หน้าแรก บล็อก หน้า 325

นอนซบกันเพราะรู้ดีกว่าใครว่าแม่เค้าจากเราไปแล้ว

เพราะการเลี้ยงสัตว์นั้นมักจะนำพาภาระมาให้กับผู้เป็นเจ้าของ ซึ่งเราก็มักจะบอกกับเพื่อนๆทุกครั้งเกี่ยวกับเรื่องราวของน้องหมาน้องแมวว่าให้คำนึงถึงภาระที่จะตามมาถ้าคิดจะเลี้ยงพวกเขาแล้วเพราะอย่าได้ลืมไปว่าเหนือสิ่งอื่นใดพวกเขานั้นก็รักคุณดังผู้เป็นพ่อเป็นแม่ เช่นเดียวกับเรื่องราวนี้หลังผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า มิสเตอร์ปลั๊กซ์ พชรนนท์ ได้นำเรื่องราวของเจ้าเหมียวสองตัวนี้มาโพสต์ลงในกลุ่มทาสแมว หลังจากที่เขานั้นน้องเอาไว้เพราะน้องถูกนำมาวางไว้และเดินหายออกไป เอาไปวางไว้บริเวณหน้าอพาร์ทเม้นท์ที่เขานั้นได้พักอาศัยอยู่ ในตอนที่พบน้องๆพร้อมกับเสื้อผ้าและรองเท้าอยู่หน้าอพาร์ทเม้นท์ดังกล่าวซึ่งทางผู้โพสต์ก็ได้ขอดูกล้องวงจรปิดกับทางเจ้าของหอแต่ทางเจ้าของหอก็ยังไม่ให้ดูจึงได้สอบถามจากแม่บ้านหอพัก โดยทราบว่ามีคน 2 คนเอาน้องมาวางไว้เมื่อตอนเที่ยงของเมื่อวานนี้ ซึ่งทางผู้โพสต์นั้นได้เลิกงานตอนตี 1 และกลับมาเจอน้องๆเลยเอาน้องๆมาไว้ที่ห้องก่อนซึ่งน้องๆนั้นมาพร้อมกับถุง 1 ใบและในถุงมีเสื้อผ้าและชามข้าวและรองเท้าของเจ้าของ 3 คู่ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นของผู้หญิง ซึ่งทางผู้โพสต์เองก็ไม่สามารถที่จะเลี้ยงน้องๆได้ เนื่องจากทางหอพักก็มีกฏห้ามเลี้ยงสัตว์เลี้ยงและทางตัวผู้โพสต์เองก็แพ้ขนแมวอีกด้วย แต่ด้วยความเอ็นดูในคืนนี้ก็คงจะต้องให้น้องๆอยู่ในห้องไปก่อนจึงอยากให้เพื่อนๆในกลุ่มช่วยกันหาบ้านให้กับน้องๆเพราะน้องๆไม่เหลือใครแล้วจริงๆ ทั้งนี้ก็วอนขอโดยหากเพื่อนๆคนไหนสนใจอยากจะรับเลี้ยงน้องๆก็สามารถติดต่อไปได้ที่ต้นโพสต์ได้เลยนะคะ ขอขอบคุณข้อมูลจาก มิสเตอร์ปลั๊กซ์ พชรนนท์

โรคที่รักษาไม่หาย หลังแมวของเธอติดไวรัสโคโรน่าแมวและจะมีชีวิตอยู่ต่อได้อีกแค่3เดือน

