หน้าแรก บล็อก หน้า 343

สาวไทยในต่างประเทศ ตกหลุมรักแมวจรแถวบ้านรูปร่างเหมือนหมี ดูแล้วเหมือนหิวไม่ได้กินอะไรมาหลายวัน

เมื่อไม่นานมานี้ผู้ใช้เฟสบุ๊กคุณ : Lily Mumford ได้เผยเรื่องราวที่เธอนั้นได้ตกหลุมรักแมวจรตัวอ้วน ที่ชอบมาออดอ้อนเธอถึงหน้าบ้าน โดยสาวรายนี้เธออาศัยอยู่ในต่างประเทศและก็ได้พบเจอกับเจ้าอ้วนแทบทุกเช้า น้องชอบมาออดอ้อนเหมือนไม่ได้กินอะไรมาหลายวันถ้าดูจากขนาดตัวและรูปร่าง ฮ่าฮ่า . โดยเจ้าของโพสต์ได้ระบุข้อความเอาไว้ว่า แมวจรแถวบ้าน วันนี้น้องมาหาอีกแล้วค่ะ “ ทำไมไม่เอาน้องไปเลี้ยง “ เคยเอาเข้าบ้านแล้วค่ะ ร้องลั่นบ้านเลย แค่นี้เขาก็ถือว่าอยู่ในบริเวณบ้านแล้วค่ะ และที่บ้านมีแมว5 ตัว น้องอ้วนเคยฟัดแมวเราตอนออกมาข้างนอกด้วยค่ะ เมื่อคืนหนาวเลยหาอะไรมาทำบ้านให้อยู่ไปก่อน แฟนบอกว่าเดี๋ยวจะมาสร้างบ้านแมวให้ บ้านคนตอนนี้ก็กำลังสร้างเหมือนกัน  “ จรจริงป่าวเนี่ย “ ไม่สามารถปักใจเชื่อได้เช่นกันค่ะ อ้วนขนาดนี้ ตอนนี้ก็คือให้จับแล้ว ไปไหนเดินตาม เป็นเพื่อนเลี้ยงไก่ *เหมือนหูน้องจะขาดตรงปลายข้างนึงค่ะ และเธอยังบอกอีกด้วยว่า แต่ดูจากหุ่นแล้ว น่าจะไปกินมาหลายบ้าน นางมาร้องเวลาเห็นเราเดินออกมา เราก็ต้องหาไรให้กินทุกครั้ง แต่เขาไม่ยอมเข้าบ้าน สงสัยน้องจะชอบอิสระได้เดินไปไหนมาไหนอย่างที่ใจต้องการแหละเนอะ เห็นแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่าน้องเป็นแมวจรจริงหรือเปล่าเนี่ย ทำไมหุ่นของแกดูเหมือนจะไม่ได้ขาดสารอาหารเลยแม้แต่น้อย สงสัยนางจะไปกินหลายบ้าน วันนึงก็หลายมื้อ พอหลายมื้อก็เลยอ้วนตุ๊บอย่างที่เราๆเห็น ฮ่าฮ่า แต่เธอก็อยากเลี้ยงน้องไว้ที่บ้านนะ แต่น้องร้องลั่นบ้านเลย สงสัยชอบเป็นแมวจรมากกว่าการเป็นแมวบ้านแหละเนอะ หุ่นเธอช่างเป็นทรงกลมกว่าใครๆเลยนะเจ้าอ้วนนนนน ไม่ต้องห่วงน้องนะน้องได้กินทั้งวันอยู่แล้วถ้าดูจากรูปร่างแอดเองตั้งหัวข้อประชดไปอย่างงั้นแหละ ฮ่าาา   ขอขอบคุณ : Lily Mumford

ของขวัญวันปีใหม่ให้กับหมาจรผู้หิวโหย กับมื้อพิเศษที่จะทำให้เขาจดจำไปตลอดทั้งชีวิต

