ่มไม่ชอกบอกให้เอาไปปล่อย บอกว่าขนมันติดเสื้อ ซึ่งเธอเองทำงานเช้าส่วนแฟนของเธอทำงานเย็น แฟนของเธอจึงต้องอยู่กับแมวตลอดซึ่งเธอเองก็กลัวว่าแฟนของเธอนั้นจะทำอะไรแมว เพราะทุกวันหลังเลิกงานมาต้องลุ้นว่าแมวจะอยู่มั้ย...

สั่งให้จับไปปล่อย เพราะเป็นแมวจรที่มาขออาศัยในพื้นที่บริษัท ได้แต่มองตาปริบๆในใจคงคิดว่าหนูนั้นผิดอะไร

แค่ด้วยชีวิตน้อยๆที่เกิดมาแล้วไม่เป็นที่ต้องการของใครๆ แม้ในโลกใบที่กว้างใหญ่แต่ก็ไร้ความมีเมตตาเพียงเพราะเป็นสิ่งมีชีวิตเล็กๆที่ไร้ผู้คนต้องการ จึงทำได้เพียงทำตามสิ่งที่ตนต้องพบเจอเพราะชีวิตที่เลือกไม่ได้แค่แอบอาศัยร่มเงาหลบแดดหลบฝนเขาไปวันๆ เช่นเดียวกับเรื่องราวนี้หลังผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า Apinan Khammee ได้โพสต์เรื่องราวบอกเล่าของเจ้าเหมียวตัวนี้หลังจากที่ได้พบน้องแมวตัวนี้ถูกยามรายนี้จับใส่ถุงดำเอาไว้ เพราะถูกผู้เป็นเจ้าของบริษัทสั่งมาอีกทีให้นำตัวน้องไปปล่อยทั้งๆที่น้องนั้นกำลังตั้งท้อง ส่วนตัวพี่ยามเองก็ไม่อยากที่จะทำแต่ทว่าด้วยมันเป็นหน้าทีจึงวอนให้ผู้โพสต์ข่วยโพสต์หาบ้านให้กับน้องที โดยน้องนั้นเชื่องๆมากเลย เพราะเมื่อจับเอาไว้ก็อยู่นิ่งเฉยไม่แม้แต่จะดิ้นหรือส่งเสียงร้องใดๆ อีกทั้งน้องก็ยังท้องแก่และก็ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ใคร แต่ด้วยความที่ไม่ใช่พื้นที่ของตนก็ทำได้เพียงมองตาปริบๆและยอมรับกับชะตากรรมไปอย่างตามระเบียบ ซึ่งทั้งนี้หลังจากที่โพสต์ดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไปไม่นานก็ได้มีเพื่อนๆในโลกออนไลน์เข้าช่วยเหลือ เพราะทนความสงสารของน้องไม่ไหว เพราะด้วยสีหน้าและแววตาถ้าเขาพูดได้เขาคงจะพูดว่า หนูทำผิดอะไรทำไมถึงเอาหนูมาจับใส่ถุงดำเอาไว้แบบนี้ โดยผู้ที่เอาเข้าไปเอาน้องกลับมาก็คือเจ้าของโพสต์นั้นเอง และก็จะตามหาบ้านให้กับน้องในเวลาต่อไปแต่ถึงอย่างไรก็ขอให้ได้เอาออกมาจากตรงนั้นก่อน เพราะเพียงแค่เกิดมาไม่เป็นที่ต้องการเหมือนใครๆ ทั้งนี้หากเพื่อนๆคนไหนสนใจอยากที่จะรับน้องไปเลี้ยงก็สามารถติดต่อไปได้ที่ต้นโพสต์ได้เลยนะคะ ขอขอบคุณข้อมูลจาก Apinan Khammee

ถูกนำมาใส่ตระกร้า พร้อมเขียนข้อความลงในกระดาษตัดพ้อเลี้ยงต่อไม่ไหว ทั้งที่เคยรักหมดใจทำไมถึงทำได้ลง