เมื่อไม่นานมานี้ผู้ใช้เฟสบุ๊กคุณ : Kanokwan Mö D'z  ได้เผยเรื่องราวของแมวที่เธอนั้นได้เลี้ยงมันเอาไว้ โดยเจ้าเหมียวของเธอนั้นป่วยด้วยโรคที่ไม่มีทางรักษาอย่างโรคโคโรน่าแมว หรือเรียกสั้นๆว่า FIP (คนละตัวกับโคโรน่าอู่ฮั่น) และทางคุณหมอได้บอกว่าน้องจะเหลือเวลาอยู่ได้ไม่นานเต็มที่ก็แค่ 3 เดือนสุดท้ายของชีวิต . โดยเจ้าของโพสต์ได้เล่าว่า วันนี้ต้องทำใจยอมรับให้ได้ เพราะโรคนี้รักษาไม่หาย ไม่มีวัคซีนตัวไหนที่จะช่วยได้เลย เชื้อไวรัสนี้เกิดจากการขับถ่ายของตัวเอง เรียกว่าโรค FIP (โคโรน่าแมว) บางตัวอาจจะแค่ติดโรคแล้วถ่ายเป็นแบบเหลว พอหยุดถ่ายแล้วเชื้อจะหายไป วัคซีนก็มีส่วนช่วยป้องกันได้บ้าง แมวบ้างตัวก็อาจจะไม่ติดแล้วแต่ตัว บางตัวก็ติดจนไวรัสกลายพันธุ์ออกอาการไม่เหมือนกัน ภูมิคุ้มกันของแมวแต่ละตัวก็แตกต่างกันออกไป ส่วนชิแมวของเธอมีอยู่ช่วงนึงที่ถ่ายเป็นแบบเหลว แต่เราก็คิดว่าเป็นเพราะเปลี่ยนอาหารหรือเปล่า แล้วชิจะชอบขุดทรายเลอะของเสียของตัวเองอยู่ตลอด แล้วก็จะเลียมือเท้า เราก็ไม่รู้พอถึงเวลานึงลูกก็ถ่ายเป็นปกติ เลยไม่เฉลียวใจแล้วปล่อยทิ้งไว้ เพราะโรคจะไม่แสดงอาการใดๆเลย ก่อนจะไปตรวจกับคุณหมอก็เจอ กว่าจะมาหาหมอ ก็ลามมาถึงกระแสโลหิต ท้องของชิมีแต่น้ำ เพิ่งจะผ่านวันเกิดได้ไม่นานเอง ไม่คิดมาก่อนว่าลูกจะเป็น หรือเป็นเพราะฉันเลี้ยงลูกดีเกินไป เลี้ยงเค้าอยู่แต่ในห้องแอร์ ไม่ค่อยได้ออกไปเจอแสงแดดเจอลมเจอใบไม้ใบหญ้าเหมือนกับใครๆเขา เค้าคงอึดอัดใจ ไม่คิดว่าการที่ฉันเลี้ยงดูเค้าแบบนี้ คือการทำกับเขาทางอ้อม ผลสรุปหมอบอก ระยะเวลาที่อยู่ด้วยกันมีแค่ไม่ถึง3เดือน ต้องคอยเจาะเอาน้ำออก ต้องคอยป้อนข้าวป้อนยาป้อนอาหารให้ลูกฝืนกิน ต้องคอยให้ยาปฏิชีวนะ ทุกๆสัปดาห์ นี่ฉันทำอะไรลงไป สู้กันนะลูก เอ้ยอย่างน้อยๆฉันก็ยังมีเวลา ขอให้ฉันได้ดูแลแกตลอดไปนะ จบที่ซูชิ แล้ว ฮารุ แล้วไม่ขอเลี้ยงตัวไหนอีกเลย ไม่อยากเสียใจอีกแล้ว ประสบการณ์ที่เราต้องเรียนรู้แล้วจะต้องจดจำไปตลอดทั้งชีวิต (ย้ำอีกครั้งนะว่าโรคโคโรน่าแมวกับโคโรน่าอู่ฮั่นเป็นคนละตัวกันนะ...

ยังคิดถึงคนบนฟ้าแม้จะรู้ว่าพ่อจะไม่มีวันกลับมา ได้แต่นอนบนหมอนที่มีกลิ่นของพ่อเพื่อคลายความคิดถึง