เมื่อไม่นานมานี้ผู้ใช้เฟสบุ๊กคุณ : Somdech Pachanapreeda ได้เผยเรื่องราวสุดน่ารักก่อนวันขึ้นปีใหม่ ของเจ้าชะเง้อ หมาจรแถวบ้านของหนุ่มผู้โพสต์ โดยเขานั้นก็มักให้ข้าวให้น้ำอยู่เป็นประจำและในวันขึ้นปีใหม่นี้ ทางตัวเขาเองก็มีของขวัญในวันขึ้นปีใหม่เป็นอาหารจานโต . ในวันขึ้นปีใหม่หลายๆคนอาจเฉลิมฉลองดื่มกินกันอย่างสนุกสนาน แต่ในวันปีใหม่ของหมาจรแล้วมันก็แค่วันๆหนึ่ง ไม่มีใครคิดจะไปสนใจอะไรกับน้องอยู่แล้ว แต่สำหรับหนุ่มใจดีรายดังกล่าวก็มีของขวัญเป็นอาหารจานโตที่จะทำให้น้องหมาจรเองจำไม่มีวันลืมเลย หนุ่มใจดีเตรียมอาหารมีทั้งลูกชิ้น ไส้กรอก ไก่ย่างของโปรดของสุนัข เจ้าชะเง้อเองเมื่อได้เห็นอาหารจานใหญ่นี้ ในตอนแรกน้องก็งงๆทำไมอาหารชุดนี้มันมีมากมาย ปกติจะได้กินข้าวคลุก แต่สำหรับวันนี้ชะเง้อจะดีใจเป็นพิเศษเลยนะ และเจ้าชะเง้อก็กินคนเดียวจนหมดเลย อิ่มไปหลายวันเลยนะลูก ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ทำเอาผู้คนในกลุ่มรักหมาต่างพากันเข้ามาชื่นชม ใครจะไปคิดว่าในวันขึ้นปีใหม่นี้จะมีคนคิดถึงหัวอกของหมาจร มื้อนี้เจ้าชะเง้อหมาจรอิ่มกว่าใครเพื่อนเลย ขอบคุณหนุ่มใจดีด้วยนะ นี่อาจเป็นมื้อที่อิ่มที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้   ที่มา Somdech Pachanapreeda

ไอ้ป๋องหมาเหงา ชอบหนีออกจากบ้านมามุดรั้วหาไอ้เปี๊ยกเพื่อนซี้ พอเริ่มอ้วนป๋องมุดจนตัวติดต้องคอยเรียกให้ไอ้เปี๊ยกช่วย