เพราะด้วยการนำสัตว์เลี้ยงมาเลี้ยงนั้น สิ่งที่เราควรจะมีก่อนที่จะนำพวกเขามาเลี้ยงเป็นอย่างแรกคือความรับผิดชอบที่จะต้องมีต่อหนึ่งชีวิตที่จะอยู่กับเราไปตลอดชีวิต เพราะอย่าได้ลืมไปว่าพวกเขานั้นก็มีหัวใจเหมือนกับเราๆ ซึ่งเราก็มักจะย้ำเตือนกับผู้อ่านเสมอให้คำนึงถึงข้อนี้เป็นอันดับแรก มิเช่นนั้นปัญหาการนำสัตว์ต่างๆมาทิ้งก็จะตามมาอีกเช่นเคยเช่นเดียวกับเรื่องราวนี้ หลังผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า Taradon Jitharn‎ ได้นำเริ่องราวของเจ้าเหมียวที่ถูกนำใส่ตระกร้ามาปล่อยเอาไว้ โดยเมื่อเช้าตรู่ของเมื่อวานนี้เขานั้นกำลังที่จะเดินกลับห้องในซอยลาดกระบัง 50 ซึ่งเขาก็ได้พบกับตระกร้านี้วางอยู่ จึงได้เดินเข้าไปดู และได้พบว่าเป็นน้องแมวสีน้ำตาลเข้ม 3 ตัวถูกนำใส่ตระกร้ามาวางเอาไว้พร้อมกับข้อความที่ขอความช่วยเหลือให้ดูแลน้องต่อที โดยตัวผู้โพสต์เองก็เป็นภูมิแพ้และไม่สามารถที่จะดูแลน้องได้จึงนำมาโพสต์เพื่อให้เพื่อนๆในแฟนเพจ มูลนิธิรักษ์แมว ปันน้ำใจให้แมวจร เพื่อขอความช่วยเหลือ ซึ่งในกระดาษได้เขียนข้อความเอาไว้ด้วยว่า "ผู้ใจบุญช่วยนำไปเลี้ยงด้วยคะเศรษฐกิจอย่างนี้หนูเลี้ยงไม่ไหวค่ะ ขอให้โชคดีให้ร่ำรวยอย่างไม่มีเหตุผลนะคะ สำหรับผู้นำไปเลี้ยง" ซึ่งทางผู้โพสต์เองก็ได้บอกอีกด้วยว่า ใจเขาเองก็อยากจะเปิดตระกร้าดูแต่ด้วยความที่ตระกร้านั้นเปิดไม่ได้จึงไม่ได้เปิดดูและถ่ายมาให้ และอีกทั้งเขานั้นรีบไปทำงานจึงทำได้เพียงแค่ให้อาหารกับน้องๆเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ถึงอย่างไรก็ตามทางผู้โพสต์นั้นก็ได้แจ้งระบุพิกัดเอาไว้ที่...

หนุ่มทาสแมวได้แต่โทษตัวเอง ที่พรากแมวอันเป็นที่รักด้วยน้ำมือของตัวเองเพราะปูที่นอน

เมื่อไม่นานมานี้ผู้ใช้เฟสบุ๊กคุณ : ‎เท็ดดี้ ไอ้หมี ได้เผยเรื่องราวที่จะทำให้เขานั้นจะต้องจดจำไปตลอดทั้งชีวิต โดยเรื่องราวนี้เป็นเรื่องราวที่จะเป็นอุทาหรณ์ได้เป็นอย่างดีที่หนุ่มทาสแมวรายนี้ต้องทำให้แมวของตัวเองนั้นต้องจากไปเพราะความประมาท และไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น . โดยก่อนหน้านี้ในโลกออนไลน์อาจได้พบเห็นผู้โพสต์ที่พยายามตามหาแมวของตัวเอง เพราะน้องหายออกจากบ้านไปนานถึง 4 วันแล้วตามหาจนทั่วยังไงก็หาไม่เจอ จนมีชาวเน็ตหลายท่านแนะนำเข้ามาว่าลองหาน้องที่ใต้ที่นอนดู และเขาเองก็พบว่าแมวที่หายออกจากบ้านน้องไม่ได้ไปไหนเลย น้องอยู่ใกล้ๆแค่ใต้ที่นอนเท่านั้นเอง โดยเจ้าของโพสต์ได้เล่าว่า ต้องบอกว่าเป็นความสะเพร่าของป๊าเอง ที่เปลี่ยนผ้าปูที่นอนภายในห้อง โดยยกที่นอนขึ้นมา แล้วไม่รู้ว่าแมวที่เลี้ยงไว้อย่างเท็ดดี้มุดเข้าไปตอนไหนทำให้น้องต้องสิ้นใจอยู่ข้างใต้ที่นอนนั้น  พ่อขอโทษนะเท็ด ที่ป๊าทำให้เท็ดต้องสิ้นใจด้วยน้ำมือของตัวเอง แต่ป๊าไม่ได้ตั้งใจนะลูก ป๊ารักเท็ดมากนะ เท็ดคือดวงใจของป๊า ดูแลเท็ดเองทุกขั้นตอน ไม่เคยขาดตกบกพร่อง ดูแลดีกว่าดูแลตัวเองเสียอีก...