เพราะการเลี้ยงสัตว์ร่วมกับคนรักก็เหมือนกับการเลี้ยงลูกซึ่งจะเกิดความผูกพันความรักและความเมตตายิ่งแล้วถ้าเกิดเลี้ยงร่วมกับแฟนหรือคนรักก็เหมือนกับเราเลี้ยงลูกตัวน้อยไม่ต่างกันเลย แต่ทว่าการพบเจอย่อมมีการจากลาเสมอเช่นเดียวกับเรื่องราวของสาวรายนี้ หลังผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า Kanokwan Sumphan ได้โพสต์บอกเล่าเรื่องราวที่ทำเอาเพื่อนๆในกลุ่มทาสแมวหลายคนถึงกับต้องเสียน้ำตาด้วยความที่ว่าเธอนั้นเคยสัญญากับแฟนหนุ่มของเธอเอาไว้ว่าหากใครจากโลกนี้ไปก่อนก็จะต้องอยู่ดูแลลูกแมวให้ดี และห้ามร้องไห้หรือคิดสั้นใดๆ ซึ่งเมื่อปลายปีที่แล้วแฟนของเธอก็เสียไปจากอาการป่วยเดียวกับคุณปอ ทฤษฏี ซึ่งเจ้าเหมียวสุดที่รักของเธอก็ได้แต่เฝ้ารอคอยแล้วก็คอยผู้เป็นพ่อเพราะพ่อไม่กลับมาบ้านสักที ซึ่งทั้งนี้เธอก็ได้บอกกับน้องว่าไม่เป็นไรนะลูกแม่จะดูแลพวกหนูเอง   โดยหากว่าใครที่เคยคิดว่าแมวนั้นเป็นสัตว์ที่ความจำสั้นนั้นไม่จริงเลยเพราะน้องนั้นจะไปนอนบนหมอนของพ่อในทุกๆวันซึ่งมีกลิ่นของพ่ออยู่ หมอนใบนี้ไม่เคยซักหลังจากที่แฟนของเธอเสีย และน้องก็คงจะคิดถึงพ่อมากๆ ซึ่งตัวเธอเองนั้นก็คิดถึงไม่ต่างจากแมวแต่เมื่อพ่อเขาจากเราไปสบายแล้วเราก็จะต้องสู้เพื่อพ่อที่อยู่บนฟ้านะลูก โดยตั้งแต่พ่อไม่อยู่น้องก็ไม่ค่อยกินข้าวเลยค่ะไม่ร่าเริง ไม่ค่อยวิ่งเล่นเหมือนที่เคยชอบเอาแต่ไปนอนซบตรงที่ของพ่อที่เขาเคยใช้แบบนี้ในทุกวัน ซึ่งตัวเธอเองก็สงสารเด็กๆมากแต่ก็ต้องเข้มแข็งเอาไว้เพราะเธอจะต้องดูแลเด็กๆต่อไปดั้งคำสัญญาที่ให้กับแฟนของเธอเอาไว้ จึงอยากที่จะฝากเพื่อนๆเอาไว้ให้ดูแลคนที่คุณรักของคุณให้ดีเพราะเราไม่รู้ว่าเราจะอยู่กับเขาได้นานแค่ไหน ทั้งนี้ก็ขอแสดงความเสียใจกับเจ้าของโพสต์ไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ ยังไงก็ขอให้สู้ๆและเข้มแข็งเอาไว้นะ ขอขอบคุณข้อมูลจาก Kanokwan Sumphan

มาเฝ้ารอขออาหารจากร้านก๋วยเตี๋ยว พอเขาเอามาให้แม่แมวกลับนั่งดูจนลูกอิ่มก่อนที่แม่จะกินเศษอาหารที่ลูกกินเหลือ

หากเราจะพูดถึงหัวอกคนเป็นแม่แล้วเชื่อว่าทุกคนก็คงจะเข้าใจคำๆนี้ดีว่าไม่มีสิ่งใดๆที่จะมาทดแทนคำๆนี้ได้ เพราะความรักของผู้เป็นแม่นั้นยิ่งใหญ่เสมอเพราะไม่ว่าอะไรก็ตามผู้เป็นแม่นั้นยอมทำ ยอมเสียสละให้กับลูกได้อย่างไม่มีข้อแม้และก็ไม่ใช่กับคนเพียงเท่านั้นแม้แต่กับสัตว์เองก็เช่นกัน หลังผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า อำพล ทองเมืองหลวง ได้โพสต์เล่าเรื่องราวและรูปถ่ายลงยังโลกออนไลน์หลังจากที่เขานั้นได้เดินทางและเกิดหิวจึงแวะนั่งกินก๋วยเตี๋ยวแถวตลาดคลองเตย ซึ่งเจ๊ร้านก๋วยเตี๋ยวนั้นก็ได้เอาอาหารใส่ถาดโฟมมาให้กับแม่แมวและลูกๆแบ่งกันกินเป็นมื้อค่ำ ด้วยแมวทั้งหมดนั้นมี 5 ตัวเป็นแม่แมว 1 ตัวและเจ้าเหมียวตัวน้อยๆอีก 4 ตัวโดยถาดข้าวได้วางลงบนพื้นปุ๊บเจ้าเหมียวต้วน้อยๆก็วิ่งมารุมกินแบบในภาพ ส่วนแม่แมวนั้นกลับไม่ได้กินและนั่งเฝ้าดูลูกกินกันอย่างเอร็ดอร่อย ผู้โพสต์จึงได้ตัดสินใจถ่ายภาพสุดน่ารักชุดนี้เอาไว้ และเมื่อถึงเวลาที่ลูกแมวตัวน้อยๆได้กินข้าวกันจนอิ่มสักพักก็ได้วิ่งไปเล่นกันต่อตามประสาเด็กตัวน้อยๆ ซึ่งสิ่งที่น่าสนใจนั้นก็คือแม่แมว ค่อยๆมากินเศษข้าวที่เหลือหลังจากที่ลูกๆได้ออกไปวิ่งเล่น ซึ่งก่อนหน้านั้นก็ได้แต่เฝ้ามองลูกตัวน้อยๆกินกันจนอิ่มท้อง นี่แหละนะหัวอกคนเป็นแม่แล้วไม่ว่าจะเป็นคนหรือเป็นสัตว์ก็เฝ้ารอให้ลูกได้อิ่มก่อนได้เสมอ ซึ่งเราก็อยากจะฝากเพื่อนๆเอาไว้ด้วยว่าไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตไหนพวกเขาก็มีความเป็นแม่เป็นสิ่งมีชีวิตเหมือนกับพวกเราหากไม่ชอบก็อย่าไปขับไล่พวกเขาเลยเพราะพวกเขาก็มีหัวใจไม่ต่างจากเราเลยจริงๆ ขอขอบคุณข้อมูลจาก อำพล ทองเมืองหลวง

