หน้าแรก บล็อก หน้า 477

สองตา,ยาย รีบขับรถมารับแมวกว่า 300 กิโลเพราะรู้ว่าปีใหม่นี้จะมีแมวมาอยู่ด้วยที่บ้าน

เมื่อไม่นานมานี้ผู้ใช้เฟสบุ๊กคุณ : Rana Deng ได้เผยเรื่องราวสุดน่ารักของคุณยายกับคุณตา และเจ้าเหมียวที่เธอได้เลี้ยงมันเอาไว้ โดยเธอนั้นได้มาทำงานที่ต่างจังหวัดและอยากพาแมวกลับบ้านที่ต่างจังหวัดด้วย พอคุณตาคุณยายรู้ข่าวว่าจะเอาแมวมา ท่านทั้งสองตัดสินใจขับรถกว่า 300 กิโล เพื่อมารับเธอและแมวกลับบ้านไปด้วยกัน . แต่ก่อนหน้านี้ก่อนที่เธอจะมีแมว คุณตาคุณยายไม่ได้ขับรถมารับแบบนี้หรอกนะ เธอจะอาศัยนั่งรถตู้และขึ้นรถไฟกลับบ้านเองทุกครั้ง แต่พอมีแมวเท่านั้นแหละ คุณตากับคุณยายรีบขับรถมารับเลยจ้า..... โดยเจ้าของโพสต์ได้ระบุข้อความเอาไว้ว่า จุนตา จุนยาย มารับกลับบ้านช่วงปีใหม่ฮะ... นี่ทำงานต่างจังหวัด หยุดปีใหม่หลายวันก็ว่าจะพาแมวกลับไปด้วย ก็บอกที่บ้านว่าจะพากลับรถไฟ เพราะขึ้นรถอื่นไม่ได้ (ปกติเรากลับบ้านเองกับรถตู้)แต่บอกที่บ้านว่ามันตัวใหญ่มากแล้ว ตะกร้าเดิมแคบ นั่งรถไฟคงอึดอัดน่าดู... สองตายายรีบพูดเลยจ้า เดี๋ยวขึ้นไปรับเองถึงที่ กลัวแมวนั่งรถไฟลำบาก... แค่300กว่าโลเอง ยะลา-นครศรีธรรมราช  ขอบใจแกนะก้า ที่ให้เราติดรถกลับมาด้วย...เขาไม่ได้มารับเรา เขามารับแมว ฮ่าฮ่าฮ่า   ขอขอบคุณ : Rana Deng

ไอ้ไฝโจร500 แอบย่องมาขโมยข้าวหมายามดึกแต่เกิดพลาดตัวติดบนหลังคา 5 วันร้องขอให้ทาสแมวช่วย