การเลี้ยงสุนัขนั้นก็เหมือนกับการที่เรานำเด็กตัวเล็กๆมาเลี้ยง ซึ่งสมองและความคิดของพวกเขาเองก็มีเท่าเพียงเด็กอายุสองขวบเพียงเท่านั้น และหากเราจะพูดถึงเด็กเล็กก็คงจะหนีไม่พ้นการเล่นซุกซนด้วยความเป็นเด็ก แล้วยิ่งถ้าหากมีเพื่อนบ้านเป็นรุ่นราวคราวเดียวกันแล้วก็ยิ่งเข้าไปกันใหญ่ เช่นเรื่องราวในวันนี้หลังจากที่ผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า ป้า แป้ง ได้นำเรื่องราวของเจ้าป๋องสุนัขตัวน้อยของเพื่อนบ้านข้างๆ พันธุ์พื้นเมืองตัวแสบที่เป็นสุนัขสุดอินดิ้ที่รู้จักเอาตัวรอด เพราะเมื่อเวลาที่เจ้าป๋องหิวก็มักจะแอบรอดรั้วบ้านเพื่อที่จะเข้ามากินอาหารที่มีใส่ในถ้วยเอาไว้ให้ตลอดเวลาและป๋องนั้นมีนิสัยที่เจียมเนื้อเจียมตัวสุดๆ ไม่สร้างความเดือดร้อนหรือความรำคาญใดๆป๋องเจียมตัวและอยู่เป็น แต่คือประเด็นนั้นอยู่ตรงที่ว่าเวลาที่ป๋องอยากจะไปไหนมาไหนป๋องก็จะไปตามทางของป๋องและไม่มีใครสามารถห้ามป๋องได้ แต่ทว่าป๋องมักจะตูดติดอยู่ที่หน้าประตูรั้วหน้าบ้านและไม่ว่าจะดึกเพียงใดผู้โพสต์ก็จะต้องมาดันเจ้าป๋องออกไปทุกที ซึ่งทั้งนี้ผู้โพสต์นั้นได้ระบุข้อความเอาไว้ลงในกลุ่ม Gluta Story Club ด้วยว่า "อยากจะเล่าเรื่องไอ้ป๋อง...ไอ้ป๋องคือหมาน้อยสีดำข้างบ้านพันธุ์พื้นเมืองทั่วไปหรืออะไรก็ม่ายรู้...ป๋องเป็นหมาเด็กที่รู้จักเอาตัวรอด เวลาหิวป๋องจะลอดรั้วเข้ามาขออาหารกินซึ่งก็มีใส่ในถ้วยไว้ตลอด เวลาเหงาก็ลอดรั้วเข้ามาขอเล่นด้วย" "ซึ่งบางทีก็ติดอยู่ตรงซี่รั้วต้องคอยดูมัน ป๋องไม่สร้างความรำคาญป๋องเจียมตัวป๋องอยู่เป็น...แต่ประเด็นคือป๋องอยากมาเวลาไหนก็มาป๋องคือหมาอินดิ้ ติดอยู่ตรงรั้วตอนกลางคืนดึกแค่ไหนก็ดันตูดมันออก....อ่อส่วนอีกตัวทีบ้านชื่อไอเปี๊ยก..ไอ้นี่ก็ตัวดีช่วยเรียกไอ้ป๋องเข้าบ้านเก่ง!!!" จึงกลายเป็นเรื่องราวสุดน่ารักระหว่างไอ้ป๋องเจ้าตูบน้อยตัวแสบที่รู้จักการเอาตัวรอดและเพื่อนสุนัขของผู้เป็นเจ้าของรายนี้อย่างไอ้เปี๊ยก ซึ่งหลังจากที่โพสต์ดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไปก็ได้มีผู้คนจำนวนมากเข้ามากดไลค์และสร้างรอยยิ้มให้กับคนในกลุ่มเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังทำให้สุนัขของเจ้าของรายนี้มีเพื่อนเล่นเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย ขอขอบคุณข้อมูลจาก ป้า แป้ง

และนี่คือการเที่ยวครั้งแรกของผม กับช่วงเวลาที่แสนสั้นที่เหลือและอาจจะเป็นครั้งสุดท้ายของชีวิต