แต่ก็ยังเฝ้ารออยู่ที่เดิมแม้จะรู้ว่าเขาจะไม่มีวันกลับมารับ

เมื่อไม่นานมานี้ผู้ใช้เฟสบุ๊กคุณ : Mr'Jákkrit Phimmasań ได้เผยเรื่องราวของแม่หมาแม่ลูกอ่อนตัวหนึ่ง น้องเป็นแม่หมาที่ต้องเลี้ยงดูลูกน้อยอยู่ที่ข้างถนน โดยน้องถูกนำมาปล่อยเอาไว้ โดยที่แม่หมาก็ยังไม่รู้ว่าเธอนั้นกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่เจ้าของเขาไม่ต้องการแล้ว แต่น้องยังคงนั่งรออยู่ที่เดิมเสมอ . โดยเจ้าของโพสต์ได้เล่าว่า ใครกันช่างกล้าเอาน้องมาปล่อยแบบนี้หนอ จิตใจยังเป็นคนอยู่หรือป่าวครับเนี่ย ปล่อยให้นั่งรอเจ้าของอยู่นานจนลูกน้อยของตนต้องจบชีวิตลงเพราะรถที่วิ่งผ่านไปมา เหลือเพียงแค่สองแม่ลูกที่ผมรับเลี้ยงแล้วกันเนอะ สัญญาจะดูแลให้ดีที่สุดเลย เจ้าหมาน้อยผู้รอคอยเจ้าของอย่างมีความหวัง ในความโชคร้ายก็ยังมีเราที่เมตตานะ หลังได้รับการช่วยเหลือจากหนุ่มใจดี โดยเขานั้นได้อุ้มแม่หมากับลูกน้อยที่หลงเหลืออยู่ขึ้นมาบนรถ และทันใดนั้นแม่หมาก็แสดงออกมาด้วยสีหน้าที่มีความสุขเพราะเธอรู้ว่ามีคนกำลังช่วยลูกของเธออยู่ ชีวิตต่อจากนี้แม่หมากับลูกของเธอก็จะมีแต่ความสุข ไม่ต้องนั่งรอเจ้าของอยู่ที่ข้างถนนอีกต่อไปแล้วเธอมีเจ้าของคนใหม่แล้วนะ รีบลืมเจ้าของคนเก่าไปเลยก็ได้นะเพราะคนๆนั้นไม่ได้รักเธอจริงนะลูกเอ้ย ขอขอบคุณคนใจดีรับน้องไปเลี้ยงด้วยนะครับ   ขอขอบคุณ : Mr'Jákkrit Phimmasań

ทำได้เพียงส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ หลังเดินตกร่องเกือบจมน้ำโผล่หัวขึ้นมาเพื่อหายใจ