หากเพื่อนๆที่เป็นทาสแมวอยู่แล้วนั้นก็คงจะเข้าใจความติสของเหล่าเจ้าเหมียวในแต่ละตัวดี เพราะด้วยความที่เป็นแมวนั้นจะมีลักษณะนิสัยที่ไม่เหมือนหมาพวกเขาไม่สามารถคาดคะเนหรือคาดเดานิสัยของพวกเขาได้เลยจริงๆ เอาง่ายๆว่าวันไหนนึกจะพูดรู้เรื่องขึ้นมาก็คือรู้เรื่องแบบงงๆ ซึ่งถ้าวันไหนนึกจะไม่รู้เรื่องขึ้นมาเลยก็คือไม่รู้เรื่องเลยจริงๆ เช่นเดียวกับเจ้าเหมียวที่มีชื่อว่า ไอ้ไฝตัวนี้ หลังผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า Ploy ได้เล่าเรื่องสนุกชวนปวดหัวให้กับเพื่อนๆในกลุ่มคนรักแมวอย่าง ทาสแมว ลงในกลุ่ม หลังจากที่เจ้าเหมียวตัวอ้วนที่มีนามว่าไอ้ไฝนั้นชอบแอบย่องมากินข้าวหมาที่บ้านในทุกๆคืน แต่แล้ววันนึงเจ้าเหมียวอ้วนตัวแสบก็ดันไปติดอยู่ที่หลังคาบ้านคนอื่นร่วมเป็นเวลากว่า 5 วันที่เจ้าไอ้ไฝนั้นติดอยู่บนนั้นซึ่งทางแม่ของผู้โพสต์เองก็เดือดร้อนเพราะด้วยเมื่อเวลาที่ไอ้ไฝเห็นหน้าแม่ของผู้โพสต์ทีไรไอ้ไฝก็จะส่งเสียงร้องแหกปากลั่นบ้านแบบไม่หยุดราวกับเป็นลูกเป็นหลานหรือเป็นเจ้าของเลยก็ว่าได้ ซึ่งงานนี้เลยลามปามไปถึงหน่วยกู้ภัยให้เข้ามาช่วยเหลือ เพราะด้วยความสงสารเลยต้องหาข้าวหาน้ำไปประเคนให้ถึงที่แบบยกใหญ่ไหนจะบนหลังคาบ้านที่ร้อนระอุเลยพยายามช่วยกันอย่างสุดความสามารถและเมื่อกู้ภัยมาถึงไอ้ไฝก็แผลงฤทธิ์อันหาญกล้าหลังจากที่เขาระดมพลช่วยเหลือกันมาเข้าวันที่ 6 ซึ่งไอไฝ้นั้นค่อยๆกระโดดลงมาจากกำแพงที่สูงส่งแล้วจั๊มพ์ลงบนพื้นราวกับนักกีฬาเหรียญทองอันดับหนึ่งในทีมยิมนาสติกหญิงประเภทเดียว เสร็จแล้วเดินชิคๆคูลๆ งานนี้ทำเอาทั้งกู้ภัยทั้งคนแถวบ้านที่ระดมกันมาเกือบหมดหมู่บ้านเงียบสนิทกริบกันทั้งวง ซึ่งเรื่องราวนี้ก็ได้สร้างเสียงหัวเราะและรอยยิ้มให้กับเพื่อนๆในกลุ่มกันเป็นอย่างมาก และอย่างที่บอกเอาไว้ข้างต้นว่าแมวนั้นเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่สามารถคาดเดาได้จริงๆ ขอขอบคุณข้อมูลจาก Ploy Kanud

หนุ่มประกอบโดเรม่อนนานนับสัปดาห์ แต่ต้องมาพังทลายลงเพราะพี่ส้มอยากเข้าไปสำรวจดูใกล้ๆ

การมีแมวก็เหมือนเลี้ยงเด็กตัวน้อยๆ ในบางครั้งพวกเขาก็มักทำให้เรายิ้มได้อยู่เสมอ พวกเขาชอบทำอะไรให้ดูน่ารักอยู่ตลอดเวลา แต่ๆการเลี้ยงแมวก็มักนำเรื่องปวดหัวเข้าบ้านเหมือนกันนะเหมือนกับพี่ส้มตัวนี้ ที่มันนั้นทำโดเรม่อนของลูกค้าตกแตกหลังประกอบเลโก้ตัวนี้นานนับสัปดาห์ . เมื่อไม่นานมานี้ผู้ใช้เฟสบุ๊กคุณ : ภูมิมัย พรทอง ได้เผยเรื่องราวสุดปวดหัวของเจ้าแมวสีส้มที่เขานั้นได้เลี้ยงมันเอาไว้ โดยพี่ส้มตัวนี้เพิ่งมอบของขวัญปีใหม่ให้กับทาสของเขา พี่ส้มได้ก่อวีรกรรมไม่รู้ไปทำอิท่าไหนทำให้โดเรม่อนของลูกค้าที่กำลังจะส่งมอบต้องแตกสลาย โดยทางผู้โพสต์เองได้ประกอบอาชีพค้าขายพวกฟิกเกอร์และตัวต่อเลโก้ในรูปแบบต่างๆ ซึ่งลูกค้าได้สั่งให้ประกอบตัวเลโก้โดเรม่อนในราคา 4,500 บาท และลูกค้าเองได้กำชับเอาไว้ว่าจะมารับของก่อนวันปีใหม่ หนุ่มเจ้าของร้านใช้เวลาในการประกอบเลโก้โดเรม่อนนานนับสัปดาห์ และเขาก็ทำมันจนสำเร็จเตรียมส่งมอบให้กับลูกค้า แต่พี่ส้มเหมือนรู้ว่าจะถึงวันปีใหม่แล้ว ก็เลยกระโดดจะขึ้นไปสำรวจดูหน้าตาของแมวสีฟ้าจากโลกอนาคต แต่พอกระโดดขึ้นไปเท่านั้นแหละ พี่ม่อนของเราก็ตกลงมาแตกสลายเหลือไว้เพียงแค่ความทรงจำ แถมพี่ส้มเองยังทำหน้าไม่มีสำนึกนอนเกลือกกลิ้งไปกับพื้นอีกต่างหาก โอ้ยยยย...เจอแบบนี้เข้าไปมีปวดหัวกันบ้างแหละเนอะ จนเรื่องราวถูกโพสต์ในโลกออนไลน์และมีผู้คนมากมายแชร์ส่งต่อเรื่องราวนี้ไปหลายหมื่นครั้งเข้าไปแล้ว ที่มา : ภูมิมัย พรทอง