ด้วยการที่ได้เกิดมามีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงนั้นเป็นพรที่ดีที่สุดสำหรับคนที่ป่วยเป็นโรคต่างๆ และจะต้องทนทุกข์อยู่กับโรคนั้นๆ ซึ่งหากเพื่อนๆหรือสัตว์เลี้ยงของเพื่อนๆได้เกิดมามีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงแล้วก็คงจะได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข เพราะบางชีวิตที่เลือกเกิดไม่ได้และต้องป่วยทนอยู่กับโรคนั้นๆมันช่างทุกข์ใจเหลือเกิน เช่นเดียวกับเรื่องราวของเจ้าเหมียวรายนี้หลังผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า อรพิน เหล่าลุมพุก ได้โพสต์เล่าเรื่องราวสุดเศร้าใจลงในกลุ่มคนรักแมวอย่างกลุ่ม ทาสแมว หลังจากที่เขานั้นได้พาเจ้าเหมียวสุดที่รักไปเที่ยวครั้งแรกในชีวิตแต่ทว่าความน่าเศร้าใจนั้นคือมันอาจจะเป็นครั้งสุดท้ายของเจ้าเหมียวเช่นเดียวกัน เพราะเจ้าเหมียวรายนี้ดันเป็นโรค FIV หรือที่รู้จักกันในโรคเอดส์แมวนั่นเอง ด้วยความดีใจของน้องที่ได้มาทะเลเป็นครั้งแรกแต่ก็ทำเอาเจ้าของนั้นสุดปวดใจเพราะด้วยโรคดังกล่าวนี้จะทำให้ภูมิคุ้มกันของเจ้าเหมียวนั้นอ่อนแอลงเรื่อยๆ แถมเจ้าเหมียวเองก็แก่มากแล้วคงจะเหลือเวลาอยู่ต่ออีกไม่มากนัก และนี่ก็คือช่วงเวลาอันแสนสั้นของผมเองงับ เมื่อเจ้าของรายนี้ได้เห็นเจ้าเหมียวนั้นมีความสุขกับการได้ไปเที่ยวก็ทำให้สุขใจอยู่บ้าง แต่ทว่าการที่ได้รู้ว่าน้องมีเวลาเหลืออยู่น้อยนิดก็ทำให้ผู้เป็นเจ้าของรายนี้กังวัลในทุกคืนวันเพราะกลัวว่าจะตื่นมาแล้วไม่ได้ยินเสียงร้องของน้องอีกต่อไป โดยผู้โพสต์นั้นได้ระบุข้อความเอาไว้ด้วยว่า "นี่คือการเที่ยวครั้งแรกในชีวิตผมครับดีใจมาก ผมแก่มากและเป็น FIV นี่คือช่วงเวลาแสนสั้นที่เหลือของผมครับ ผมมีลูก 3 ครับเป็น FIV ทั้งครอบครัวครับ" ซึ่งทั้งนี้ผู้เป็นเจ้าของนั้นยังได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกด้วย...ว่าได้ทราบว่าน้องเป็นโรคดังกล่าวภายหลังจากสองปีที่ได้ตรวจเจอโรค และคุณหมอเองก็บอกว่าน้องนั้นสามารถอยู่ได้ไม่เกิน 4 ปีเพียงเท่านั้นและในตอนนี้น้องก็มีอายุที่มากแล้วด้วย ซึ่งโรคดังกล่าวนั้นสามารถติดต่อกันโดยการถูกกัดหรือถูกน้ำลายสัมผัสกัน และการให้โลหิต ซึ่งโดยส่วนมากแล้วจะพบในแมวจรที่อาศัยอยู่ภายนอกบ้านและในตัวผู้เป็นส่วนใหญ่ โดยวิธีป้องกันนั้นก็คือการเลี้ยงเจ้าเหมียวของคุณในระบบปิดนั่นเอง แต่ผู้เป็นเจ้าของรายนี้ก็ไม่ได้ย่อท้อแต่อย่างใดเขาก็จะพยายามดูแลน้องให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ขอขอบคุณข้อมูลจาก อรพิน เหล่าลุมพุก  

พ่อของฉันเจอหมาจรไม่ถึง 5 นาที ตอนนี้เอาน้องกลับไปเลี้ยงที่บ้านอีกแล้ว

เมื่อไม่นานมานี้ผู้ใช้เฟสบุ๊กคุณ : กัญญาณัฐ ศรไชย ได้เผยเรื่องราวพ่อของเธอเอง โดยพ่อของเธอนั้นเป็นคนรักหมามากกกก และวันนี้พ่อก็ไปทำธุระเจอน้องหมาตัวหนึ่ง ด้วยความที่เป็นคนรักหมาและเกิดถูกชะตากับหมาจรที่เข้ามาอ้อน และเล่นกันไม่ถึง 5 นาทีเท่านั้นแหละพ่อก็ตัดสินใจเอาน้องกลับบ้านไปด้วย . ดูความขี้อ้อนของน้องหมาซะก่อนคุณพ่อเจอแบบนี้เข้าไปเป็นต้องใจอ่อน โดยเจ้าของโพสต์ได้ระบุข้อความเอาไว้ว่า Story พ่อของฉันกับหมาจรจัด เดือนหน้ากลับบ้านน่าจะเห็นอีตัวนี้นอนอยู่ที่บ้านแน่ๆ เจอน้องไม่ถึง5นาทีมีชื่อแล้วนะ “จัมโบ้” ปล.ไม่ต้องแปลกใจพ่อฉันชอบเก็บหมามาเลี้ยง จนเรื่องราวดังกล่าวถูกโพสต์ในกลุ่มรักหมา ชาวเน็ตได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นกันต่างๆนาๆ ถือเป็นโชคดีของเจ้าจัมโบ้ต้อนรับวันปีใหม่เลยก็ว่าได้ ปีเก่าๆน้องอาจยังไม่มีบ้าน แต่พอเข้าปีใหม่ปุ๊บน้องก็ได้บ้านปั๊บเลย คุณพ่อของเธอไม่รอช้าขอถ่ายรูปน้องหมาชัดๆหน่อย เห็นแล้วน่ารักทั้งคนทั้งหมากันเลยทีเดียว ดูแล้วมันอบอุ่นหัวใจคนรักหมาเนอะ นี่ก็คือรูปที่คุณพ่อของเธอถ่ายไว้ น่ารักมั้ยล่ะ ดีใจด้วยนะเจ้าจัมโบ้เอ็งไม่จรอีกต่อไปแล้วนะ และนี่ก็คือรูปสุดท้ายที่ลูกสาวเป็นคนถ่ายไว้ น้องรู้งานมั้ยล่ะ อ้อนขนาดนี้ไปอยู่บ้านด้วยกันนะจัมโบ้   ขอขอบคุณ : กัญญาณัฐ ศรไชย