เมื่อไม่นานมานี้ผู้ใช้เฟสบุ๊กคุณ : อณุพงศ์ พิทักษ์เจริญ  ได้เผยเรื่องราวหลังเขานั้นได้พบเจอกับลูกแมวสามสี ลูกแมวตัวนี้ตกลงไปยังที่ระบายของเสียไม่รู้ว่าตกลงไปนานเท่าไหร่แล้ว น้องได้แต่ส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือจนหนุ่มใจดีรายนี้ไปพบเข้า น้องไม่สามารถขึ้นมาเองได้เพราะตัวยังเล็กแถมเป็นโคลนเหมือนกับยางมะตอย . โดยเจ้าของโพสต์ได้เล่าว่า ถ้าคุณทำได้จงช่วยเหลือผู้อื่น ถ้าคุณทำไม่ได้อย่างน้อยจงอย่าทำพวกเขาเลย ถ้าข้าไม่มาเจอเจ้า เจ้าคงต้องสิ้นใจแน่ๆ มันเป็นบุญของเจ้าเลยนะ มันช่างรู้สึกปลาบปลื้มใจจริงๆ จากนี้ต่อไปเจ้าต้องดูเเลตัวเองให้ดีๆใช้ชีวิตให้เติบใหญ่กว่าที่เป็นอยู่นะ นี่คือบทเรียนของเจ้าเลยนะ แต่ก็ตามหาเสียงนั้นอยู่นานจนตามหาน้องเจอเกือบไปแล้วมั้ยลูก น้องได้รับการช่วยเหลือด้วยความทุลักทุเลกว่าจะเอาน้องขึ้นมาได้ หลังจากนั้นหนุ่มใจดีก็อาบน้ำให้น้องจนตัวสะอาด และเช็ดตัวให้แห้ง เกือบไปแล้วมั้ยลูกเอ้ย ถ้าไม่มีคนไปพบเจอก็ไม่รู้ว่าชีวิตน้องจะเป็นยังไง จะขึ้นก็ขึ้นไม่ได้ทำได้เพียงส่งเสียงร้องเผื่อจะมีใครสักคนช่วยชีวิต น้องเป็นแมวสามสีด้วยอายุราวๆ 3-4 สัปดาห์ เพราะน้องเป็นแมวจรไม่รู้จักโลกภายนอก เห็นเป็นร่องอยู่ข้างทางน้องก็เลยเผลอตกลงไป และไม่ใช่ใครที่ไหนนะที่รับน้องเลี้ยงไป คุณพี่ รปภ. ท่านนี้แหละจ้าที่รู้สึกถูกชะตากับน้องก็เลยยินดีรับเลี้ยงน้องเอง ดูสายตาของพี่ รปภ. สิ พี่เขารู้สึกเอ็นดูน้องเหลือเกินก็เลยตัดสินใจรับมาเลี้ยงทันที น้องจะได้มีข้าวกินไม่ต้องเดินเร่ร่อนเหมือนกับที่เป็นอยู่อีกแล้ว อาบน้ำเช็ดตัวจนแห้งน้องก็จะหน้าตาประมาณนี้นะ น่ารักเหลือเกินลูกเอ้ยความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีอยู่บ้างนะลูก   ขอขอบคุณ : อณุพงศ์ พิทักษ์เจริญ 

ลอยคอในน้ำร่วม2วัน ทั้งแดดร้อนจ้าทั้งน้ำท่วมจนเหลือแค่คอ ร้องสุดเสียงหวังให้ใครสักคนได้ยินเสียง