แม่หมาตัวจริง หลังต้องกลับบ้านที่ต่างจังหวัดหมาก็เยอะแต่ยังไงก็ต้องไปด้วยกันให้หมด

เมื่อไม่นานมานี้ผู้ใช้เฟสบุ๊กคุณ : บัลลังก์ขวัญ คำลือ ได้เผยเรื่องราวหลังเธอนั้นจะต้องกลับบ้านที่ต่างจังหวัด และตัวเธอเองจำต้องพาน้องหมาไปด้วยเพราะไม่มีใครดูแลอยู่ที่บ้าน เธอก็เลยคิดไอเดียเด็ดทำกรงน้องหมาให้อยู่ที่ท้ายรถกระบะ น้องจะได้ไม่ตกรถ พร้อมมีที่บังแดดให้ การเดินทางในครั้งนี้ปลอดภัยหายห่วงแน่นอน . โดยเจ้าของโพสต์ได้ระบุข้อความเอาไว้ว่า เมื่อก่อนอยากได้ supper car เลี้ยงไปเลี้ยงมาอยากได้รถเมย์ รถเมย์คันกี่บาท กรงนี้แม่ออกแบบจ้างคนมาเชื่อม เวลาขับรถกลับเหนือ ถ้าจ้างตั้งแต่ความคิดก็แพง ถ้าจ้างความรักในสมองเราก็ถูก ลองหาแนวคิดกันบางอย่างเราทำเองได้ทำ ไม่ต้องเก่งทุกเรื่อง ทั้งหมดใช้ไปเกือบ3000 แต่เราเรียนรู้ได้ทุกเรื่องนะ. มันจะได้ไม่ตกรถ เดี๋ยวมันไปทำบ้านเขาฉิบหาย 555 บ๊ายบายแม่เดินทางตอนเย็น ลูกไม่ร้อน เดินทางปลอดภัยทุกบ้านนะ. อย่าเอาลูกไว้หลังกระบะนะ ลูกใครตกหาย  ละมาโพสต์ด่าซ้ำเด้อ ขนของแล้วนะ เตรียมไปอีก2วัน ตาโทรมา พวกเอ็งแม่ลูกไม่ต้องมา เดี๋ยวตาไปเอง ไก่ชนรุ่นนี้ตาเพิ่งถอยมา อยากกลับบ้านนอกนะตา มึงอยากกลับบ้านนอก หรือมึงอยากอยู่นอกกองมรดก เจ็บ 5555 ปล.เอาไปทำตามได้เลยนะคะ หนูทำมาเพื่อทุกรถแต่ความกว้างยาวต้องไปปรับให้เหมาะกับรถที่ใช้ค่ะ   ขอขอบคุณ : บัลลังก์ขวัญ คำลือ‎

นอนเฝ้าตาละห้อยเควิ้งคว้างริมทางยกระดับ หลังถูกเอามาปล่อยทิ้งเฝ้ารอด้วยความหวังและใจที่มี