ไอ้แดงหมาจรวิ่งหนีเสียงพลุ ขึ้นมาหลบที่รถแถมขึ้นไม่ยอมลงเพราะอยากไปอยู่ด้วย

เมื่อไม่นานมานี้ผู้ใช้เฟสบุ๊กคุณ : Nuu'Pond Nawapan ได้เผยเรื่องราวหลังเธอนั้นได้พบเจอกับไอ้แดง หมาจรตัวหนึ่งที่จู่ๆก็วิ่งขึ้นมาบนรถแล้วไม่ยอมลง ไอ้แดงวิ่งหนีเสียงพลุมาแล้วก็มาหลบอยู่ที่รถมอเตอร์ไซค์อยู่อย่างนี้ และใครจะไปคิดว่าดวงของไอ้แดงจะสมพงษ์กับบ้านหลังนี้ด้วยนะ เพราะก่อนหน้านี้หมาของคุณพ่อเพิ่งเสียไปเมื่อวาน แล้วจู่ๆไอ้แดงก็โผล่มา ! . โดยเจ้าของโพสต์ได้ระบุข้อความเอาไว้ว่า น้องหมาหลงมา ขึ้นมานั่งรถแฟนเฉยเลย สอบถามทางพี่วิน น่าจะวิ่งหนีเสียงพลุ พาไปสอบถามพี่ๆแถวนั้น เค้ารู้จักมันชื่อ "ไอ้แดง" ชอบนั่งรถเที่ยว เป็นหมาไม่มีเจ้าของ ละคืนนี้นั่งรถถูกคันซ่ะด้วย แถมไม่ลงรถอีกต่างหาก พิกัดตลาดวงศกร สายไหม ท่านใดดูแลน้องอยู่ ติดต่อมารับน้องได้นะคะ และที่น่าแปลกก็คือเหมือนน้องหมามีดวงสมพงษ์กับบ้านหลังนี้เข้าไปอีกก็เพราะว่า ก่อนหน้านี้หมาบ้านคุณพ่อ เพิ่งเสียไปเมื่อวานตัวนึง ตอนนี้เหลือ 3 ตัว และคืนนี้จู่ๆไอ้แดงก็โผล่เข้ามาในชีวิต แปลกมากๆเลยค่ะ คงทำบุญร่วมกันมา พรุ่งนี้จะพาไอ้แดงไปหาหมอค่ะ สงสัยคงอยู่ยาวววว ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวยินดีของไอ้แดงต้อนรับปีใหม่เลยก็ว่าได้ ดวงของน้องจะมีบ้านอะไรก็ฉุดไม่อยู่เลยจริงๆ ขึ้นรถไม่ยอมลงเหมือนรู้อะไรบางอย่าง แถมหมาที่บ้านก็พึ่งเสียไปเมื่อวานอะไรมันจะบังเอิญปานนี้ ดีใจด้วยนะเจ้าแดงแกได้บ้านแล้วล่ะ ได้อยู่ยาวๆแล้วนะ ปีใหม่นี้ไม่ต้องจรอีกต่อไปแล้วลูกกกก ขอขอบคุณ : Nuu'Pond Nawapan