อาจะเพราะด้วยการที่ใครสักคนจะเห็นคุณค่าของชีวิตเราในโลกใบนี้นั้นเป็นสิ่งที่ยาก ยิ่งแล้วถ้าเกิดมาไม่ได้เป็นสัตว์ที่มีสายพันธุ์ดีๆดูน่ารักน่าเอาใจใส่ด้วยแล้วก็ยิ่งยากจะมีใครเห็นคุณค่าในตัว ซ้ำถ้าเกิดโชคร้ายได้รับอุบัติเหตุหรือตกอยู่ในสิ่งที่อันตรายที่ต้องการจะได้รับความช่วยเหลือ ก็มีโอกาสเพียงน้อยนิดที่จะมีใครๆเห็นใจ เช่นเดียวกับเจ้าเหมียวตัวน้อยตัวนี้ หลังผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า Plapla Ratchanewan ได้โพสต์เล่าเรื่องถึงความโชคดีของเจ้าเหมียวตัวน้อยหลังจากที่น้องตกไปอยู่ในท่อระบายน้ำ 2 วัน 1 คืนซึ่งกลางวันแดดก็ร้อนแถมยังจมน้ำเหลือแต่คอ ซึ่งเธอเองก็ได้ยินเสียงน้องมาตั้งแต่วันที่ 15 จนถึงค่ำของวันที่ 16 ก็ยังคงได้ยินอยู่ตรงท่อหน้าบ้านไม่ไปไหนเธอจึงขอความช่วยเหลือเพื่อนข้างๆบ้านแต่ก็ไม่มีใครสนใจจะช่วย จึงพยายามหาวิธีโพสต์ลงในเฟสเพื่อที่จะขอความช่วยเหลือจนเพื่อนประสานงานติดต่อหน่วยงานมูลนิธิมาช่วย จนมีคนแนะนำให้ลองโทรไปที่ 199 ไม่ถึง 20 นาทีเจ้าหน้าที่ก็มาถึงพี่เค้าช่วยกันงัดฝาท่อพอเปิดมาเสียงเจ้าเหมียวก็เงียบไปพอเปิดดันไม่เจอแมวแถมน้องก็ไม่ร้องเอาไฟฉายส่องก็หาไม่เจอ หาอยู่นานจนพี่กู้ภัยเค้ากลับไปและเปิดฝาท่อเอาไว้ เธอก็โล่งใจอย่างน้อยน้องก็คงจะกระโดดออกมาได้บ้าง จนน้องชายของเธอกลับมาถึงบ้าน น้องแมวก็ร้องขึ้นมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ร้องไม่หยุดน้องชายของเธอจึงเอาโทรศัพท์ถ่ายวิดีโอดูจึงได้รู้ว่าน้องแมวนั้นอยู่ตรงไหนจนในที่สุดก็ช่วยขึ้นมาได้สำเร็จ แล้วสิ่งที่เห็นคือน้องเป็นลูกแมวที่มีอายุเพียงแค่ 3-4 อาทิตย์ไม่รู้ว่าลงไปอยู่ได้ยังไง แต่ก็ดีใจที่ช่วยขึ้นมาได้โดยล่าสุดน้องที่ช่วยน้องแมวขึ้นมาเอาน้องไปเลี้ยงแล้วโชคดีมากเลยเจ้าเหมียวที่ได้อยู่ในความดูแลของพี่เค้า ขอขอบคุณข้อมูลจาก Plapla Ratchanewan และชมคลิป

วิ่งตามไม่หยุด หมาน้อยวิ่งสี่คูณร้อยวิ่งตามสาวมอเตอร์ไซค์แม้จะเหนื่อยจนไม่ไหว หวังให้เธอช่วยชีวิตหนูที

เพราะในชีวิตจริงนั้นไม่เหมือนกับในละครที่วาดฝัน เมื่อยามยากลำบากใจมีใครเล่ามายื่นมือช่วยเหลือซ้ำแล้วเกิดมาเป็นสุนัขจรที่ไม่มีใครต้องการ ยิ่งถ้าสีไม่สวยหรือไม่น่ารักหันไปหาใครก็ไร้จะเหลียวแลหรือหากถูกเอามาปล่อยไว้พื้นที่ไร้ผู้คนก็ไร้ทางดิ้นรนจะมีชีวิตต่อ เช่นเดียวกับเจ้าตูบน้อยรายนี้หลังผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า Arissara Ruethiduang ได้โพสต์คลิปวิดีโอของเจ้าตูบตัวน้อยที่น่าสงสารหลังเขานั้นได้พบน้องเข้าในระหว่างทางกลับบ้านแต่เจ้าตูบน้อยก็วิ่งตามรถมอเตอร์ไซต์ที่เขานั้นได้ขี่มาไม่หยุด ด้วยสุดกำลังที่มีหวังให้ช่วยเหลือ ซึ่งในตอนแรกเธอนั้นก็คิดว่าน้องคงยังเด็กเล็กและไม่รู้ประสีประสาจึงวิ่งเล่นวิ่งตามรถผ่านไปมาทั่ว จนสักพักน้องก็ไม่มีวี่แววที่จะหยุดวิ่งเธอจึงตัดสินใจหยุดรถและลงไปดูว่าน้องนั้นต้องการอะไรซึ่งสิ่งที่เห็นก็คือน้องนั้นตกอยู่ในสภาพที่ผอมโซ แต่ก็ยังคงวิ่งมาด้วยใจหวังอาจจะเพราะด้วยการถูกนำมาปล่อยเอาไว้ในบริเวณดังกล่าวซึ่งเป็นทางที่ไร้บ้านคนอาศัยจึงไม่มีอะไรตกถึงท้อง เธอจึงตัดสินใจที่จะเอาน้องนั้นกลับบ้านไปเลี้ยงด้วยเพราะความสงสารที่เกิดขึ้นน้องจึงได้บ้านในที่สุด และเมื่อขึ้นรถน้องก็ส่งยิ้มหวานให้ราวกับว่าน้องกำลังดีใจที่มีคนช่วยชีวิต และน้องก็คงรู้ว่ามนุษย์รายนี้คงจะรับน้องไปเลี้ยงด้วยแน่ๆน้องจึงยิ้มออกมาด้วยความสุขดังในภาพนี้ ทั้งนี้ก็อยากจะฝากเพื่อนๆเอาไว้ด้วยว่าหากคิดจะนำสุนัขไปลอยแพก็ให้คิดถึงตอนที่พวกเขาต้องอยู่และเอาชีวิตรอดด้วยว่าพวกเขาจะอยู่รอดต่อไปได้ยังไง เพราะอย่าได้ลืมไปว่าพวกเขานั้นก็มีหัวใจไม่ต่างจากเรา ขอขอบคุณข้อมูลจาก Arissara Ruethiduang และชมคลิป https://www.facebook.com/showclip3/videos/2607480669374062 https://www.facebook.com/showclip3/videos/585427128855387