หากเพื่อนๆที่ได้เลี้ยงสุนัขแล้วก็คงจะเข้าใจดีว่าสุนัขนั้นเป็นสัตว์ที่จะรักเจ้าของไปจนกว่าจะสิ้นใจ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานมากเพียงใดพวกเขาก็มักที่จะจดจำผู้เป็นเจ้าของได้อยู่เสมอ ซึ่งถ้าหากเลี้ยงพวกเขาแล้วพวกเขาก็จะเลือกที่จะจงรักภักดีต่อผู้เป็นเจ้าของอย่างไม่มีวันเปลี่ยนแปลง เช่นเดียวกับเรื่องราวนี้หลังจากกรณีที่พลเมืองดีได้เล่าว่า เมื่อตอนเวลา 08.40 น. ได้ขับรถผ่านถนนเส้นกาญจนาตะวันตก แยกเข้าเส้นตัดใหม่ตรงบางเดื่อ อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี เพื่อที่จะมุ่งหน้าไปที่ถนนราชพฤกษ์ในช่วงม้วนขึ้นสะพานต่างระดับ 346 "ผมเจอน้องหมานอนอยู่ฝั่งด้านซ้าย ช่วงม้วนขึ้นเส้นถนน 346 มุ่งหน้าราชพฤกษ์" โดยน้องหมาตัวนี้น่าจะโดนรถ ชนเลยนอนอยู่กับที่ลุกไม่ขึ้นเลยได้แต่ผงกหัวมองรถที่ผ่านไปมาเรื่อยๆ โดยไม่มีใครให้ความช่วยเหลือเลย จึงรบกวนให้หน่วยกู้ชีพปทุมธานี ได้เข้าไปช่วยน้องหมาตัวนี้หน่อย เพราะสงสารน้องหมามากๆ ด้วยอากาศที่ร้อนและต้องนั่งตากแดดทั้งวัน ข้าวน้ำก็คงไม่ได้กินเพราะไม่สามารถขยับตัวไปไหนได้ แถมยังอยู่ในถนนเส้นหลักที่บนทางยกระดับที่มีรถสัญจรผ่านไปมาตลอด  ซึงคาดว่าน่าจะถูกนำมาปล่อยทิ้งเอาไว้และก็คงนั่งเฝ้ารอผู้เป็นเจ้าของกลับมารับด้วยความหวังที่มีเลยยังเฝ้ารอคอยอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน เพราะปัจจุบันนี้คนไม่กล้านำน้องหมาไปปล่อยที่วัดเพราะกลัวและละอายต่อบาป เลยนำมาปล่อยตามขอบทางบนถนนที่ลับตาคนแทน แล้วปล่อยให้น้องหมาใช้ชีวิตเอาตัวรอดเอาเอง อีกทั้งบางวัดสมัยนี้ก็มีกล้องวงจรปิด ที่สามารถตรวจสอบคนที่เอาสุนัขมาปล่อยตามวัดได้อีกด้วย จึงทำให้คนกลัว พรบ คุ้มครองสัตว์กันเลยเลือกที่จะปล่อยกันตามถนนในช่วงเวลาช่วงกลางคืนเพื่อให้ตัวคนปล่อยเองนั้นรู้สึกผิดน้อยลง พอเจ้าหน้าที่โทรให้ไปช่วยเหลือบอกปุ๊บก็ควบรถบิดหน้าตั้งไปช่วยเหลือน้องหมาในทันที พร้อมกับทีมกู้ชีพตามมาสมทบ โดยเบื้องต้นอาสาในจังหวัดปทุมธานีได้แจ้งว่า คืนนี้จะนำน้องหมานั้นกลับไปพักที่บ้านของน้องอาสาสมัครในทีมก่อน และในวันพรุ่งนี้เจะนำส่งให้กับผู้ที่แจ้งความประสงค์ที่จะรับน้องหมาไปดูแลอีกต่อไป โดยขาหลังด้านซ้ายของน้องหมานั้นเจ็บโดยไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดแต่สามารถเดินได้แบบกระเผลกๆอีกทั้งน้องหมานั้นมีอายุมากแล้ว ซึ่งทั้งนี้หากเพื่อนๆท่านไหนประสงค์จะช่วยเหลือหรืออยากรับน้องไปเลี้ยงก็สามารถติดต่อไปได้ที่ต้นโพสต์ได้เลยนะคะ ขอขอบคุณข้อมูลจาก smilesmine

ยังเฝ้ารอแม่อย่างมีหวัง หลังแม่หมาหายไปเลยต้องเฝ้าดูแลกันลำพัง อาหารไม่มีตกถึงท้อง