วิ่งหน้าตาตื่น มาหาด้วยความร้อนใจทำหน้าเหมือนให้ช่วยอะไร ที่ไหนได้มดกัดหูน้อง

เพราะการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงนั้นก็เหมือนกับการที่เรานำเด็กตัวเล็กๆมาเลี้ยง ซึ่งในบางครั้งพวกเขาเองก็คิดว่าพวกเรานั้นเป็นพ่อเป็นแม่ของพวกเขาจริงๆ และเมื่อเวลาเด็กน้อยนั้นมีเรื่องให้ช่วยเหลือหรือบาดเจ็บก็มักจะวิ่งมาหาคนเป็นพ่อเป็นแม่อย่างเราๆเสมอ เช่นเดียวกับเรื่องราวนี้ หลังผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า Khun K-t ได้โพสต์เล่าเรื่องราวของลูกชายหรือก็คือเจ้าเหมียวตัวส้มสีอ่อนที่เห็นในรูปนั่นเอง ซึ่งเจ้าเหมียวนั้นได้วิ่งหน้าตาตื่นมาหาผู้เป็นแม่หรือผู้เป็นเจ้าของด้วยความร้อนใจและทำหน้าทำตาเหมือนกับจะร้องไห้เหมือนว่าถูกใครรังแกมา ซึ่งในตอนแรกผู้เป็นเจ้าของเองก็ไม่ทราบว่าน้องเป็นอะไรเพราะด้วยความตกใจที่อยู่ๆน้องก็วิ่งมาหาเหมือนกับกำลังจะบอกอะไรบางอย่าง โดยทันใดนั้นเจ้าของก็ได้เหลือบไปเห็นเจ้ามดแดงตัวหนึ่งกำลังงับหูน้องอยู่จึงได้รับรู้ว่าเจ้าเหมียวนั้นต้องการให้ช่วยเหลือและคงจะร้องไห้ด้วยความเจ็บ ซึ่งผู้เป็นเจ้าของก็เลยได้เอามดตัวนั้นออกจากหูน้องแต่น้องก็ยังคงทำหน้าตาเศร้าด้วยความเจ็บแล้วคงอยากที่จะฟ้องแม่ว่าตัวเองนั้นถูกเจ้ามดรังแกมา ซึ่งทั้งนี้ผู้โพสต์นั้นได้ระบุข้อความเอาไว้ด้วยว่า "ลูกชายวิ่งมาหาเหมือนจะบอกอะไร ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ที่ไหนได้มดกัดหู โอ๋ๆๆๆแค่มดกัดนิดเดียงเอง เพี้ยง!!เดี๋ยวก็หายเนอะ พี่ขุนทอง" ซึ่งจริงๆน้องก็คงจะเจ็บมากเพราะหูของแมวนั้นมีเส้นประสาทอยู่เป็นจำนวนมาและไวต่อความรู้สึกมากๆด้วยเช่นเดียวกันก็อยากจะฝากเจ้าของให้ระวังเจ้ามดตัวแสบเอาไว้ด้วย ขอขอบคุณข้อมูลจาก Khun K-t

ชาวเน็ตจวกยับ พบพระปลอมหากินกับผ้าเหลืองเดินธุดงค์ใช้วัวลากของให้ ห้ามไม่เคยฟังทำอยู่อย่างนี้มาหลายปีแล้ว