รอคอยอย่างมีความหวัง นอนรอก็แล้วนั่งรอก็แล้วหวังลึกๆว่าคนข้างหลังประตูจะจำกันได้

เมื่อไม่นานมานี้ผู้ใช้เฟสบุ๊กคุณ : Nichthakan Ployngam  ได้เผยเรื่องราวของสุนัขพันธุ์บีเกิ้ลตัวนี้ที่เธอได้เลี้ยงมันเอาไว้ โดยในวันดังกล่าวเจ้าตูบตัวอ้วนดันไปนั่งรอใครบางคนอยู่ที่หน้าห้องพักของลูกค้า และนางก็นอนรอด้วยความหวังเหมือนต้องการอะไรสักอย่าง เพราะเมื่อวานน้องทำหน้าที่เป็นพนักงานต้อนรับและทางลูกค้าก็เลยจัดทิปให้อย่างงาม . โดยเจ้าของโพสต์ได้เล่าว่า เมื่อวานลูกค้าห้องนี้เอาขนมจากที่ทำงานเอามาฝากน้องพนักงานต้อนรับ เพราะทางลูกค้าเขาทำงานเกี่ยวกับอาหารสุนัข พอเช้าวันอาทิตย์ พนักงานต้อนรับแอบขึ้นมาเฝ้ารอพี่ตื่นถึงหน้าห้องกันเลยทีเดียว แหม่ๆน้องรู้งานเห็นว่าเมื่อวานได้ทิปหนัก พอมาวันนี้เท่านั้นแหละไม่ค่อยจะเห็นแก่กินเลยนางมารอรับลูกค้าถึงหน้าห้อง เพราะนางหวังว่าวันนี้คงจะได้ทิปอีกเพราะลูกค้าท่านนี้ใจดี เปย์ขนมน้องหมาให้กิน โอ้ยยยยไม่ค่อยสักเท่าไหร่เลยนะแกนางขยันเกินหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายไปเยอะเลย นี่ขนาดวันหยุดวันอาทิตย์นะ นางยังเข้างานมาคอยเฝ้ารอ นอนรอก็แล้ว นั่งรอก็แล้วในที่สุดน้องก็ได้ทิปหนักอีกครั้ง ขยันทำงานจริงๆเลยนะเต้าอ้วงงงงง และนี่คือสภาพของน้องเมื่อได้รับการเปย์ทิปอย่างหนัก ถ้าลูกค้ายังไม่กลับสงสัยวันรุ่งขึ้นก็จะมีเต้าอ้วงไปรอรับถึงหน้าห้องอีก ฮ่าฮ่าฮ่า   ขอขอบคุณ : Nichthakan Ployngam

สาวไทยปล่อยแมวไว้ที่เมืองอู่ฮั่นเพียงลำพัง พวกเขาได้แต่เฝ้ารอการกลับมาของเจ้าของที่ริมหน้าต่าง