เพราะอีกหลายชีวิตนั้นเลือกที่จะเกิดมามีความสุขสบายไม่ได้ หากในวันนี้คุณท้อหรือหมดกำลังใจอยากให้ลองมองไปดูอีกหลายชีวิตที่ไม่สามารถเกิดมาเป็นคนได้อย่างเราๆ ไม่สามารถพูดหรือร้องขอความช่วยเหลือจากใครได้เลย ด้วยที่เกิดมาเป็นสัตว์จรไม่มีปากเสียงที่จะไปประกาศบอกใครว่าพวกตนนั้นกำลังเดือดร้อน เช่นเดียวกับเรื่องราวนี้หลังผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า บ้านขนมหวาน คุณยาย ได้นำเรื่องราวของเหล่าเจ้าตูบตัวน้อยๆมาโพสต์ลงในกลุ่ม รักหมาแมวจร หาบ้านฟรี หลังจากที่ได้พบพวกเขาอยู่กันเพียงลำพังในป่า ซึ่งตามหาแม่หมานั้นไม่พบเลยไม่รู้ว่าโดนทำร้ายหรือเป็นยังไงก็ไม่รู้เพราะตามหาไม่พบ ซึ่งปล่อยให้ลูกๆนั้นอยู่กันเพียงลำพัง และตัวน้องหมาเองก็ยังเล็กมากจนไม่สามารถหาอาหารกินกันได้เอง ผู้โพสต์จึงต้องนำอาหารมาให้เด็กๆในทุกๆวันเพราะถ้าไม่มาพวกเขาก็คงต้องอด ซึ่งผู้โพสต์ได้ระบุข้อความเอาไว้ด้วยว่า "หมาน้อยมี 2 คอกเล็กกับใหญ่ แม่มันไม่รู้ว่าใครทำร้ายมันหรือปล่าวหายไปไม่กลับมาหาลูกหลายวัน" "น่าสงสารลูกมันมากอยู่ตามลำพัง..เราจะวิ่งไปขุนให้ทุกวันก็ไม่มีเวลา..ใครผ่านมาช่วยให้อาหารมันหน่อยนะ เส้นขาไปพัทยามาจากฟามแกะพัทยาอยู่ฝั่งซ้ายมือที่โล่ง..ตรงข้ามกับหมู่บ้านศิริษา" และหลังจากที่โพสต์ดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไปก็ได้มีเพื่อนๆในโลกออนไลน์หลายคนเข้ามาแสดงความคิดเห็น และสนใจที่จะรับเลี้ยงน้องๆแต่ทว่าด้วยจำนวนน้องๆที่มากจึงยังไม่สามารถหาบ้านได้หมดและตัวผู้โพสต์เองก็ทำได้เพียงนำอาหารไปให้น้องๆได้เพียงแค่บางวันเนื่องจากไม่มีเวลาแต่ก็สามารถนำไปหาที่อยู่ของน้องๆได้ ซึ่งหากเพื่อนๆคนไหนสนใจอยากจะได้น้องๆไปเลี้ยงก็สามารถติดต่อไปได้ที่ต้นโพสต์ได้เลยนะคะ ขอเพียงแค่ข้าววันละมื้อให้ได้อิ่มท้องที่หลบแดดหลบฝนเพียงเท่านั้น ขอขอบคุณข้อมูลจาก บ้านขนมหวาน คุณยาย