หากเพื่อนๆได้อยู่ในกลุ่มรักสัตว์หรือได้เล่นในโลกโซเชียลคงจะได้เคยเห็นข่าวของพระรูปหนึ่งที่ใช้สุนัขโกลเด้นลากเกวียนออกธุดงค์บิณฑบาต จนเป็นข่าวออกไปแล้วหลายครั้ง จนมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยื่นมาเข้าไปช่วยเหลือสุนัขเนื่องจากต้องลากเกวียนพร้อมออกเดินตามพระรูปนั้นทั้งๆที่แดดร้อนจัด จนเพื่อนๆหลายคนเห็นก็ว่าเหมือนเป็นการเอานำสุนัขมาตกระกําลําบาก โดยล่า ผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า พิมพ์นารา ค่ะ ก็ได้ออกมาโพสต์เรื่องราวของพระรูปดังกล่าวลงในกลุ่มรักหมา ซึ่งในครั้งนี้ไม่ใช่น้องหมาแต่อย่างใดแต่เป็นน้องวัวแทน ปีก่อนๆเคยเอาแพะมาเดินลาก ซึ่งพระรูปนี้นั้นเคยทำแบบนี้มาแล้วหลายต่อหลายครั้งคือเป็นการเดินบิณฑบาต ไปเรื่อยๆตามจังหวัดต่างๆ โดยมีรถตู้เป็นเป็นพาหนะ ไม่มีวัดอยู่จำวัดเป็นที่เป็นทางเดินสายบิณฑบาตไปเรื่อยๆโดยใช้สัตว์มาทำแบบนี้หลายครั้งหลายคราแล้วโดยข้อมูลดังกล่าวนั้นได้มาจากเพื่อนในโลกออนไลน์ที่ได้มาคอมเม้นต์บอกไว้จากโพสต์ดังกล่าวอีกด้วย ซึ่งทั้งนี้ผู้โพสต์เองยังได้ระบุข้อความเอาไว้ด้วยว่า "ไม่เกี่ยวกับน้องหมาค่ะแต่ก็อดสงสารไม่ได้ ก้นน้องขนหลุดหมดเลยเพราะเดินลากของ เคยเห็นแต่ในข่าวพอมาเจอกับตัวเองสงสารวัวน้อยเจ็บใจ พอมีหน่วยงานไหนเมตตาช่วยเหลือสัตว์น้อยผู้น่าสงสารได้มั้ยคะ เมื่อเช้าที่ อ.เมือง จ.มุกดาหารค่ะ" "พอเราถามพระตนนี้ว่า มาจากไหนเค้าบอกมาจากโคราชแล้วพระตนนี้ก็รีบเดินไปเลยค่ะ คงไม่ใช่พระหรอกถ้าเป็นพระจริงคงไม่มาทำแบบนี้ ผิดกฏลบได้ค่ะเราแค่สงสารวัวน้อย" ซึ่งทั้งนี้ก็อยากจะวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเข้าตรวจสอบกับพระรูปนี้และดำเนินการตามที่จะสามารถเอาผิดได้เพราะเราได้เห็นพระรูปนี้ทำมาหลายครั้งหลายคราแล้ว ขอขอบคุณข้อมูลจาก พิมพ์นารา ค่ะ

สามีเลี้ยงนกจึงมีกฎเหล็กห้ามเอาแมวเข้าบ้าน แต่ผ่านไปไม่นานสามีกลายเป็นทาสแมวซะงั้น

เมื่อไม่นานมานี้ผู้ใช้เฟสบุ๊กคุณ : วรรณพร วงศ์นาค ได้เผยเรื่องราวของลูกแมวตัวหนึ่ง มันเป็นลูกแมวที่มีปลอกคอ แต่ต้องมาอาศัยอยู่ข้างถนน ไม่รู้ว่าน้องหลุดมาจากไหน ทางลูกค้าของแม่ค้าขายข้าวมันไก่ก็เลยอุ้มมาให้เพราะกลัวน้องจะถูกรถชน แต่ที่ร้านข้าวมันไก่มีกฎเหล็กอยู่หนึ่งข้อ และข้อนั้นก็คือกฎห้ามเอาแมวเข้าบ้านโดยเด็ดขาด . โดยเจ้าของโพสต์ได้ระบุข้อความเอาไว้ว่า ปกติแต่ไหนแต่ไรมา แม่ค้าข้าวมันไก่จะไม่ยอมเลี้ยงแมว เพราะสามีเลี้ยงนกแก้วไว้สามตัว ไม่อนุญาตให้เอาแมวเข้าบ้านอย่างเด็ดขาด เจ้านกสามตัวนี้ เขาจะพามาตลาดด้วยทุกเช้าเพราะตลาดอยู่ติดสวนสาธารณะของหมู่บ้าน มันบินไปขอน้ำ ขออาหาร เกาะบ่า เกาะหัว เพื่อนบ้านทุกวัน ที่เห็้นในรูปเนี่ยไม่ใช่เจ้าของมันสักคน วันนึงมีลูกค้าอุ้มเจ้าลูกแมวเดินข้ามถนนมา แล้วเอาส่งให้แม่ค้าข้าวมันไก่ บอกว่าแมวใครก็ไม่รู้ มีปลอกคอด้วย กลัวโดนรถชน เห็นเดินอยู่ฝั่งตรงข้าม แม่ค้าข้าวมันไก่รับลูกแมวมาอย่างงงๆ แมวใครวะ ประกาศหาเจ้าของในไลน์หมู่บ้าน และเสียงตามสาย ก็ไม่มีใครมาแสดงตัวเป็นเจ้าของเพื่อขอรับลูกแมวคืน ทำยังไงล่ะ เลยเอาลูกแมวกลับบ้านด้วย ไอ้เรานึกเป็นห่วง กลัวมีปัญหากับสามีที่เลี้ยงนก ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ เลยไปถาม เอาลูกแมวประกาศหาบ้านมั้ย สามีว่ายังไงบ้าง เธอเล่าให้ฟังว่า จากคนที่แข็งขันห้ามเลี้ยงแมวอย่างเด็ดขาดเพราะรักและหวงนกมาก ล่าสุดไปซื้ออาหาร ได้แต่อาหารแมว ของเล่นแมว ชามอาหารแมวกลับบ้าน แต่ไม่ได้อาหารนก ยังเลี้ยงนกเหมือนเดิม แต่ตกเป็นทาสแมวเรียบร้อยแล้ว นอนกับแมวด้วย เป็นยังไงล่ะ อิทธิฤทธิ์แมวช่างชะงัดนัก ฮ่าฮ่าฮ่า ขอขอบคุณ : วรรณพร วงศ์นาค