เมื่อไม่นานมานี้ผู้ใช้เฟสบุ๊กคุณ : KhunNai Aom Billingham ได้เผยเรื่องราวของเจ้าเหมียวที่เธอนั้นได้เลี้ยงพวกมันเอาไว้ โดยเจ้าเหมียวทั้งสองตัวนี้ติดอยู่ในเมืองอู่ฮั่น โดยที่ทางเจ้าของซึ่งเป็นสาวไทยและมีบ้านอยู่ที่นั่น และในช่วงวันหยุดยาวของประเทศจีนเธอจึงได้กลับมายังบ้านเกิดอย่างประเทศไทย . แต่เกิดไวรัสตามที่เป็นข่าวซะก่อน เที่ยวบินต่างๆที่กลับไปยังเมืองอู่ฮั่นก็ถูกยกเลิกหมด เธอจึงไม่สามารถเดินทางกลับไปดูแลแมวของเธอได้ ส่วนเจ้าเหมียวทั้งสองต้องคอยดูกันและกันและรอคอยการกลับมาของผู้เป็นแม่ พวกเขาได้แต่เฝ้าอยู่ที่ริมหน้าต่างเพื่อรอการกลับมาของเจ้าของ แต่ไม่ต้องเป็นห่วงนะ ทางเจ้าของเป็นทาสแมว มีวิธีรับมือกับสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น โดยเจ้าของโพสต์ได้เล่าว่า แมวทั้งสองชื่อว่ามูนนี่ลูกสาว กับบอนด์โจเจ้าลูกชาย วันนี้เราจะมาเล่าประสบการณ์ปล่อยให้แมวอยู่บ้านที่อู่ฮั่นต้องเตรียมตัวเรื่องอะไรบ้าง จริง ๆแล้วถ้าไม่จำเป็นก็ไม่อยากให้เขาอยู่บ้านตามลำพัง ถ้าเอาไปฝากเลี้ยงตามโรงแรมแมวที่เราไว้ใจถ้าได้ก็เอาไปฝากเถอะค่ะ แต่นิสัยแมวแต่ละตัวไม่เหมือนกันและบางพื้นที่ไม่มีโรงแรมแมวดีๆ ที่ไว้ใจได้รับเลี้ยง อย่างเช่นกรณีของเรานะ แมวของเราจะไม่ชอบและกลัวคนแปลกหน้าเป็นที่สุด บวกกับโรงแรมแมวที่ไว้ใจได้ไม่มีในพื้นที่ด้วยเลยต้องหาคนมาเลี้ยงให้ ที่บ้านค่ะ ทุกปีเราจะต้องปล่อยแมวไว้ที่บ้านปีละ 2 ครั้ง ครั้งละอย่างน้อย 3 สัปดาห์ - 2 เดือน เนื่องจากน้องแมวอาศัยอยู่ประเทศจีนก็เลยไม่สะดวกพาบินตามไปหลายๆ ประเทศด้วย เลยให้เขาเฝ้าบ้าน (จริง ๆ หนีแมวเที่ยว) สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนลอยแพแมว 1. พี่เลี้ยงหลัก เนื่องจากบ้านนี้แม่แมวเรื่องเยอะ รายละเอียดปีกย่อยเยอะ พี่เลี้ยงจะหายากนิดนึง ได้เปลี่ยนพี่เลี้ยงใหม่ทุกปีเลย เน้นคนที่รักสัตว์ มีสัตว์เลี้ยงเป็นของตัวเอง และต้องพูดภาษาอังกฤษได้ด้วย 2. พี่เลี้ยงสำรองและต้องซ่อนกุญแจสำรองไว้บริเวรใกล้ๆ กับทางเข้าบ้านด้วย เผื่อพี่เลี้ยงหลักมีเหตุจำเป็นมาไม่ได้หรือทำกุญแจหาย 3. อาหารเปียก อาหารเม็ดมีเครื่องให้อาหารอัตโนมัติตั้งเวลาและสั่งงานผ่านมือถือของเราได้ เลยไม่ค่อยห่วงเรื่องอดเท่าไร น้ำมีให้หลายๆจุดภายในบ้าน ขนมวิตามินก็เตรียมให้เพื่อลดความเครียด 4. กระบะทรายและทราย เตรียมให้พอแต่มีพี่เลี้ยงมาตักทรายแมวให้ทุกวันอยู่แล้ว 5....