มีเจ้าของก็เหมือนไม่มี ทำเหมือนเขาไม่มีชีวิตจิตใจตอนเขาท้องก็จะเอาลูกมันไปปล่อย

เมื่อไม่นานมานี้ผู้ใช้เฟสบุ๊กคุณ : Wanyarin Phakdee ได้เผยเรื่องราวของลูกหมาตัวหนึ่ง มันเป็นลูกหมาของเพื่อนบ้านที่ปล่อยปละละเลย ข้าวได้กินบ้างไม่ได้กินบ้าง แถมน้ำไม่เคยได้อาบ พอเดินไปพูดตรงๆก็ไม่สนใจทำเหมือนกับหมามันไม่ชีวิตจิตใจ เธอก็เลยนำเรื่องราวโพสต์ลงในกลุ่มรักหมาจัง . โดยเจ้าของโพสต์ได้ระบุข้อความเอาไว้ว่า หมามีเจ้าของแต่เหมือนไม่มี น้องหมาตัวนี้ เพศเมีย อายุประมาณ5เดือนได้ อาศัยอยู่กับเจ้าของซึ่งอยู่ใกล้ๆบ้านเรา แต่เจ้าของไม่เคยสนใจเลยค่ะ ข้าวก็ได้กินบ้างไม่ได้กินบ้าง น้ำไม่เคยได้อาบ แต่น้องจะชอบมาเล่นกับหมาเราที่บ้าน ก็จะได้กินข้าว กินนม เราอาบน้ำให้ พาไปฉีดวัคซีน จนเมื่อ2สัปดาห์ที่ผ่านมา น้องเป็นฮีส ซึ่งเจ้าของก็ไม่สนใจตามเคย จนมีคนตามเราไปดู เห็นหมาตัวผู้รุม เราเลยรีบเอากลับบ้านไปส่งยังบ้านเจ้าของ แล้วบอกเค้าว่า น้องโดนผสมแล้วนะ แทนที่จะกักบริเวณ แต่สิ่งที่เจ้าของน้องพูดกับเราคือ...”ท้องก็ปล่อยมันท้อง ออกมาก็เอาไปปล่อย” เราได้ยินก็พูดไม่ออก นาทีนั้น เลยตัดสินใจว่า จะเอาน้องไปทำหมัน เราเลยแจ้งเจ้าของไปว่า จะเอาน้องไปทำหมัน อาจต้องพักฟื้นกับหมอ 2-3 วัน เพราะเดี๋ยวไม่มีคนดูแลแผลให้ ซึ่งเจ้าของก็บอกเราอีกว่า “ เอาไปไหนก็ไป ไปนานๆเลยก็ได้ แล้วค่าทำหมัน ใครเอาไปก็จ่ายเองนะ” จุกเลยค่ะ ได้ยินแบบนี้ เราไม่ได้ร่ำรวยอะไร แต่เราก็อดสงสารเค้าไม่ได้ อยากให้มีเจ้าของที่รักเค้ากว่านี้ เพราะนางก็สวย และน่ารักมากๆเลยค่ะ ถึงอย่างไรก็ตามก็ต้องขอขอบคุณสาวใจดีที่คอยเลี้ยงดูน้อง ถึงแม้น้องจะอยู่กับเจ้าของที่แย่ แต่เรื่องแย่ๆก็ยังมีเรื่องที่ดีอยู่บ้างแหละเนอะคุณช่วยเติมเต็มชีวิตของลูกหมาตัวนึงให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง หลังจากนี้ทางผู้โพสต์เองก็ต้องดูแลน้องต่อไปแม้เจ้าของจะไม่ต้องการ แต่ไม่รู้ว่าจะเลี้ยงได้นานแค่ไหนนะเพราะที่บ้านเธอก็มีหมาอยู่...

เด้นตัวน้อยแอบย่องมาหาพี่ไซข้างบ้านทุกวัน แถมนั่งเฝ้าหน้ารั้วไม่ไปไหนเพราะอยากมีเพื่อนเล่น