สาวไม่เคยคิดเลี้ยงหมามาก่อน แต่ตัดสินใจรับลูกหมาจรมาเลี้ยงพอโตมามันกลายเป็นหนุ่มรูปงาม

เมื่อไม่นานมานี้ผู้ใช้เฟสบุ๊ก : Papatsiri Tawan Parach ได้เผยเรื่องราวของเจ้าตูบที่อดีตเคยเป็นหมาจรนอนข้างถนน เธอไม่เคยคิดที่จะเลี้ยงหมามาก่อนเลยแต่ก็ตัดสินใจรับมันมาเลี้ยงเพราะความเอ็นดู แต่เมื่อพอเวลาผ่านไปจากหมาข้างถนนตอนนี้มันกลายเป็นหนุ่มรูปงาม แถมหุ่นดีสุดๆ   โดยเจ้าของโพสต์ได้ระบุข้อว่า นี่คือหมาพันธุ์ข้างทางแท้100% เราไม่เคยคิดจะเลี้ยงหมาเลยเพราะที่บ้านขายอุปกรณ์ก่อสร้างกลัวรถเข้าออกจะไปชนมันเข้า ติดตามเพจหมาแมวไปเรื่อยเพราะว่าน่ารักดีอยู่มาวันนึงมีคนโพสต์หาบ้านให้น้องหมาเราก็เลื่อนผ่านไปเจอกลุ่มเด็กน้อย 3-4ตัว ไม่รู้นึกยังไงตัดสินใจช่วยมาเฉยเลย สรุปตอนนี้น่ะเหรอ..ไม่เคยได้ออกไปลานจอดรถเลยเพราะหวงมากนอนด้วยตลอดรักอย่างกับลูกแท้ๆ..เข้าใจมากว่าคนรักหมาเป็นลูกอ่ะมันเป็นยังไง..ปล.ตั้งแต่เด็กจน 3 ขวบนางเป็นโรคมาแทบทุกโรคแล้ว แต่นางรอดมาได้ด้วยความรักล้วนๆค่ะ ขอให้ทุกคนรักหมาข้างทางบ้างนะคะทุกตัวก็มีส่วนน่ารักแตกต่างกันไป เขาพูดไม่ได้แต่เชื่อเถอะค่ะเค้ารักเราสุดหัวใจ หลายคนสอบถามเข้ามาว่าน้องชื่ออะไรน้องชื่อบัวจ้า เป็นผู้สาวเพศเมีย แต่ถูกทำหมันแล้วตอนนี้กลายเป็นทอม ฮ่าฮ่าฮ่า หล่อเข้มมาเชียว   ที่มา Papatsiri Tawan Parach