โดยปกติแล้วเพื่อนๆที่ได้เลี้ยงสุนัขหรือได้เคยสัมผัสกับสุนัขนั้นก็คงจะรู้ดีกันอยู่แล้วว่าสุนัขพันธุ์โกลเด้นรีทรีฟเวอร์นั้นเป็นสุนัขที่แสนจะน่ารักและเป็นมิตรกับทุกๆคน ไม่ว่าจะเป็นกับสุนัขด้วยกันหรือกับเพื่อนมนุษย์พวกเขาก็มักจะเป็นมิตรกับทุกๆคน เช่นเดียวกับเรื่องราวนี้ เพราะด้วยสายพันธุ์ของพวกเขานั้นสามารถปล่อยเอาไว้ให้เล่นเป็นเพื่อนๆกับเด็กๆหรือลูกหลานของเราได้อย่างสบายใจ ซึ่งค่อนข้างที่จะติดคนและให้เจ้าของสนใจมากเป็นพิเศษหรือเรียกได้ว่าอยากได้ความสนใจมากไปเลยด้วยซ้ำ ซึ่งไม่ว่าใครก็ตามที่ได้เห็นก็อยากจะเป็นเพื่อนกับเขาไปเสียหมด ไม่เว้นแม้แต่โจรหรือขโมยน้องเด้นทั้งหลายก็อยากที่จะเป็นเพื่อนเล่นกับเขาไปด้วย โดยเรื่องราวสุดน่ารักนี้เกิดขึ้นระหว่างเจ้าไซบีเรียนฮัสกี้กับเจ้าเด้นตัวน้อย ลูกสุนัขพันธุ์โกลเด้นรีทรีฟเวอร์พร้อมกับความอ้อนสุดน่ารักที่พร้อมจะทำให้เหล่าคนรักสุนัขเทใจให้ไปทั้งใจเลยทีเดียว หลังจากที่ผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า Jeerawan Soprom ได้โพสต์เล่าเรื่องราวของเจ้าไซบีเรียนของเขาและเจ้าเด้นตัวน้อยของเพื่อนบ้าน ที่มาแอบมานั่งเฝ้าดูเจ้าไซบีเรียนของเขาเพราะด้วยความที่อยากที่จะมีเพื่อนเล่น โดยผู้โพสต์รายดังกล่าวได้โพสต์เล่าเรื่องราวลงในกลุ่ม i like husky คนรักไซบีเรียนฮัสกี้ โดยที่เจ้าโกลเด้นตัวน้อยตัวนี้ มักจะชอบที่จะแวะเวียนมาทักทายสุนัขไซบีเรียนฮัสกี้ของเขาอยู่เสมอๆ และเจ้าเด้นตัวน้อยก็มักจะแวะมานั่งจ้องมองหน้าเจ้าไซที่นอนเล่นอยู่ตรงหน้าบ้านอยู่เสมอ โดยทำได้เพียงแค่สอดสายตาออดอ้อนผ่านรั้วหน้าบ้านเข้ามา แถมส่งยิ้มเพื่อขอเป็นมิตรไมตรีมาโดยตลอด โดยภาพดังกล่าวทำให้สมาชิกในกลุ่มคนรักไซบีเรียนฮัสกี้ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไปตามๆกัน เพราะทำเอาห้ามใจไม่ไหวที่จะบอกกับผู้โพสต์ว่าช่วยเปิดประตูให้น้องเถอะ ทั้งคู่จะได้เล่นด้วยกันเสียที ซึ่งผู้โพสต์เองก็มีเหตุผลที่ไม่เปิดประตูให้น้องเด้นเข้ามาเล่นในบ้านเพราะว่าน้องเด้นนั้นยังเล็กมากๆ ซึ่งผู้โพสต์เองก็กลัวว่าน้องเด้นนั้นจะทนแรงสู้เจ้าไซไม่ไหวเพราะเจ้าไซของเธอนั้นโตแล้ว จึงกลัวว่าจะเกิดอาการบาดเจ็บขึ้นกับน้องเด้นได้เลยไม่ได้เปิดประตูให้ทั้งสองนั้นเล่นด้วยกัน น้องเด้นก็เลยทำได้เพียงแค่นั่งทำหน้าทำตาปริบๆอยู่ที่หน้ารั้วบ้าน งานนี้คงต้องรอให้หนูโตก่อนนะลูกเดี๋ยวพี่ไซเค้าจะเล่นแรงเกินไปแล้วหนูจะเจ็บตัวเอาได้ ขอขอบคุณข้อมูลจาก Jeerawan Soprom

พี่แดงหมาจรไร้บ้านมุดรั้วมาหาลูกสาว มันได้แต่มองอยู่ห่างๆอยากจะเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว

เมื่อไม่นานมานี้ผู้ใช้เฟสบุ๊กคุณ : อรุณวรรณ สมสุข ได้เผยเรื่องราวของพี่แดง พี่แดงเป็นหมาจรที่แอบมาชอบลูกสาวภายในบ้าน แต่พี่แดงก็กล้าๆกลัวๆ แอบมุดเข้ามาอยู่ในบ้านได้แต่นั่งมองคนในบ้านว่าทำอะไรกันบ้าง พี่แดงก็คงอยากเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวจนผู้โพสต์ตัดสินใจรับพี่แดงมาอยู่ในบ้าน จากจุดเริ่มต้นที่แอบมาชอบลูกสาวแต่ปัจจุบันพี่แดงกลายเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว . โดยเจ้าของโพสต์ได้ระบุข้อความเอาไว้ว่า พี่แดงคือหมาจรที่มาชอบพอลูกสาวที่บ้านเมื่อสองปีก่อน มุดรั้วกัดที่กั้นจนขาด เพื่อเข้ามาเฝ้าหนูเป็ด(ลูกสาว) ด้วยที่ลูกสาวทำหมันกันทั้งบ้าน แม่เลยไม่ได้ห้ามปรามอะไร ตอนที่ให้ข้าวเด็กๆ เลยให้พี่แดงไปด้วย ... ตอนที่แดงมาแรกๆนั้น แววตาดูไม่ไว้ใจใคร ไม่ให้จับตัว แต่ตอนนั้นคิดว่าหลังติดสาวคงจะกลับบ้านเอง ผ่านมาเกือบเดือน ยังเห็นแดงมุดรั้วมาทุกวัน นอนไกลๆ ดูทุกๆอย่างที่คนในบ้านทำ เวลาเรากอดเด็กๆ แดงจะมองตาม แต่ไม่เคยเข้าใกล้... เราไปสอบถามคนแถวๆนั้นว่าแดงมาจากบ้านไหน เขาว่ามีคนเอามาเลี้ยง แต่เขาเป็นพนักงานร้าน พอร้านย้าย เลยย้ายกันไป โดยทิ้งแดงไว้ที่นี่ ... แดงเลยมานอนที่บ้านโดยปริยาย... แรกๆที่มา จะหวงที่บ้านมาก ใครเดินผ่านแทบไม่ได้ ไล่กัดเขา จนบางทีเราคิดว่าจะทำไงกับแดงดี แต่เมื่อคิดว่า แดงคงหวงบ้านตามประสาเลยตัดสินใจต้องสอนว่าแบบไหนเราชอบและไม่ชอบ... ปัจจุบันนี้ แดงไม่ไล่กัดใครไปทั่ว (อาจมีแอบเกเรบ้าง แต่แอบๆ) และเข้ามานอนในบ้านอย่างสบายใจ ชอบการกอดที่สุด ยิ่งเวลานอน ถ้าได้นอนซบข้างๆ หรือบนตัว แดงจะหลับสนิท จนไม่เหลือความระแวงใดๆ ... เวลากลางคืนที่บ้านปล่อยเด็กๆวิ่ง ไปกินหญ้าตามริมคลอง ถ้าเราปิดประตูโดยที่ไม่รู้ว่าเข้ามากันครบไหม แดงจะเห่าและมองไปที่ริมคลอง บอกว่าลูกสาวยังเข้าบ้านไม่ครบ... อยากจะเล่าความประทับใจนี้...

ตูบผู้ซื่อสัตย์ เดินฝ่าฝูงหมาเดินตามหาเจ้าของกว่า6กิโลเมตร เพื่อตอบแทนบุญคุณที่เลี้ยงมา

เพื่อนที่ดีที่สุดคือสุนัข คำๆนี้ยังใช้ได้ดีอยู่เสมอ...สุนัขเป็นสัตว์ที่ซื่อสัตย์และจะรักเจ้าของเพียงคนเดียง ไม่ว่าเจ้าของจะมีลมหายใจอยู่หรือไม่เหมือนกับเจ้าตูบตัวนี้ โดยมันนั้นได้เดินไกลกว่า 6 กิโล เพื่อเฝ้าเจ้านายเป็นครั้งสุดท้าย และเจ้าตูบเองก็ไม่ยอมลุกไปไหนจะขอนั่งอยู่ใกล้ๆจนผู้คนที่พบเห็นต่างสงสาร . สุนัขตัวนี้เขารู้ว่าเจ้านายของเขาจะไม่มีวันกลับมาอีกแล้ว มันเดินฝ่าฝูงหมามานับไม่ถ้วนเพื่อตามหาร่างของเจ้านายที่ไร้ลมหายใจ ใจนึงก็กลัวฝูงหมาแต่อีกใจก็อยากตอบแทนบุญคุณที่เลี้ยงมันมา ไปนั่งเฝ้าเจ้าของก็ยังดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย ชาวเน็ตได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นและกล่าวว่า แล้วหลังจากนี้น้องจะมีใครดูแลต่อมั้ย ใครจะให้อาหาร ใครจะคอยเลี้ยงดู และผู้โพสต์ก็ได้เข้ามาตอบว่าไม่ต้องเป็นห่วงนะ มีคนคอยดูแลต่อครับ นี่แหละเนอะความรักที่ยิ่งใหญ่ ความรักของสุนัขมันมากมายกว่าความรักของมนุษย์อย่างเราๆเสียอีก เขาจะรักเจ้านายจนวินาทีสุดท้ายและจะไม่มีวันลืมบุญคุณที่ทำเพื่อเขาเลยจริงๆ   ขอขอบคุณ : พ.จ.อ.รุ่งเรือง โชตินอก